หน้าแรก การเมือง ปลัดมท. สนองน...

ปลัดมท. สนองนโยบาย ‘อนุทิน’ สั่งผู้ว่าฯปล่อยแถว ปราบยาเสพติดใน 90 วัน รายงานทุกเดือน

1.07.26 | 18:03 น.

ปลัด มท.สนองนโยบาย “อนุทิน” ประกาศสงครามยาเสพติดขั้นเด็ดขาด เปิดปฏิบัติการยุทธการ “Operation 90 Days” สั่งผู้ว่าฯ ระดมกำลังปล่อยแถวพิฆาตกวาดล้างยาเสพติดใน 90 วัน รายงานผลทุกวันที่ 3 ของเดือน

เมื่อวันที่ 1 ก.ค. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยได้รับมอบนโยบายสำคัญและข้อสั่งการจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เร่งบูรณาการการทำงานร่วมกันภายใต้เป้าหมาย ‘บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด และพิชิตอันธพาล’ กระทรวงมหาดไทย จึงได้จัดทำแผนปฏิบัติการเร่งด่วน ”Operation 90 Days ผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด“ โดยมีการเริ่มขับเคลื่อนมาตรการอย่างเข้มข้นตั้งแต่วันนี้ถึง 30 ก.ย.โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานให้ครอบคลุมทั้งมิติด้านการป้องกัน การปราบปราม และการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน

นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า เพื่อให้นโยบายดังกล่าวเกิดผลสัมฤทธิ์ในทางปฏิบัติทันที จึงได้สั่งการเน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเริ่มต้น Kick off เปิดปฏิบัติการ ‘Operation 90 Days’ ในพื้นที่ของตนเอง ในระหว่างวันที่ 1 – 7 ก.ค.โดยกำหนดให้มีการจัดกิจกรรม “ปล่อยแถวพลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและหน่วยงานความมั่นคง” เพื่อประกาศสงครามกับยาเสพติดอย่างพร้อมเพรียงกัน และแสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจัง ความพร้อมในการกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายในระยะเร่งด่วนภายใน 90 วัน ให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างสูงสุด

นายอรรษิษฐ์ กล่าวต่อว่า สำหรับปฏิบัติการดังกล่าว มีแนวทางดำเนินงานครอบคลุม 3 มิติหลัก โดยมิติแรก “มิติการป้องกัน” มุ่งเน้นการสร้างรั้วป้องกันที่เข้มแข็งตั้งแต่ระดับครอบครัว โรงเรียน และชุมชน โดยตั้งเป้าหมายให้สถานศึกษา สถานประกอบการ และหมู่บ้านปลอดจากยาเสพติด มีการผลักดันการรับรองพื้นที่ “หมู่บ้านและชุมชนสีขาว” พร้อมเสริมสร้างความเข้มแข็งผ่านกลไกชุมชนและกองทุนแม่ของแผ่นดิน รวมถึงการจัดตั้งเวรยามเฝ้าระวังในพื้นที่อย่างต่อเนื่องเพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดตั้งแต่ระดับรากหญ้า มิติที่สอง “มิติการปราบปราม” เป็นการผนึกกำลังเพื่อสกัดกั้นยาเสพติดอย่างเด็ดขาด ทั้งบริเวณแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้านและพื้นที่ตอนในของประเทศ ผ่านการจัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และชุดปฏิบัติการพิเศษ (Special Task Force for Anti-Drug) อย่างน้อยจังหวัดละ 1 ชุด เพื่อตรวจค้นยานพาหนะและบุคคลอย่างเข้มข้น ควบคู่กับการสืบสวนขยายผลจับกุมผู้ค้า และให้มีการบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายและวินัยขั้นเด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อระบบราชการที่โปร่งใสมากที่สุด

นายอรรษิษฐ์ กล่าวอีกว่า ในมิติสุดท้าย “มิติการแก้ไขและบำบัด” ให้มุ่งเน้นการนำผู้เสพและผู้ติดยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาอย่างเหมาะสมและสมัครใจ โดยมีการดำเนินงานนำร่องเร่งด่วนในพื้นที่ 31 จังหวัดทั่วประเทศ ดำเนินการบำบัดฟื้นฟูตามโครงการ Quick Big Win อย่างเร่งด่วน โดยใช้อำเภอเป็นศูนย์กลาง นำผู้เสพและผู้ติดยาเสพติดทั่วไปรวมถึงผู้ป่วยจิตเวชเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาตามความสมัคร ตลอดจนมีระบบคัดกรองความรุนแรงของอาการเพื่อส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลเฉพาะทาง หรือใช้กลไกชุมชนบำบัด โดยมีกำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ทำหน้าที่ดูแล เฝ้าระวัง และสังเกตพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งบูรณาการช่วยเหลือฟื้นฟูสภาพทางสังคมแก่ผู้ที่ร้องขอ เพื่อให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถกลับมาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพในสังคมได้อย่างปกติสุข

Advertisement

“ยุทธการนี้ถือเป็นการประกาศสงครามขั้นเด็ดขาดกับยาเสพติดในระยะเวลา 3 เดือน เพื่อให้เห็นผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยภาครัฐได้กำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจนในทุกภารกิจ และจะใช้กลไกการติดตามผลอย่างเข้มงวด กำหนดให้ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัด (ศอ.ปส.จ.) รายงานความคืบหน้าภายในทุกวันที่ 3 ของเดือน เพื่อให้ส่วนกลางสามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างใกล้ชิด และชี้ให้เห็นว่าภาครัฐพร้อมเดินหน้าในการกวาดล้างยาเสพติดให้สิ้นซากจากสังคมไทย” นายอรรษิษฐ์ กล่าว