พิพัฒน์ ลั่น คมนาคม ลุย ป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ ยอมรับเสร็จไม่ทัน 1 ปี ต้องลอกคลองแก้ปัญหา จับมือ ‘มหาดไทย-เกษตรฯ’ แก้ปัญหาระยะยาว ประกาศยุคผมไม่รับส่วย ขอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
เมื่อเวลา 16.15 น. วันที่ 1 กรกฎาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ชี้แจงว่ากระทรวงคมนาคมได้รับงบประมาณ 2.1 แสนล้านบาท แม้ว่าในปีนี้จะถูกปรับลดงบประมาณ 8.8% ทางกระทรวงคมนาคมจะใช้งบประมาณที่ได้รับอย่างคุ้มค่าที่สุด ซึ่งในมิติทางถนน การสร้างถนนของกระทรวงคมนาคม ก่อสร้างทางหลวงแนวใหม่เชื่อมทางหลวงหมายเลข 6 กับหมายเลข 32 จ.พระนครศรีอยุธยา และการสร้างทางหลวงหมายเลข 42 จาก อ.นาทวี จ.สงขลา ไปถึง จ.นราธิวาส เป็นงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรในปี 70 และการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 1 สายตาก-ลำปาง และถนนเชื่อมต่อหมายเลข 34 กับทางหลวงชนบทสาย ฉช.3001 จ.สมุทรปราการ ทั้งหมดเป็นถนนที่กระทรวงคมนาคมได้รับงบประมาณ
ขณะที่ส่วนที่เหลือของถนนในปีนี้จะเป็นลักษณะการซ่อมบำรุง เพราะมีงบประมาณที่จำกัดและในปี 2570 กระทรวงคมนาคมมีการเร่งรัดให้เปิดใช้มอเตอร์เวย์ M 6 บางปะอิน-นครราชสีมา ภายในสิ้นปีนี้จะมีการเปิดใช้ทั้งขาเข้า และขาออกได้อย่างสมบูรณ์แบบ ส่วนมอเตอร์เวย์สาย M 82 พระราม 3-ดาวคะนอง-เอกชัย-บ้านแพ้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงก่อนสิ้นปี ซึ่งอาจมีความล่าช้าจากเหตุที่เกิดอุบัติเหตุบนถนนยกระดับ
นายพิพัฒน์ ยังชี้แจงถึงอุโมงค์กะทู้-ป่าตอง ที่ จ.ภูเก็ต จะมีการจัดซื้อจัดจ้างในปี 70 ส่วนสาย กะทู้-สนามบินภูเก็ต อีก 36 กม. คาดจะมีการจัดซื้อจัดจ้างในปี 70 เช่นกัน วงเงินประมาณ 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) จะใช้ในลักษณะการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (Public-Private Partnership) หรือ PPP ส่วนมิติทางอากาศจะมีการพัฒนาท่าอากาศยานทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการประชาชน ด้วยการปรับปรุงท่าอากาศยาน จ.ตรัง ท่าอากาศยาน จ.บุรีรัมย์ ท่าอากาศยาน จ.นราธิวาส และท่าอากาศยาน จ.ร้อยเอ็ด ที่จะเป็นการขยายรันเวย์ ส่วนท่าอากาศยาน จ.กระบี่ และท่าอากาศยาน จ.อุดรธานี จะมีการติดตั้งเครื่องพิสูจน์อัตลักษณ์
ขณะที่ มิติทางน้ำจะมีการบำรุงร่องน้ำสำคัญโดยเฉพาะร่องน้ำเศรษฐกิจ อาทิ จ.สงขลา ปัตตานี สุราษฎร์ธานี สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา และกทม. เพื่อทำให้การขนส่งสินค้ามีความสะดวกสบายยิ่งขึ้น ซึ่งในส่วนของกทม. ขณะนี้พยายามจะดูเรื่องปากร่องแม่น้ำเช่นกัน ที่ผ่านมากรมเจ้าท่าได้รับงบประมาณไม่มากพอที่จะดำเนินการทุกปากร่องแม่น้ำ หรือตามแม่น้ำลำคลองต่าง ๆ ทั่วทุกภาคของประเทศ ตนจะนำเรื่องนี้ไปหารือกับนายกรัฐมนตรีต่อไปว่าหากมีความจำเป็นจริง ๆ จะเป็นไปได้หรือไม่ว่าถ้าแม่น้ำสายไหนหรือปากอ่าวตรงไหนที่มีความจำเป็นต้องทำเร่งด่วนก็มีความจำเป็นต้องขอใช้งบกลาง
ส่วนประเด็นที่มีความกังวลว่าตน และรัฐบาลไม่มีความใส่ใจหรือคิดจะเข้าไปดูแลเรื่องของอุทกภัยในที่ผ่านมา ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลานั้น ในปี 70 กรมเจ้าท่าได้รับงบประมาณที่จะทำการขุดลอกปากคลองอู่ตะเภา คลอง ร.1 และคลอง ร.3 ซึ่งในส่วนที่เป็นการเชื่อมระหว่างลำคลองเข้าสู่ทะเลสาบสงขลา ขณะนี้เกิดสันดอนที่รอยต่อเราจะรีบทำการขุด เพื่อเมื่อถึงฤดูน้ำหลากจะทำให้การระบายน้ำมีความสะดวกมากขึ้น ที่สำคัญตนจะลงพื้นที่ประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ประกอบการด้วย
นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า การที่เราจะทำการป้องกันเรื่องน้ำท่วมในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เราไม่สามารถที่จะพัฒนาหรือแก้ปัญหาภายใน 1 ปี ปัจจุบันกระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีการทำงานร่วมกันในการวางแผนระยะยาว 5-10 ปี ว่าการแก้ปัญหาอย่างถาวรควรจะแก้ปัญหาในลักษณะใด โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม มีการวางแผนเรื่องของวงแหวนรอบเมืองหาดใหญ่ ในวงแหวนนั้นมีความยาวประมาณ 61 กม. ซึ่งในอดีตเราไม่มีคลองที่ขนาบกับถนนรอบวงแหวน แต่จากเหตุอุทกภัยเมื่อปลายปีที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคม ได้หารือกับกรมทางหลวงว่าในวงแหวนส่วนนั้นเราจะเอาคลองส่งน้ำแปะรอบถนนวงแหวน ซึ่งหากไม่มีการบริหารจัดการจะถูกข้อหา ว่าถนนที่กระทรวงคมนาคมสร้างในแต่ละเส้นเป็นเขื่อนกันน้ำที่ส่วนหนึ่งได้ประโยชน์ ขณะที่อีกส่วนเป็นผู้เสียผลประโยชน์ คือเมื่อน้ำไม่ผ่านจะทำให้เกิดน้ำท่วมขัง
ดังนั้น กระทรวงคมนาคมได้หารือกันเป็นการภายในว่า จากวงแหวน 61 กม. จะมีคลองที่มีความกว้างที่ประกอบถนนไม่น้อยกว่า 50 เมตร แต่ตลอดระยะทาง 61 กม. จะมีประตูน้ำปิดเป็นช่วง ๆ แต่ในช่วงของการปิด แน่นอนว่าจะมีพื้นที่ที่สูง และต่ำ เราจะมีระบบจัดการน้ำโดยมีเครื่องปั๊มน้ำเข้าออก ซึ่งอยู่ในช่วงของการวางแผน อีกส่วนคือช่วงต้นปี 69 สำนักงานความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) ได้ลงพื้นที่ทำการศึกษาหาแนวทางป้องกันน้ำท่วม เป็นการดักน้ำจาก อ.สะเดา ก่อนเข้าสู่ อ.หาดใหญ่ ได้อย่างไร ซึ่งกระทรวงคมนาคมเสนอทาง JICA ว่าช่วยศึกษาว่าจะหาวิธีตัดน้ำอย่างไรจาก อ.สะเดา นาทวี สะบ้าย้อย และ อ.จะนะ ซึ่งเราจะใช้ลักษณะของการศึกษาในการเจาะเป็นอุโมงค์ส่งน้ำ คาดว่าใช้เวลาไม่น้อยกว่า 7-10 ปี
เพราะฉะนั้น การที่จะแก้ปัญหาให้ทันกับความต้องการ จะต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่คิดว่าแก้ได้ก่อน คือการลอกคลองที่มีอยู่รอบหาดใหญ่ ส่วนการปรับปรุงคลองต่าง ๆ ที่เกิดการชำรุดเสียหายจากอุทกภัยที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมพยายามหารือกับกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าจะหาวิธีซ่อมให้ทันช่วงฤดูน้ำตรงนี้ได้อย่างไร ถ้าไม่สามารถซ่อมผนังที่พังทลายลงมา การแก้ปัญหาเฉพาะในระยะเวลาสั้น คงต้องทำการรื้อดินหรือวัชพืชที่อยู่ในคลอง ร.2-คลอง ร.6 ให้เกิดการระบายน้ำที่สะดวกที่สุด
รมว.คมนาคม กล่าวอีกว่า ในปากคลองต่าง ๆ ที่จะเชื่อมเข้าสู่ทะเลสาบสงขลา ทุกคลองที่ออกจากหาดใหญ่ จะต้องระบายน้ำเข้าสู่ทะเลสาบสงขลา นอกจากนี้ ตนได้มอบหมายให้อธิบดีกรมเจ้าท่าศึกษาต่อว่าคลองต่าง ๆ ที่เป็นคลองเชื่อมระหว่างทะเลสาบสงขลากับอ่าวไทย พบว่า คลองต่าง ๆ เหล่านั้นได้มีการบุกรุกโดยประชาชนที่เจตนาหรือไม่เจตนา ซึ่งกรมเจ้าท่าจะต้องลงพื้นที่ไปทำเข้าใจกับประชาชนที่รุกล้ำลำคลองต่าง ๆ หากเป็นการรุกล้ำโดยที่มีการออกเอกสารสิทธิที่ดินเป็นการเรียบร้อย คงต้องหารือต่อไปว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าอาจมีความจำเป็นต้องขอพื้นที่คืน โดยอาจจะต้องจ่ายค่าชดเชยหรืออะไรก็ตาม
“สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ คงไม่ใช่ภายในปีนี้ที่จะทำได้สำเร็จ เราต้องหารือกันต่อไป แต่จะพยายามทำให้เร็วที่สุด เพื่อเป็นการระบายน้ำจากทะเลสาบสงขลาออกสู่อ่าวไทย” รมว.คมนาคม กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนายพิพัฒน์ ชี้แจงอยู่นั้น นายสังคม แดงโชติ ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย ได้ลุกขึ้นถามหานายจูรี นุ่มแก้ว ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ว่า ตนนั่งฟังรัฐมนตรีชี้แจงอยู่ และท่านกำลังพูดถึงประเด็นหาดใหญ่ ซึ่งตนไม่เห็นนายจูรี ที่ติดตามเรื่องหาดใหญ่มา ต้องจุดธูปเชิญนายจูรีมารับฟังรัฐมนตรีหรือไม่ ทำให้นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นกล่าวว่า ท่านประธานต้องควบคุมการประชุม พาดพิงคนไกลแบบนี้ ตนเชื่อว่าดูไม่ดี ไม่ต้องจุดหรอก เพราะตน และน้ำมันพร้อมด้วยธูป นั่งรออยู่แล้ว
จากนั้น นายพิพัฒน์ ชี้แจงต่อว่า ส่วนเรื่องมิติทางราง ปัจจุบันรถไฟทางคู่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีรถไฟทางคู่ไปทางภาคอีสานถึง จ.ขอนแก่น ซึ่งกำลังก่อสร้างต่อไปจนถึง จ.หนองคาย คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 73 ส่วนช่วงเด่นชัย เชียงราย เชียงของ ขณะนี้คิดว่าน่าจะไปทะลุถึงเชียงราย และเชียงของ จะแล้วเสร็จในปี 72 ส่วนรถไฟทางคู่ทางสายใต้ได้มีการก่อสร้างไปจนถึง จ.ชุมพรเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งในปี 70 จะมีของบในการเวนคืนและประกวดราคาตั้งแต่ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี สุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่ และหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ประเทศมาเลเซีย โดยเราพยายามชดเชยจึงขอขยายในทางราง คาดว่าจะแล้วเสร็จไม่เกินปี 75
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนของกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ทางกระทรวงคมนาคมได้พัฒนารถไฟฟ้าไปแล้วความยาวประมาณ 280 กม. อยู่ในระหว่างก่อสร้างอีกประมาณ 80 กม. จากระยะทางทั้งหมดที่ได้มีการวางแผนไว้คือ 554 กม. ฉะนั้น สิ่งต่าง ๆ ตนขอขอบคุณส.ส.และวุฒิสภา ที่ได้ผ่านพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ราง และพ.ร.บ. ตั๋วร่วมเป็นที่เรียบร้อย
“ผมไม่มีความเป็นมืออาชีพในเชิงวิศวกร การที่เข้ามารับหน้าที่ในกระทรวงคมนาคมต้อง ขอเวลาสักเล็กน้อยในการศึกษา และคิดให้รอบคอบให้ได้ดีที่สุด ว่าสิ่งที่พวกเราทำ และกำลังดำเนินการอยู่ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางอากาศ ทางทางน้ำ และทางราง ในทุกมิตินั้นของที่กระทรวงคมนาคมรับผิดชอบ เราจะพยายามทำให้ได้ดีที่สุด และอะไรที่เป็นโครงการที่มีการเริ่มดำเนินการมาแล้ว ตัวของผม และกระทรวงคมนาคม ก็ต้องพยายามสานต่อให้จบ และขยายจากที่ท่านได้ศึกษาเอาไว้ นี่คือสิ่งต่าง ๆ ที่ผมพยายามทำให้ได้ดีที่สุด แต่ผมไม่เชื่อว่าใครบอกว่าคุณเข้ามานั่งเป็นเจ้ากระทรวงแล้วไม่มีความผิดพลาดเลย ความผิดพลาดผมถือว่าเป็นบทเรียน และเป็นความรู้ที่ทำให้ผู้บริหารท่านได้มีความเข้มแข็งเพิ่มขึ้น ฉะนั้น สิ่งต่าง ๆ โดยเฉพาะที่มีการกล่าวจากนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ว่าสำหรับกระทรวงคมนาคมโดยยุคของผมเราจะไม่รับส่วย อันนี้ผมยืนยัน ตลอดระยะเวลา 2 รอบที่ผมเข้ามาอยู่ในกระทรวงคมนาคมก็ต้องบอกกับนายสุรเชษฐ์ ตามตรงว่า ในส่วนนั้นผมยังไม่เห็น และคิดว่าไม่อยากจะเห็น” นายพิพัฒน์ กล่าว
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การที่เรามีความตั้งใจ และมีความบริสุทธิ์ใจ ตนพูดขนาดนี้เพื่อนสมาชิกอาจจะไม่เชื่อ ตนและอาจจะไม่ยอมรับสิ่งที่ตนพูด แต่ตนเชื่อว่าเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ในการดูว่าคมนาคมในยุคที่ตนเข้ามานั่งกำกับดูแลจากการมอบหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี จะมีความแตกต่างกับยุคที่ผ่านมาหรือไม่ ถ้าไม่แตกต่างกันตัวตนเองก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่ตนมีความสามารถ แต่ก็ไม่ใช่ความสามารถที่บอกว่าเอานักเรียนฝึกหัดมาบริหารกระทรวงที่ใหญ่โตขนาดนี้ได้อย่างไร ตนคิดว่าตัวตนเองถึงแม้ว่าจะไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเชิงวิศวกรรม แต่ตนมั่นใจว่าตนมีมุมมองในการบริหารธุรกิจ ซึ่งการบริหารธุรกิจถ้าตนเป็นเป็นเจ้าของกิจการแน่นอนว่าสิ่งที่ตนต้องคำนึงที่สุดคือตนต้องขาดทุนไม่ได้ และต้องทำกำไรให้ได้ แต่ในการบริหารราชการ ตนมีสิ่งที่พูดกับตัวเองตลอดเวลาว่าการรับหน้าที่เป็นเจ้ากระทรวงใดก็แล้วแต่ สิ่งที่พวกเรากระทำคือต้องบริการประชาชนให้ได้มากที่สุด
ซึ่งการบริหารราชการเราขอแค่เสมอตัว ขอไม่ใช้คำว่ากำไร เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์เราได้รับจากภาษีของประชาชนที่จ่ายภาษีมาแล้ว ฉะนั้น การบริหารราชการทำอย่างไรให้มีความโปร่งใสให้ได้มากที่สุด ลดค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุด และเอาส่วนที่ลดได้ไปขยายงานให้ได้เพิ่มขึ้นนั่น คือเป้าหมายของตน จากการที่ตนได้อยู่มาใน 3 กระทรวง ตนมั่นใจว่าตนยังไม่เคยมีกรณีเรื่องของการคอร์รัปชั่น และสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ตนยังไม่เคยได้รับข้อร้องเรียน กระทรวงคมนาคมถือว่าเป็นกระทรวงใหญ่และมีงบประมาณ ในการลงทุนแทบจะสูงสุด ตนต้องทำการพิสูจน์ให้กับเพื่อนสมาชิกได้ทราบว่าการที่เข้ามาอยู่ในกระทรวงใหญ่ จุดยืนของตนในกระทรวงเดิม ๆ ตนยังสามารถเก็บไว้ได้ขนาดไหน ตนไม่ขออธิบายและไม่ขอที่จะพูด ตนอยากให้เพื่อนสมาชิกได้ทำการตรวจสอบตนต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจูรี ที่เพิ่งกลับเข้าห้องประชุม ลุกขึ้นชี้แจงที่ถูกพาดพิงว่าเมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกถามหาตนก็ตกใจมาก เพราะออกไปสงบสติอารมณ์ข้างนอกแป๊บเดียว เนื่องจากรัฐมนตรีปิดไมค์ใส่ตน ซึ่งตนได้ฟัง แต่ก็ยังไม่ชัดเจนมากพอ เพราะเป็นโครงการระยะยาว จึงฝากข้อห่วงใย และความห่วงใยของพี่น้องชาวหาดใหญ่ที่นับถอยหลัง 100 วัน ว่าอีกไม่กี่วันที่น้ำจะมา มีมาตรการในการป้องกันน้ำเป็นอย่างไร



