เท้ง ผุดไอเดีย “รั้วเทคโนโลยี” สกัดยาเสพติด ชี้ช่องโหว่ชายแดน ทำไทยกลายเป็นทางผ่านยาเสพติดโลก แนะตัดวงจรดุลพินิจเจ้าหน้าที่ มอง สั่งห้ามแชร์ข่าวแก้ปัญหาปลายเหตุ ย้ำต้องแก้ “ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ”
เมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 3 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงปัญหายาเสพติดในประเทศไทย ที่มีการใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านยาเสพติด ว่า ปัญหายาเสพติดในประเทศที่ทุกคนต่างรู้และเป็นปัญหามาช้านาน สาเหตุที่สำคัญคือการทุจริตคอร์รัปชั่น ส่วนราชการและเจ้าหน้าที่รัฐต่างรู้ ผู้ค้ายาอยู่ตรงไหน แต่เหตุใดถึงไม่สามารถที่จะปราบปรามได้อย่างเต็มที่เท่าที่ควร
สิ่งที่สำคัญไม่ใช่หน่วยงานจะออกมาให้ความเห็นว่าไม่อยากให้มีการแชร์ข่าวทำลายภาพลักษณ์ในประเทศ เพราะนั่นเป็นปลายทาง แต่ต้นทางที่แท้จริงคือทำให้มีความโปร่งใสในหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งการดำเนินนโยบายเรื่องยาเสพติดส่วนใหญ่จะเสียงบประมาณมหาศาลในการแก้ไขปัญหาปลายทาง แต่ยังจำเป็นต้องทำ เช่น การทำโรงเรียนสีขาว การทำชุมชนที่เข้มแข็ง เยาวชนปลอดภัยต้านยาเสพติด แต่ปัญหาต้นน้ำและกลางน้ำ เช่น การทำให้ชายแดนมีความเข้มแข็ง เราเคยเสนอเรื่องการทำรั้วเทคโนโลยี เพราะต้องยอมรับว่าขณะนี้มีช่องลอดตามแนวชายแดนเยอะแยะไปหมด รัฐอาจจะรู้แต่ก็ยังเปิดให้ช่อง VIP ลักลอบยาเสพติดเข้ามา
“ถ้าเราใช้ทำรั้วเทคโนโลยีเอาเทคโนโลยีมาช่วยป้องกันตามแนวชายแดนก็จะทำให้เกิดความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น การใช้กฎหมายลดใช้ดุลพินิจ คล้ายๆ ออกใบสั่ง เวลามีการขับรถเร็วเกินกำหนด ตั๋วสั่งการก็จะไปที่ส่วนกลาง ไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่อยู่ตรงกลางระหว่างกระบวนการ” นายณัฐพงษ์กล่าว
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า แม้แต่ต้นน้ำซึ่งไทยมีบทบาทสำคัญในภูมิภาค ต้องยอมรับความเป็นจริงโดยไม่ได้กล่าวหาว่า ฐานการผลิตยาเสพติดล้วนอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านรายล้อมประเทศไทยอยู่ ตรงนี้เป็นปัญหาระดับโลก ไม่ใช่ปัญหาแค่ประเทศไทยเท่านั้น คำถามสำคัญไทยจะวางบทบาททางการทูตอย่างไร ที่จะชักชวนประเทศต่างๆ เข้ามาร่วมแก้ปัญหากับประเทศไทย โดยประเทศไทยแกนกลางในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ได้ เพราะหากแก้ปัญหาในประเทศไทยพร้อมกับปัญหาประเทศเพื่อนบ้านได้ ก็จะสามารถแก้ไขปัญหายาเสพติดให้กับทั่วโลกได้เช่นกัน
เมื่อถามว่าล่าสุดเกิดกรณีแอร์รับหิ้วของที่อาจไม่ทราบว่ามียาเสพติดซ่อนอยู่จนออสเตรเลียตรวจพบและส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อไทย นายณัฐพงษ์กล่าวว่า แน่นอนต้องกระทบกับภาพลักษณ์ แต่วิธีการแก้ไขปัญหาไม่ใช่หน่วยงานออกมาบอกว่า ไม่ต้องการให้มีการแชร์ข่าวเพราะจะทำลายภาพลักษณ์ของไทย แต่วิธีการแก้ไขปัญหาคือต้องคิดให้จบทั้งกระบวนการ คือให้แบ่งตั้งแต่ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ
“อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญ ซึ่งต้นน้ำอาจจะแก้ยากหน่อย แต่กลางน้ำการทำรั้วเทคโนโลยี รั้วชายแดนที่มีความเข้มแข็ง คิดว่าจะทำให้การแก้ไขปัญหาให้มีประสิทธิภาพขึ้นได้” นายณัฐพงษ์กล่าว


