หน้าแรก การเมือง ทูตจีน ตอกย้ำ...

ทูตจีน ตอกย้ำ ‘ประชาชนต้องมาก่อน’ เคล็ดลับความสำเร็จพรรคคอมมิวนิสต์ เดินหน้าจีน-ไทยสู่ ‘ประวัติศาสตร์ยุคใหม่’

2.07.26 | 19:18 น.

เอกอัครราชทูตจีนฯ ตอกย้ำ ความสำเร็จ 105 พรรคคอมมิวนิสต์ ‘ประชาชนต้องมาก่อน’ คือคีย์เวิร์ด – ประกาศร่วมมือไทยเดินหน้าสู่ ‘ประวัติศาสตร์ยุคใหม่’ เพื่อประชาคมโลก

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม เวลา 15.00 น. ที่สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ถนนรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพฯ สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย จัดงานสัมมนา ‘เฉลิมฉลองครบรอบ 105 ปีของการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีนและครบรอบ 51 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีน-ไทย’

โดยมี นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากพรรคการเมืองไทย นักวิชาการ ตลอดจนสื่อมวลชน ที่เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นอันเกี่ยวข้องกับการพัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือในด้านต่างๆ ระหว่างไทย-จีน ท่ามกลางนักการเมือง นักวิชาการและสื่อมวลชนเข้าร่วมคับคั่ง

นายจาง เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย กล่าวว่า วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นวันครบรอบ 105 ปี ของการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน และ 51 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีน-ไทย โดยวานนี้ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้กล่าวสุนทรพจน์สำคัญ ณ กรุงปักกิ่ง ทบทวนถึงเส้นทางการพัฒนาที่รุ่งโรจน์และความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ อีกทั้งอธิบายคุณลักษณะอันโดดเด่น 6 ประการ พร้อมเรียกร้องให้สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนทุกคน มีความเชื่อมั่นในการสานต่อการต่อสู้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายประการที่ 2 ของการต่อสู้ในรอบร้อยปี ซึ่งคือ ‘การสร้างประเทศสังคมนิยมที่ทันสมัยและเข้มแข็งอย่างรอบด้าน ในกลางศตวรรษนี้’

โดยประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เน้นย้ำว่า พรรคคอมมิวนิสต์ ได้นำพาประชาชนกับความทันสมัยแบบจีน ได้สร้างรูปแบบใหม่ของ ‘อารยธรรมของมวลมนุษยชาติ’ และขยายเส้นทางสู่ความทันสมัยสู้ประเทศกำลังพัฒนา ทำให้พรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้พัฒนาพรรคการเมือง พรรครัฐบาล ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

Advertisement

“พรรคคอมมิวนิสต์จีน จะยืนหยัดอยู่ฝ่ายที่ถูกต้องของฝ่ายประวัติศาสตร์ และฝ่ายก้าวหน้าของอารยธรรมเสมอ จะเปลี่ยนแปลงแนวโน้มการพัฒนาของโลก ด้วยความมานะอุตสาหะ สังคมนิยมภายใต้พรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ว่าเป็นผู้สร้างสันติภาพของโลก ผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนา และผู้พิทักษ์ระเบียบระหว่างประเทศ” นายจางกล่าว

นายจางกล่าวต่อไปว่า ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้ชี้ให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงที่ไม่พึงปรากฏในรอบร้อยปีได้ถือกำเนิดขึ้น และการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ ของมนุษยชาติยืนอยู่บนทางแยกอีกครั้ง พรรคคอมมิวนิสต์จีน จะส่งเสริมค่านิยมร่วมกัน และจะเสริมพลังในการแก้ไขปัญหาใหญ่ให้กับมนุษยชาติ รวมถึงเพิ่มพลังเชิงบวกในการสร้างสังคมสันติสุขระดับโลก

“วันนี้ สถานทูตฯ จีน ได้ร่วมมือกับแวดวงพรรคการเมือง วิชาการและสื่อมวลชนของประเทศ จัดงานสัมมนาเพื่อเฉลิมฉลองร่วมกัน ซึ่งสาระที่สำคัญอย่างยิ่ง ที่ผ่านมาหลายพรรคการเมือง ได้ส่งสาส์นแสดงความยินดี ในโอกาสครบรอบ 105 ปี ณ ที่นี้ ข้าพเจ้าขอแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจ” นายจางกล่าว

นายจางกล่าวต่อไปว่า 105 ปี แห่งการเดินทางกรำแดดกรำฝน พรรคได้เติบโตจากสมาชิก 50 คน เป็นพรรคที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีสมาชิกกว่า 100 ล้านคน มีองค์กรรากฐานกว่า 5 ล้านองค์กร นำพาประชากรกว่า 1,400 ล้านคน ปกครองประเทศอย่างต่อเนื่อง 77 ปี

“พรรคฯ ได้นำพาชาวจีนไปสู่ความก้าวหน้ายิ่งใหญ่ จากการยืนขึ้น การลุกขึ้น ไปสู่การแข็งแกร่งขึ้น สร้างปาฏิหาริย์สองประการ คือ การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว และความมั่นคงทางสังคมระยะยาว” นายจาง ชี้

นายจาง กล่าวต่อไปว่า นับตั้งแต่เริ่มต้นยุคใหม่ คณะกรรมการกลาง ภายใต้การนำของท่าน สี จิ้นผิง ได้นำพาประชาชนทุกกลุ่มชาติพันธุ์ ‘ปฏิรูปประเทศ’ เอาชนะความลำบากยากจน จนประสบความสำเร็จในการนำพาจีนเข้าสู่การพัฒนาคุณภาพสูง

“ในปี 2025 GDP ได้แตะ 140 กว่าล้านล้านหยวน ครองอันดับ 2 ของโลก และมีบทบาทในเวทีโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จีนได้บูรณาการสร้างผลผลิตและโอกาสการพัฒนาร่วมกันอย่างกว้างขวางสำหรับประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศอื่นๆ ทั่วโลก” นายจางกล่าว

นายจางกล่าวว่า นับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ เราเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยเกิดขึ้นในรอบ ศตวรรษ ผู้นำในหลายประเทศต่างหันมาให้ความสนใจจีน พวกเขาต้องฟังสิ่งที่จีนพูด ต้องการเห็นสิ่งที่จีนทำ พวกเขาคิดว่าทำไมจีนประสบความสำเร็จได้ ซึ่งตลอดระยะเวลา 1 ปี ตนได้พบปะผู้นำไทย ทั้งพรรครัฐบาลและฝ่ายค้าน ตลอดจนประชาชนจากหลากหลายสาขาวิชาชีพ รวมถึงได้เชิญร่วมงานต่างๆ เพื่อให้เข้าใจภาพรวมความสำเร็จของจีน

“ข้าพเจ้าสังเกตเห็น ว่าทุกท่านให้ความสนใจนโยบายของจีน และมักถามถึงเคล็ดลับในการปกครองจีน ซึ่งข้าพเจ้าถ่ายทอดว่า กุญแจสำคัญในการบริหารของจีนนั้น อยู่ที่พรรคคอมมิวนิสต์จีน เหตุผลที่สามารถเอาชนะความเสี่ยงต่างๆ นานา โดยพื้นฐาน เป็นเพราะความสร้างความแข็งแกร่งของพรรคคอมมิวนิสต์จีนอย่างต่อเนื่อง เหตุผลที่ทำไมทำได้ เพราะพรรคคอมมิวนิสต์จีน ทำได้ เหตุผลที่พรรคคอมมิวนิสต์ทำได้นั้น อยู่ที่การยึดมั่นในจุดยืนของประชาชน พรรคได้ยืนหยัดเคียงข้างประชาชนเสมอมา รับใช้ประชาชนอย่างสุดหัวใจ มุ่งมั่นแน่วแน่ เพื่อประโยชน์พื้นฐานของประชาชนส่วนใหญ่ เมื่อเข้าสู่ยุคใหม่ คณะกรรมกลางของพรรคฯ ภายใต้การนำของ ท่านสี จิ้นผิง ได้เน้นย้ำว่า ต้องให้ประชาชนอยู่ในสถานะสูงสุดในใจเสมอ” นายจาง เน้นย้ำ

จากนั้น นายจาง กล่าวต่อว่า เหตุผลอยู่ที่การยึดมั่น ยืนหยัดเคียงข้างประชาชน ยึดมั่นในหลักการที่ว่า ‘ประชาชนต้องมาก่อน’ และพึ่งพาประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความสำเร็จทางประวัติศาสตร์ เพราะ ‘ประเทศ คือ ประชาชน’ การสนับสนุนของประชาชน เป็นรากฐานอันแข็งแกร่ง

“เหตุผลที่ทำได้นั้น อยู่ที่ความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับกระแสของยุคสมัย พรรคได้เข้าใจกฎเกณฑ์ ทิศทาง การพัฒนาของประวัติศาสตร์ และโลกอย่างเท่าทัน แก้ไขปัญหาท้าทายสำคัญที่เผชิญอยู่ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของจีนอย่างสิ้นเชิง ปรับตัวตามระเบียบโลกอย่างแม่นยำ โดยเสนอ ‘1 แถบ 1 เส้นทาง’ และความริเริ่มระดับโลก 4 ประการที่สำคัญ ในการสร้างประเทศสังคมนิยมอย่างรอบด้าน

นายจางกล่าวต่อว่า อยู่ที่การเสริมสร้างความแข็งแกร่งของพรรคฯ คือการปฏิวัติตนเองอย่างกล้าหาญ พรรคยึดมั่นในทฤษฎีวิทยาศาสตร์ จัดตั้งพรรคบนพื้นฐานอุดมการณ์ความเชื่อร่วมกัน ด้วยวิสัยทัศน์ที่เข้มงวด ทำให้พรรคยังแข็งแกร่งในอุดมการณ์

“เมื่อเข้าสู่ยุคใหม่ ท่านสี จิ้นผิง ได้เสนอกลยุทธ์ใหม่ๆ ก่อให้เกิดแนวคิดสี จิ้นผิง ทั้งระบบแกนนำ และภาวะผู้นำ การชี้นำทางอุดมการณ์ ซึ่งไม่เพียงแค่สร้างยุคใหม่ของการปกครอง แต่ยังได้นำเอาแนวคิดและภูมิปัญญา มาส่งเสริมความก้าวหน้าทางอารยธรรมทางการเมืองของมนุษยชาติด้วย” นายจางกล่าว

นายจาง กล่าวต่อไปว่า ท่าน สี จิ้นผิง เลขาธิการใหญ่ของพรรคกล่าวว่า พรรคมุ่งมั่นเพื่ออุดมการณ์ยิ่งใหญ่ ให้เกิดสันติภาพและการพัฒนาของมนุษยชาติ ภารกิจนั้นยิ่งใหญ่และสูงซึ่งอย่างยิ่ง มุ่งมั่นเพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวจีนและความก้าวหน้าของมนุษษยชาติ ดำเนินนโยบายอย่างอิสระ และเน้นสันติภาพ ด้วยหลัก 4 ประการได้แก่ ‘ความอิสระ ความเสมอภาค เคารพซึ่งกันและกัน และการไม่แทรกแซงกิจการภายใน’

“พรรคฯ ได้สถาปนาความสัมพันธ์ฉันมิตร กับพรรคและองค์กรทางการเมือง กว่า 700 องค์กร กว่า 170 ประเทศทั่วโลก รวมถึงพรรคการเมืองในประเทศไทย และวางรากฐานทางการเมืองที่มั่นคง ในการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างรัฐต่อรัฐ แนวคิดทางการทูต ประเทศจีน ชูธง การสร้างประชาคมโลก ตามแนวคิดริเริ่มระดับโลก 4 ประการ บนพื้นฐานความเสมอภาค Win-win เท่าเทียม

“สนับสนุนการพัฒนาโลก ปกป้องระเบียบระหว่างประเทศ จีนเป็นหุ้นส่วนที่แท้จริงของประเทศไทย ที่สามารถไว้วางใจและพึ่งพาได้เสมอ” นายจางกล่าว

นายจางกล่าวต่อไปว่า ปี 2025 จีนและไทย ได้ร่วมกันเฉลิมฉลองความการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ และทรงพบหารือข้อราชการกับ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งนับเป็นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนอย่างเป็นทางการครั้งประวัติศาสตร์ พร้อมบรรลุฉันทามติสำคัญในการกระชับความร่วมมือ เพื่อสร้างประชาคมจีน-ไทยร่วมกัน

“ความสัมพันธ์ระหว่างจีนไทย แสดงให้เห็นถึงความมีชีวิตชีวาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในปีนี้ ความร่วมมือระหว่างจีนไทยในอุตสาหกรรม สะท้อนความเติบโตอย่างแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง เป็นครั้งแรกที่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ของจีนได้ลงทุนขนาดใหญ่ในประเทศไทย และบริษัทผลิตแผงวงจรชั้นนำหลายแห่ง ได้ขยายการลงทุนในประเทศไทย เพื่อให้การอุสาหกรรมไทยเปลี่ยนผ่านไปสู่ความเป็นอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”

“ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวเมืองไทย มีจำนวนถึง 2.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นกว่า 19% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว จำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยไปจีน ก็พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ปัญญาประดิษฐ์ การสำรวจอวกาศห้วงลึก และอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ กำลังจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของความร่วมมือทั้งสองประเทศ เพื่อผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมต่อประชาชน” นายจาง ระบุ

นายจางกล่าวต่อไปว่า 51 ปีที่ผ่านมา จีนและไทย ยืนหยัด เดินเคียงบ่าเคียงไหล่ก้าวไปข้าวหน้าร่วมกัน ทั้งสองประเทศเคารพ ร่วมกันพัฒนาและสนับสนุนซึ่งกันและกันในการปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง ผลประโยชน์ด้านการพัฒนาของชาติ ความร่วมมือที่ยังประโยชน์ร่วมกัน ได้ก่อให้เกิดผลลัพธ์มีประสบความสำเร็จโดย ‘การค้าทวิภาคี’ เพิ่มขึ้นกว่า 6,000 เท่า เมื่อเทียบกับตอนต้นของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต จีนเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของไทยติดต่อกันถึง 13 ปี และยังเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตร แหล่งลงทุนหลัก และแหล่งท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของไทย ข้าพเจ้าเชื่อว่าด้วยความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด จะสร้างเสริมการพัฒนาอย่างสันติ ร่วมกันแก้ไขความเสี่ยง และความท้าทายต่างๆ จนกลายเป็นกำลังสำคัญในโกลบอล

“ปีนี้ เป็นปีเริ่มต้น ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจีน ฉบับที่ 15 จีนจะยังคงยึดมั่นในหลักการแห่งมิตรภาพ ความจริงใจ ความร่วมมือแบบ Win-win และยอมรับความแตกต่างทางนโยบายทางการทูตประเทศเพื่อบ้าน เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพของภูมิภาคและโลก ณ จุดเริ่มต้นทางประวัติศาสตร์ครั้งใหม่นี้ จีนยินดีที่จะเสริมสร้างการประสานยุทธศาสตร์การพัฒนาร่วมกันกับไทย รักษามิตรภาพอันยืนนาน และกระชับความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้ผลการพัฒนาเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั้งสองประเทศเป็นวงกว้าง ร่วมกันส่งเสริมสันติภาพ และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค เพื่อเขียนบทใหม่ ในการสร้างประชาคมจีน-ไทย เริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ที่ทันสมัยของทั้งสองประเทศ” นายจาง กล่าว