หน้าแรก การเมือง สถานีคิดเลขที...

สถานีคิดเลขที่ 12 | กำหนดอนาคตการศึกษา โดย สุพัด ทีปะลา

3.07.26 | 10:27 น.

กระบวนการยกร่างกฎหมายการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ มีความคืบหน้าไปมากตั้งแต่ ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ประกาศเดินหน้ายกร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ให้สอดคล้องกับบริบทโลกยุคใหม่ ตอบโจทย์อนาคตของประเทศได้จริง พร้อมตั้งคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจจัดทำร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ช่วง พ.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุดในวันที่ 4 ก.ค.นี้ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา จะเปิดเวทีสาธารณะรับฟังความเห็นต่อ หลักการสำคัญ 10 ประการ ของโครงสร้างหลักของร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ผ่านระบบซูมมีตติ้ง มีการเชิญผู้แทนนักเรียนทุกภูมิภาค ครูและบุคลากรทางการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนทั่วไปให้มาร่วมกันออกแบบ กำหนดทิศทางและอนาคตการศึกษาไทย

สำหรับหลักการสำคัญ 10 ประการ ที่ถูกวางเอาไว้ในร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่ ประกอบด้วย 1.คุณภาพสากล บนบริบทไทย การศึกษาต้องมีคุณภาพ เข้าถึงได้ และสอดคล้องกับสังคม วัฒนธรรม และชีวิตจริงของผู้เรียนในประเทศไทย

2.เรียนรู้ได้ตลอดชีวิต ไม่มีรอยต่อ ทุกคนควรเข้าถึงการเรียนรู้ได้ต่อเนื่อง ทั้งในโรงเรียน นอกโรงเรียน ที่ทำงาน ชุมชน และแหล่งเรียนรู้ต่างๆ 3.การศึกษาต้องเท่าทันโลกใหม่ เตรียมผู้เรียนให้พร้อมกับโลกดิจิทัล เทคโนโลยี นวัตกรรม ระบบข้อมูล และการเปลี่ยนแปลงของสังคมอย่างเท่าทัน

4.บริหารการศึกษาด้วยธรรมาภิบาล ระบบการศึกษาต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ รับผิดชอบต่อผลลัพธ์การเรียนรู้ และเปิดเผยข้อมูลสำคัญต่อสาธารณะ 5.ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา คำนึงถึงความแตกต่างของผู้เรียน และสนับสนุนกลุ่มเปราะบาง ผู้ด้อยโอกาส และผู้มีความต้องการจำเป็นพิเศษ

Advertisement

6.ระบบการศึกษายืดหยุ่น เชื่อมต่อชีวิตจริง รองรับการเรียนรู้หลายรูปแบบ ทุกช่วงวัย เชื่อมโยงการเรียนกับอาชีพ และเปิดทางให้เทียบโอนความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ได้ 7.กระจายอำนาจ ไม่รวมศูนย์ ปรับบทบาทหน่วยงานส่วนกลาง ภูมิภาค ท้องถิ่น สถานศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน

8.ทุกภาคส่วนร่วมจัดการศึกษา เปิดพื้นที่ให้รัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม ชุมชน ครอบครัว แหล่งเรียนรู้ และประชาชน มีส่วนร่วมอย่างเสมอภาค 9.ใช้ทรัพยากรการศึกษาให้คุ้มค่า จัดสรรงบประมาณ บุคลากร และทรัพยากรให้เหมาะกับระดับและประเภทการศึกษา เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน

และ 10.ยกระดับครูและผู้จัดการเรียนรู้ พัฒนาระบบผลิตครู พัฒนาครูใหม่ และครูประจำการ และขยายบทบาทผู้สอนให้หลากหลายมากขึ้น

การรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ถือว่ามีความสำคัญเพราะข้อเสนอและมุมมองของทุกภาคส่วน จะนำไปสู่การยกร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่

ตามไทม์ไลน์คณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจ ตั้งเป้ายกร่างกฎหมายเสร็จแล้วภายในเดือนนี้ จากนั้นจะเปิดรับฟังรายละเอียดในรายมาตราในช่วงสิงหาคม และช่วงเดือนกันยายนจะชงเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

คาดว่าจะเสนอร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ในสมัยประชุมหน้าราวเดือนธันวาคม

การยกร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ เป็นสิ่งที่ผลักดันกันมานานตลอดช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ด้วยเพราะ พ.ร.บ.ฉบับปัจจุบันที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2542 หรือกว่า 27 ปีแล้ว ทำให้ไม่สอดรับกับบริบทของโลกที่เปลี่ยนไป ผนวกกับปัญหาทางด้านคุณภาพการศึกษาไทยที่ยังเป็นโจทย์ใหญ่ เรื้อรังมานานและแก้กันไม่ตก

กระบวนการยกร่างที่ให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วม ถือเป็นหมุดหมายสำคัญ ที่จะร่วมกันออกแบบ กำหนดทิศทางอนาคตการศึกษาไทย