หน้าแรก การเมือง อนุทิน ลั่นไม...

อนุทิน ลั่นไม่เกี่ยวศึกสีน้ำเงิน สั่งชะลอแต่งตั้ง จ่อฟันวินัยร้ายแรง 5 ขรก.ใหญ่ ด้าน มศว งัดแฟลชไดรฟ์ท้าเทียบคะแนน

4.07.26 | 06:40 น.

อนุทิน ลั่นไม่เกี่ยวศึกสีน้ำเงิน สั่งชะลอแต่งตั้ง จ่อฟันวินัยร้ายแรง 5 ขรก.ใหญ่ ด้าน มศว งัดแฟลชไดรฟ์ท้าเทียบคะแนน

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 3 กรกฎาคม ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่าเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่น เกิดจากความขัดแย้งสายสีน้ำเงิน พร้อมแนะนำให้ทบทวนมาตรการไม่ให้กระทบคนสุจริต ว่าเกี่ยวอะไรกับสีน้ำเงิน เรื่องนี้เป็นระบบสอบของทางราชการ อย่าไปสรุปอะไรอย่างนั้น และตอนนี้มี 7 หน่วยงาน ที่เข้ามาดำเนินการสืบสวนสอบสวนเอาผิดอยู่ นี่ไม่ใช่การสืบสวนหาข้อเท็จจริงแล้ว แต่ถึงขั้นตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้กระทำผิด และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรวมถึงเอาผิดกับผู้ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ เหมือนเป็นการทำผิดกฏหมาย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองเลยแม้แต่น้อย นี่เป็นเรื่องระบบที่ตนก็ยกเลิกไปแล้ว 3 ปี และตอนนี้ก็มีการสอบ และใช้ทีโออาร์ มันถึงได้ยาก เพราะเป็นทีโออาร์ใหม่ แต่เขาก็อุกอาจเข้าไปแก้ในระบบไฟล์คอมพิวเตอร์ คงตื่นตระหนกเสียจนทำอะไรได้ก็ทำก่อน เหมือนคนกำลังจะจมน้ำ อย่างไรก็ตาม ตรงนี้เป็นหน้าที่ของ 7 หน่วยงาน ที่ตนได้ตั้งขึ้นมาให้มีการลงนามกันเป็น MOU ในการปราบปราม และคิดอยู่แล้วว่ามันจะต้องเกิดแน่ๆ ถึงตั้งหน่วยงานเหล่านี้ขึ้นมาทำงาน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะที่เป็นทั้งนายกฯ และรมว.มหาดไทย จะทำอย่างไรให้ภาพลักษณ์ของกระทรวงมหาดไทย ที่ตอนนี้ประชาชนมองในด้านลบ กลับมาเป็นที่เชื่อมั่นของประชาชนอีกครั้ง นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องเร่ง ซึ่งวิธีการสอบต้องยึดถือกฎเกณฑ์การสอบ แต่คนที่ทำผิดคงมองเห็นผลประโยชน์มากกว่าความถูกต้อง เมื่อเห็นเรื่องผลประโยชน์ และในอดีตคิดว่าสิ่งที่เคยทำในอดีตสามารถทำได้ แต่จริงๆ ตัวการป้องกันในการสอบล่าสุดตามทีโออาร์แทบจะไม่มีคนกล้าเข้ามา โดยให้ มศว ทำซึ่งเขาก็ทำได้อย่างดี สมัยก่อนข้อสอบตรวจกันที่จังหวัดที่สอบ แต่ตอนนี้มาตรวจส่วนกลาง เก็บไว้มิดชิดแน่นหนา แต่ในทีโออาร์ เหมือนเขียนการทำลายข้อสอบหรือชีทว่าจะทำลายทุกปี เขาคงหวังว่าคงปิดอะไรได้ เพราะมีการสอบตั้งแต่เดือน ธ.ค.68 และผ่านมา 6 เดือนแล้วลากไปอีก 6 เดือน ต้นขั้วคงถูกทำลายไป พิสูจน์อะไรไม่ได้ แต่พอมีเรื่องขึ้นมา ทุกคนและหน่วยงานทั้งหลาย คงพิสูจน์อะไรไม่ได้ แต่พอมีเรื่องขึ้นมาทุกหน่วยงานก็เข้าไปยันไว้ก่อนตอนนี้ ข้อสอบต้นขั้วก็ถูกอายัดแล้ว และจัดทำเป็นไฟล์ไว้หมดแล้ว ส่วนเรื่องการเข้าไปแก้ไฟล์ใหญ่ในคอมพิวเตอร์ ก็ยิ่งชัดเข้าไปใหญ่ เพราะต้นขั้วเป็นคะแนนแบบหนึ่งแต่ในคอมพิวเตอร์เป็นอีกแบบหนึ่ง ฉะนั้น ดูพฤติกรรมตรงนี้ก็รู้อยู่แล้ว ว่าเป็นเรื่องที่กระทำโดยไม่สุจริตแน่นอน

เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าในยุคนี้จะสามารถถอนรากถอนโคนขบวนการเหล่านี้ให้หมดสิ้นได้ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องมั่นใจ เพราะพวกตนไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยก็ทุบอย่างเดียว ใครทำผิดบอกแล้วทำไม่ได้ โดยเฉพาะถ้าทำในโครงสร้างพื้นฐานระบบราชการ

“คุณซื้อขายตำแหน่งตั้งแต่เข้ามาเป็นราชการ โอ้โห พูดง่ายๆ คือส่งเสริมให้ทำความชั่วตั้งแต่วันแรกของการรับราชการ และความชั่วนั้นก็ชั่วไปตลอด ต้องทนกับเขาตั้ง 30 ถึง 40 ปี ให้เขาทำความชั่วอย่างนั้นหรือ ผมก็ไม่เข้าใจ ที่ผู้สื่อข่าวสื่อถามเกี่ยวอะไรกับการทะเลาะกันในสีน้ำเงิน มันไม่เกี่ยวกันเลย นี่เป็นเรื่องของระบบราชการ ไม่มีการเมือง ไม่มีอะไร ใครทำผิดโดนใครก็คนนั้น ไม่มีการช่วยเหลือ เรื่องไม่ช่วยใคผมมีชื่อเสียงตรงนี้ เลิกคบกันไปไม่รู้กี่คนแล้ว ซึ่งก็ไม่มีปัญหา”นายกฯ กล่าว

Advertisement

เมื่อถามว่า ในฐานะรมว.มหาดไทย พอเกิดประเด็นข่าวนี้ขึ้นมารู้สึกฉุนมากหรือไม่ นายกฯ หัวเราะ พร้อมกล่าวว่า ไม่ใช่ฉุนอย่างเดียว และตนเป็นคนยกมา 3 ปี การสอบเที่ยวนี้ที่เป็นเรื่องเป็นราว เป็นการสอบท้องถิ่น ไม่ใช่ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย เพราะข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ต้องผ่านช่องทาง ก.พ. ซึ่งมีมาตรฐานทางราชการ แต่นี่เป็นการสอบท้องถิ่น กระบวนการใครตั้งขึ้นมา ไม่ใช่ตน มีกฎหมายการกระจายอำนาจ ทุกอย่างมีคณะกรรมการ ก็ต้องไปดูตรงนั้น

“ผมทราบเรื่องก็บอกให้ชะลอการบรรจุ พอผมชะลอการบรรจุ กสถ. ก็บอกไม่ชะลอให้บรรจุเลย นี่ไง ผมยิ่งไม่ต้องกังวลใหญ่เลย เพราะผมได้ทำในขอบเขตอำนาจไปเรียบร้อยแล้ว ใครที่ทำเกินอำนาจที่ผมมีอยู่คนนั้นก็ต้องไปรับผิดชอบ ผมไม่ได้บอกว่าเขามาก้าวก่ายอำนาจของผม อำนาจใครอำนาจมัน แต่ในส่วนของผมได้ป้องกันไว้หมดแล้ว พอผมป้องกันแล้ว ต่อจากนี้ไปใครผิด ผมก็ร่วมกันฟาดก็แค่นั้น“ นายกฯ กล่าว

เมื่อถามว่า แบบนี้ถือเป็นการดื้อต่ออำนาจเจ้ากระทรวงหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เขาไม่ใช่ลูกน้องตน กรรมการเหล่านี้ไม่ใช่ผู้ใต้บังคับบัญชาของตน ผู้ใต้บังคับบัญชาของตนที่อยู่ในกรรมการนี้ก็ทำตามข้อสั่งการของตนทุกคน

เวลา 08.00 น. วันเดียวกันที่กระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าภายหลังคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มีนายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน พบข้าราชการพลเรือนสามัญในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มีมูลอันควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยจำนวน 5 ราย ว่า จากการสอบสวนของกระทรวงมหาดไทย จะดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงสำหรับข้าราชการทั้ง 5 คน หากพบผิดวินัยก็จะมีการลงโทษตามการกระทำความผิดไปตามความผิดนั้นๆ เช่น การตัดขั้นเงินเดือน ทำทัณฑ์บน และถ้าพบว่ามีความผิดทุจริต ก็ให้ออกจากราชการ แต่ขณะนี้ยืนยันว่าบุคคลทั้ง 5 คนนี้มีพฤติกรรมที่บกพร่องในหน้าที่อย่างแน่นอน เนื่องจากเอื้อให้เกิดการทุจริต? แต่หากจะชี้ว่าทุจริตในขั้นตอนใด ต้องรอผลการสอบสวนให้เสร็จ

นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทย โดยกลุ่มงานวินัยและส่งเสริมสมรรถภาพข้าราชการ เตรียมออกคำสั่งสอบวินัย ซึ่งในคำสั่งจะมีการระบุชื่ออย่างชัดเจน แต่ขณะนี้ยืนยันได้ว่ารายชื่อทั้ง 5 รายชื่อ เป็นราชการระดับสูงและผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการ และเมื่อมีการเสนอมา ปลัดกระทรวงฯ จะเป็นผู้ลงนามในคำสั่งต่อไป ทั้งนี้กระบวนการสอบสวน จะไม่ได้จบเพียงแค่การสอบข้าราชการเพียง 5 ราย เพราะหลังจากที่มีกระบวนการสอบจะมีการขยายเครือข่ายที่จะมีการสาวไปเรื่อยๆ หากพบมีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น ผู้ที่เกี่ยวข้องกับทีโออาร์

เวลา 15.00 น. ที่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ประสานมิตร ศ.ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์  อธิการบดี มศว พร้อมด้วย ,ผศ.ดร.ฤทธิชัย อ่อนมิ่ง รองอธิการบดีฝ่ายนิติการและกิจการสภามหาวิทยาลัย ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ผศ.ดร.ประภาภรณ์ โรจน์ศิริรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร แถลงข่าว กรณีทุจริตการสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่น ภายหลังผลการตรวจสอบพบว่ามีพฤติการณ์ส่อเอื้อให้เกิดการทุจริต

ศ.ดร.ชลวิทย์ กล่าวว่า ตั้งแต่ที่ทราบข่าวก็รู้สึกตกใจ และให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก โดยสั่งการให้ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบ ซึ่งเป็นผู้รับงานมาปีนี้เป็นครั้งแรก มอบเอกสารทั้งหมด และแฟลชไดรฟ์ ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช. )ตั้งแต่วัน แรก ส่วนมหาวิทยาลัยได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้ เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ข้อค้นพบเบื้องต้น พบว่ามีบางประเด็น มีพฤติกรรมส่อไปในทางไม่สุจริต โดยจะนำข้อสรุปที่ได้ส่งให้ป.ป.ช.เพื่อประกอบการพิจารณา ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เพื่อให้ความจริงปรากฏ ทั้งนี้ ผลการสอบข้อเท็จจริง พบประเด็นสำคัญหลาย ส่วนที่หนึ่งเป็นการตอบข้อเท็จจริงที่จบแล้วไม่พบการทุจริตส่วนที่สองเราพบสำคัญที่อาจส่งผลกระทบไปถึงการทุจริตได้

“ผมขอยืนยันอีกครั้งว่า หากพบคนในมศวเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตที่ทำให้มหาลัยเกิดความเสียหายมหาวิทยาลัยจะไม่ปกป้องคนทำผิดแน่นอน พร้อมให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้ความจริงกระจ่างและให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้อย่างถูกต้อง“ศ.ดร.ชลวิทย์ กล่าว

ศ.ดร.ชลวิทย์  กล่าวว่า ส่วนกรณี ที่มีข้อเรียกร้องให้บรรจุแต่งตั้งผู้ที่สอบผ่านด้วยความสุจริตไปก่อน นั้น ส่วนตัวเห็นด้วย โดยสามารถนำข้อมูล ของมศว ซึ่งอยู่ในแฟลชไดรฟ์ ที่ส่งให้ป.ป.ช. มาเทียบกับ แฟลชไดร์ฟ ของสถ.  ก็จะทราบรายละเอียด และมศว ก็อยากให้ป.ป.ช. นำแฟลชไดร์ฟมาเทียบเคียง เพื่อให้เห็นคะแนนที่แท้จริง