‘อนุทิน-มท.’ แถลงผลสอบข้อเท็จจริง ชี้ผู้รับจ้าง-เอกชนโกง หลักฐานแน่น ฟันวินัย 5 ขรก.สถ.
เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) พร้อมด้วย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัด มท. และ นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัด มท. ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบราชการท้องถิ่น แถลงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงการทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่น ที่นายกฯสั่งให้ดำเนินการและรายงานผลภายใน 7 วัน
นายอนุทิน กล่าวว่า คณะกรรมการชุดนี้ที่ได้เร่งทำการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้น เพื่อหาข้อเท็จจริงภายในเวลา 7 วัน และมีรายงานสรุปเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ซึ่งได้พบความไม่โปร่งใส ไม่สุจริต และมีความพยายามที่จะโกง เพื่อให้บุคคลที่มีความเชื่อมโยงกันได้ผลประโยชน์ และได้รับการคัดเลือกบรรจุเข้าเป็นข้าราชการท้องถิ่น โดยในส่วนนี้ มท.จะดำเนินการตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง เพราะถือเป็นการสอบทุจริต

นายอนุทิน กล่าวว่า หลังจากนี้ จะมีการบูรณาการเพิ่มน้ำหนักหลักฐาน และความเข้มข้นของทุกหน่วยงาน เพื่อเอาผิดกับขบวนการนี้ให้ได้ โดย มท.ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินการวินัยร้ายแรงกับผู้ที่เข้าข่าย ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ เพราะยังไม่ได้มีการกล่าวหา และดำเนินคดี ขณะที่หน่วยงานอื่นอีก 6 หน่วยงาน ภายใต้เอ็มโอยูก็ดำเนินการคู่ขนานกัน และจะมีการหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการกระทำทุจริตมีการกล่าวหาบุคคล ซึ่งน่าจะมีบุคคลที่มีชื่อชั้น มีความสำคัญ และมีตำแหน่งสูง
“การกระทำผิดเพื่อการนี้ ต้องมาแก้ข้อสอบ แก้คะแนน ย้ายข้อสอบแก้ไฟล์ ต้องมีการโอนเงินการบรรจุ แต่ละเรื่องเป็นอาญาแผ่นดินทั้งนั้น” นายอนุทิน กล่าว

นายสันติธร กล่าวว่า มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งจากพยานหลักฐานและเชิญผู้เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวเกือบ 15 ราย มาให้ข้อมูล บางส่วนมาด้วยตัวเอง บางส่วนชี้แจงเป็นเอกสาร และได้เรียกผู้เชี่ยวชาญด้านไอที มาให้ข้อมูล ตรวจเบื้องต้นจากกระดาษคำตอบของ 10 ศูนย์สอบ พบว่า ผู้รับจ้างไม่ได้จัดส่งไฟล์ข้อมูลภาพถ่ายคำตอบมาในทันทีเมื่อตรวจคำตอบเสร็จสิ้นแล้ว นอกจากนั้น ได้สุ่มตรวจแฟลชไดรฟ์ที่เก็บอยู่ที่กรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) ที่บันทึกไฟล์ข้อมูลภาพถ่ายกระดาษคำตอบทั้งหมดของทุกคนกับประกาศผลคะแนน โดยทำการสุ่มตรวจ ปรากฏ 79 ราย พบว่าคะแนนในสำเนากระดาษคำตอบไม่ตรงกับไฟล์ประเมินผลคะแนนสอบถึง 48 ราย โดยพบว่า เป็นการแก้ไขคะแนนทั้งในภาค ก, ภาค ข ทำให้ผลคะแนนในภาค ก เกินกว่าร้อยละ 60 และ ภาค ข สูงขึ้นถึงร้อยละ 90
“และส่วนที่ 2 ในขั้นตอนประกาศผลผู้มีสิทธิ์สอบภาค ค ผู้รับจ้างไม่ส่งประมวลผลสอบเป็นแฟลชไดรฟ์ ทั้งภาค ก และ ภาค ข ให้คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) และไม่ปรากฏว่า กสถ.ได้นำข้อมูลในแฟลชไดรฟ์ที่บันทึกข้อมูลภาพถ่ายกระดาษคำตอบทั้ง ภาค ก และภาค ข มาสอบทาน กับประมวลผลภาค ก และ ภาค ข ที่ผู้รับจ้างได้ส่งให้ โดยจากการให้ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักฐานทางดิจิทัล ตรวจสอบภายหลังจากที่ กสถ.ได้เห็นรายชื่อในภาค ค ก็ยังมีการเข้าไปแก้ไขข้อมูล ก่อนส่งไปประกาศในระบบสารสนเทศอย่างเป็นทางการ” นายสันติธร กล่าวและว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้ มีทั้งเจ้าหน้าที่ สถ. ผู้รับจ้าง และบริษัทเอกชนภายนอก และกลุ่มบุคคลที่ยังไม่ทราบตัวตน โดยจะดำเนินการทางวินัยกับข้าราชการ สถ.ที่มีมูลอันควรถูกกล่าวหาว่า กระทำผิดวินัย 5 ราย

ด้าน นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า มท.ดำเนินการเรื่องนี้ร่วมกับ ป.ป.ช.ได้อายัดข้อมูลดิบที่เป็นกระดาษสอบกว่า 8 แสนแผ่น และมีการเปิดไทม์ไลน์ว่า 3-6 เดือน การตรวจสอบจะแล้วเสร็จ โดยขั้นตอนหลังจากนี้ จะมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินใครเกี่ยวข้องทั้งหมดต้องรับผิดชอบ


