ป.ป.ช.จ่อสรุปคดีรถหรูเลี่ยงภาษี ล็อตแรกใน 2-3 เดือน เผยต้องแบ่งเป็นหลายล็อต พบเอี่ยวกว่าพันคัน-ขอข้อมูล ตปท.เพิ่ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตั้งคณะกรรมการประสานและเร่งรัดการดำเนินคดีทุจริตระหว่างประเทศ มีประธานกรรมการ ป.ป.ช.เป็นประธาน ร่วมกับสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เป็นกรรมการ ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลและไต่สวนคดีทุจริตและคดีติดสินบนข้ามชาติอย่างน้อย 15 คดี โดยมีคดีทุจริตการเลี่ยงภาษีนำเข้ารถหรูที่ ป.ป.ช.ระบุว่าจะสรุปสำนวนได้ภายใน ก.ย. 2560 นั้น
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่ ป.ป.ชนายวิทยา อาคมพิทักษ์ กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีนี้ เปิดเผยความคืบหน้าในการไต่สวนว่า ยอมรับเรื่องนี้ไต่สวนมานาน เพราะเป็นคดีที่มีผู้ถูกร้องเรียนกล่าวหาเป็นร้อยคน รถหรูที่เกี่ยวข้องเป็นหมื่นคัน และต้องประสานขอเอกสารหลักฐานจากต่างประเทศ ขณะนี้ ป.ป.ช.ได้หลักฐานจากต่างประเทศบางส่วนเท่านั้น จึงพิจารณาตามพยานหลักฐานที่มีประกอบกับการสอบปากคำพยานบุคคล ทำให้ต้องแบ่งย่อยออกเป็นหลายล็อต ไม่สามารถดำเนินการล็อตใหญ่ได้ทีเดียวหมด เนื่องจากต้องอาศัยหลักฐานที่ชัดเจนจากต่างประเทศ เช่น ใบส่งของ ใบแจ้งหนี้ แต่เอกสารที่ได้มาทำให้พิจารณาพบว่าล็อตแรกมีรถหรูเกี่ยวข้องกว่าพันคัน เชื่อว่าจะสามารถสรุปสำนวนล็อตแรกนี้ได้ภายใน 2-3 เดือนนี้ แล้วส่วนอื่นๆ จึงขยายผลต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2560 แหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักงาน ป.ป.ช.เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวมีการกล่าวหาผู้บริหารระดับสูงในกรมศุลกากรและเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่มีพฤติการณ์ปล่อยรถยนต์หรูโดยเรียกค่าธรรมเนียมและภาษีที่ต้องเสียแก่ราชการต่ำกว่าปกติ ทำให้เกิดมูลค่าความเสียหายสูงมาก ซึ่งผู้ถูกกล่าวหารายนี้ถูกกล่าวหาเกี่ยวกับคดีดังกล่าวอีกหลายสำนวน ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการไต่สวนได้ประสานขอเอกสารหลักฐานจากหน่วยงานของประเทศอังกฤษเพื่อนำมาประกอบด้วย แม้ยังได้ไม่ครบถ้วนทั้งหมด แต่สามารถนำข้อมูลบางส่วนมาประกอบได้ และถือว่าหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบสำนวนการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช.นับตั้งแต่ปี 2556 เผยแพร่รายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ถูกกล่าวหาในคดีนี้คือ นายราฆพ ศรีศุภอรรถ อธิบดีกรมศุลกากร (ขณะนั้น) และนายชัยพงศ์ พิทักษ์มงคล นักวิชาการศุลกากรชำนาญการ (ขณะนั้น) โดยถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ หรือโดยทุจริตเรียกรับเงินจากผู้ประกอบการนำเข้ารถยนต์อิสระเพื่อแลกกับการไม่จับกุมดำเนินคดี กรณีหลีกเลี่ยงภาษีด้วยการสำแดงราคารถยนต์ที่นำเข้าจากต่างประเทศต่ำกว่าความเป็นจริง และมีพฤติการณ์ทุจริตรับราคารถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งมีการสำแดงราคารถยนต์ที่นำเข้าต่ำกว่าความเป็นจริง ทำให้ผู้นำเข้ารถยนต์เสียภาษีอากรหรือค่าธรรมเนียมน้อยกว่าที่ต้องชำระ อย่างไรก็ดีกรณีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการไต่สวนข้อเท็จจริง ดังนั้นผู้ถูกกล่าวหาทุกรายจึงยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายราฆพถูกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 16/2558 ให้ระงับการปฏิบัติหน้าที่ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ไปปฏิบัติราชการในตำแหน่งประจำสำนักปลัดกระทรวงการคลังแล้ว

