หน้าแรก การเมือง มติกมธ.ใช้อำน...

มติกมธ.ใช้อำนาจเรียกเอกสาร-พยาน สอบคุณสมบัติ ปธ.กสทช. งัดโทษหนักขู่ให้ข้อมูลเท็จ

2.07.26 | 17:16 น.

“กมธ.พัฒนาการเมืองฯ” จ่อเรียกบุคคลสำคัญแจงปมคุณสมบัติต้องห้าม “ประธานกสทช.” ตั้งแง่ความสัมพันธ์บิ๊กการเมืองส่อผลประโยชน์ทับซ้อน เร่งสรุปผลก่อน 16 ก.ค. ย้ำหากพบขาดคุณสมบัติ ต้องดำเนินการตามกฎหมายทันที

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ที่รัฐสภา น.ส.ชลณัฏฐ์ โกยกุล ส.ส.กทม.พรรคประชาชน ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุมว่า ในประเด็นความคืบหน้าการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยมีสาระสำคัญคือประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา เพื่อเรียกเอกสารสำคัญและบุคคลเข้าชี้แจง

น.ส. ชลณัฏฐ์ กล่าวต่อว่า หลังจากที่การขอความร่วมมือในครั้งก่อนๆ ยังได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน โดยตัวเอกสารที่เรียกเข้าตรวจสอบ คือหนังสือจากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีและมหาวิทยาลัยมหิดล รวมถึงข้อมูลจากกรมสรรพากร เพื่อตรวจสอบรายได้จากการประกอบวิชาชีพอื่น โดยมีพยานบุคคลที่เรียกเข้าชี้แจงคือ ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ดำรงตำแหน่งในช่วงที่ นพ.สรณ เป็นพนักงานมหาวิทยาลัย นายประคต มิตรสงเคราะห์ เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ลงนามในหนังสือชี้แจงต่อวุฒิสภาในกระบวนการสรรหา

น.ส.ชลณัฏฐ์ กล่าวอีกว่า ข้อสังเกตจากสภาองค์กรผู้บริโภค มีประเด็นสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเช่น ความรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร ถ้ากมธ.พบว่าขาดคุณสมบัติ นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้รับสนองพระบรมราชโองการ มีหน้าที่ต้องดำเนินการทูลเกล้าฯ เพื่อปลดจากตำแหน่ง หากละเลยอาจเข้าข่ายความผิดมาตรา 157 สำหรับเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องความความสัมพันธ์ฉันท์แพทย์ประจำครอบครัว ระหว่าง นพ. สรณ กับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจ ไม่ปลดออกจากตำแหน่ง แม้จะพบข้อพิรุธ

น.ส.ชลณัฏฐ์ กล่าวต่อว่า การบิดเบือนข้อมูลข่าวที่พยายามอ้างว่า มหาวิทยาลัยมหิดลยืนยันว่า นพ.สรณ ไม่ขาดคุณสมบัติ แต่สภาผู้บริโภคบอกว่า มหาวิทยาลัยมหิดลไม่มีอำนาจวินิจฉัย และตั้งข้อสังเกตว่า การตัดคำว่าประกอบอาชีพเวชกรรมออกจากเนื้อหาข่าว ทำไปเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ประธานกสทช.หรือไม่ ทั้งๆ ที่กฎหมายกสทช. มาตรา 8(3) ระบุว่าห้ามประกอบวิชาชีพอิสระ สำหรับประเด็นการตรวจสอบเชิงลึก การตรวจรักษาในเวลาทำงานนพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ที่ปรึกษากมธ. ได้ตั้งข้อสังเกตเรื่องการปฏิบัติวิชาชีพเวชกรรม ที่รพ.รามาธิบดี ซึ่งปรากฏในเว็บไซต์ว่ามีคิวตรวจในวันจันทร์และวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นเวลาทำงานราชการ โดยนายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร รองประธานกมธ. ได้ระบุว่าเอกสารที่เรียกจากกรมสรรพากร จะพิสูจน์เรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน และเป็นหลักฐานทางกฎหมายที่ดิ้นไม่หลุด

น.ส. ชลณัฏฐ์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามในกมธ.ยังมีการคุยกันเรื่องรายงานลับ และกำแพงของวุฒิสภา โดยนายอนุสรณ์ เปิดเผยข้อมูลจากหนังสือ ที่เลขาวุฒิสภาส่งมายังกมธ. โดยอ้างว่ารายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงลับ ที่สรุปว่านพ.สรณ ขาดคุณสมบัตินั้น ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์มาเป็นเวลา 2 ปีแล้ว และยังไม่ถูกบรรจุเข้าวาระการประชุมวุฒิสภา ทางกมธ.จึงทำหนังสือถึงกมธ.พัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา ให้ช่วยหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพิจารณา เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับและทลายกำแพงความลับนี้

Advertisement

น.ส. ชลณัฏฐ์ กล่าวว่า สำหรับกรณีธนาคารกรุงเทพ ที่ประชุมได้รับคำชี้แจงเรื่องการดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระธนาคารกรุงเทพว่า แม้จะมีมติแต่งตั้งจากบอร์ดธนาคารจริง แต่กระบวนการทางกฎหมายยังไม่สมบูรณ์ นั่นคือ ยังไม่ได้เสนอชื่อไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) นพ.สรณ จึงยังไม่ถึงเป็นกรรมการตามกฎหมายในขณะนั้น นอกจากนี้ น.ส. ภัคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกมธ. ได้กล่าวเน้นย้ำว่า ต้องเร่งสรุปเรื่องนี้ก่อนวันที่ 16 กรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงที่คณะกรรมการสรรหา จะประกาศผลวินิจฉัยคุณสมบัติ หากปล่อยให้ผ่านไป ตำแหน่งจะเป็นความผูกพันตลอดไป

น.ส. ชลณัฏฐ์ กล่าวว่าอีกว่า อย่างไรก็ตาม นายอนุสรณ์ ได้กล่าวว่า นพ.สรณ หนีการประชุมกมธ.อาจมีโทษทางวินัย แต่หากพบว่ามีการให้ข้อมูลเท็จต่อหน่วยงานรัฐ จะมีโทษทางอาญา และเป็นเหตุให้พ้นจากตำแหน่งทันที ทางกมธ.ยืนยันว่า ตำแหน่งประธานกสทช. เป็นตำแหน่งที่ต้องดูแลทรัพย์สินของชาติ หลักแสนล้านบาท มีเกียรติอย่างยิ่ง จึงต้องมีความสง่างามและตรงไปตรงมา ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามา

“ถ้ามีการสงสัยในคุณสมบัติแบบนี้ ทางกมธ.จะมีการสืบสวนให้ถึงที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน เราก็บอกอย่างชัดเจนว่าเราไม่ได้มีหน้าที่เป็นศาล เรามีหน้าที่เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องให้มาชี้แจง ที่สำคัญที่สุดคือในช่วงที่ผ่านมา นพ. สรณ ไม่มาชี้แจงเอง จึงเป็นจุดที่มีปัญหา” น.ส.ชลณัฏฐ์ กล่าว

เมื่อถามว่าจะมีการเรียก นพ.สรณ เข้ามาชี้แจงอีกครั้งในสัปดาห์หน้าหรือไม่ น.ส.ชลณัฏฐ์ กล่าวว่า ตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น แต่ต้องคุยกับในกมธ.อีกครั้งหนึ่ง และย้ำว่าต้องก่อนวันที่ 16 กรกฎาคม