‘กรวีร์’ อวยฉ่ำ รัฐบาลแบ่งงบโปร่งใส แม้ให้ชื่องบปรุงจืดไม่อร่อย ชี้ต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน มาในช่วงวิกฤตหนัก งบเก่าใช้ไม่พอ ยันงบไทยช่วยไทย ไม่ใช่ใครช่วยใคร
เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 1 กรกฎาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ ในวันที่ 3
นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย และประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า การพิจารณางบประมาณในครั้งนี้ตนให้ชื่อว่า พ.ร.บ.งบประมาณแบบปรุงจืด เพราะมันรู้สึกแบบจืดๆ อึนๆ ไม่มีสีสัน ไม่เผ็ดร้อน แต่มันเป็นสวยแบบธรรมชาติ ถ้าเป็นภาษาบ้านตนคือไม่อร่อย ที่พูดแบบนี้ไม่ได้จะแซะอะไร และไม่ได้เสียดสี แต่จะบอกว่าที่เราเสียดสีหรือมีวาทกรรมทางการเมืองนั่นก็แลกมาด้วยข้อมูล ข้อเสนอแนะทั้งของฝ่ายค้านและรัฐบาล อยากจะฝากไปถึงทุกกระทรวง ถ้ามองก็จะเห็นข้อเสนอแนะของฝ่ายค้าน อีกทั้งต้องขอบคุณที่เปิดเผยข้อมูลจัดสรรงบประมาณนั่นสะท้อนถึงความโปร่งใสของรัฐบาลชุดนี้ และต้องบอกว่ารัฐบาลชุดนี้พวกเราไม่เคยกลัวการตรวจสอบ

นายกรวีร์กล่าวว่า เป็นอย่างที่หลายฝ่ายบอกว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้อยู่ในช่วงปกติ เพราะต้องเผชิญกับความท้าทายหลากหลาย ทั้งเรื่องความมั่นคงชายแดน ภัยพิบัติที่เข้ามา ปัญหาเศรษฐกิจโลกผันผวน สงครามทางตะวันออกกลางที่นำมาสู่ความขาดแคลนด้านพลังงาน ทุกวิกฤตที่กล่าวมานั้นเกิดในช่วงไม่กี่เดือนของรัฐบาลชุดนี้ ดังนั้น งบประมาณปี 2569 จึงไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาและวิกฤตต่างๆ จนรัฐบาลต้องใช้เครื่องมือทั้งการเงินการคลัง ทั้งต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน เพื่อประคับประคองประเทศและงบประมาณปีนี้จึงต้องมีการจัดสรรและวางลำดับความสำคัญใหม่ ไม่ได้ทำเพื่ออำเภอใจ แต่เป็นการจัดสรรแบบเป้า โปร่งใส คุ้มค่า เชื่อว่ารัฐบาลตัดสินใจถูกที่ยอมเจ็บสั้นดีกว่าปวดนาน รัฐบาลชุดนี้เราจัดสรรงบประมาณตามงานว่าอะไรที่รอได้ อะไรที่จำเป็น หรืออะไรที่ควรเลิกทำ จึงมองว่ารัฐบาลชุดนี้กล้าหาญ
นายกรวีร์กล่าวอีกว่า ต้องบอกว่าไม่มีนักการเมืองหรือรัฐบาลคนไหนที่อยากตัดสินใจทำอะไรที่ทำให้กระทบคะแนนความนิยมของตนเอง แต่การบริหารประเทศไม่ใช่เรื่องของการบริหารคะแนนเสียง แต่มันคือความกล้าที่จะบริหารประเทศ แต่รัฐบาลชุดนี้แสดงให้เห็นว่าเราเลือกประเทศ และเลือกรักษาความมั่นคงของประเทศมากกว่าความมั่นคงคะแนนเสียงของตนเอง ยอดงบเงินลงทุนในงบประมาณปีนี้ตั้งไว้ 780,00 ล้าบาท ลดลง 72,000 ล้านบาท และเป็นความกังวลของหลายคนเรื่องงบประมาณลงทุน ซึ่งกระทรวงที่ถูกตัดงบหนึ่งกระทรวงคมนาคม และมหาดไทย ซึ่งกระทรวงมหาดไทย นายกรัฐมนตรี ถ้ามองการเมืองปกติไม่มีรัฐบาลชุดไหนอยากตัดเนื้อตัวเอง การทำงบนี้จึงสะท้อนว่าไม่ได้ยึดประโยชน์พรรคการเมือง หรือพรรคพวกใคร แต่เรายึดตามความจำเป็นของประเทศจริงๆ
นายกรวีร์กล่าวว่า ส่วนที่หลายคนบอกว่าเห็นงบแล้วมองไม่เห็นอนาคตของประเทศ ขอตอบกลับว่าตนเห็นงบประมาณนี้แล้วมองอนาคตประเทศ เพราะเข้าใจว่าอนาคตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และขอยืนยันว่างบนี้ไม่ใช่งบใครช่วยใคร แต่เป็นงบไทยช่วยไทย

