หน้าแรก การเมือง วิวรรธนไชยวิเ...

วิวรรธนไชยวิเคราะห์ทิศทางเลือกตั้ง ฟันธงบิ๊กตู่นั่งนายกฯต่อ

11.06.17 | 16:05 น.

วิวรรธนไชยชี้ปมลึกเลือกตั้ง ฟันธงบิ๊กตู่นั่งนายกฯต่อ

นายวิวรรธนไชย ณ กาฬสินธุ์ อดีต ส.ส.กาฬสินธุ์ ให้สัมภาษณ์มติชนถึงทิศทางการเลือกตั้ง ส.ส.ตามระบบการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม ของร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ว่า การจัดตัวผู้สมัคร ส.ส.ทั้งแบบเขตและแบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองหลักๆ ทีมยุทธศาสตร์พรรคจะต้องคิดให้ละเอียด ในการคัดเลือกตัวบุคคลว่าจะให้ใครลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบเขตและ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เพราะการเลือกตั้ง ส.ส.แบบจัดสรรปันส่วนผสม ทุกคะแนนเสียงจะมีความหมาย ไม่ว่าคะแนนเสียงของผู้ชนะการเลือกตั้ง ผู้แพ้การเลือกตั้ง จะชนะหรือแพ้ด้วยคะแนนเสียงมากหรือน้อยกันเพียงใด ทุกคะแนนเสียงจะถูกนำมารวมกันทั้งหมด เพื่อนำมาคำนวณเป็นจำนวน ส.ส.ทั้งแบบเขตและแบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคจะได้รับเลือกตั้ง ส.ส.เข้ามา ผู้ที่จะทำหน้าที่เคาะเลือกบุคคลลงสมัครรับการเลือกตั้งของพรรคครั้งต่อไป ต้องเป็นระดับผู้มีบารมีของพรรค เข้าใจกฎ กติกาการเลือกตั้งรวมทั้งยุทธศาสตร์ทางการเมืองเป็นอย่างดี อดีตส.ส.เก่าขึ้นชั้นเกรดเอสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป ขณะนี้เริ่มมีการเช็กคะแนนย้อนหลังของอดีตผู้สมัคร ส.ส.และอดีต ส.ส.เก่าหลายคน ที่มีฐานเสียงคะแนนของตัวเองในระดับ 3-4 หมื่นคะแนน เริ่มมีการพูดคุยและมีการติดต่อระหว่างพรรคกับบุคคลเหล่านี้บ้างแล้ว ซึ่งแต่ก่อนคนกลุ่มพวกนี้จะเป็นพวก ส.ส.เกรดบี แต่ในเวลานี้ด้วยฐานเสียงดังกล่าว ต้องถือว่าเป็นอดีต ส.ส.เกรดเอแล้ว เรียกว่าเป็นอดีต ส.ส.ที่มีมูลค่าเพิ่ม เนื่องจากการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งครั้งต่อไป จำเป็นจะต้องใช้อดีต ส.ส.ที่มีคะแนนเสียงที่ดีในพื้นที่ของแต่ละคนมาวางแผนในการส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง ผมมองว่ายุทธศาสตร์การสู้ศึกเลือกตั้งครั้งต่อไป ตามระบบการคำนวณ ส.ส.แบบจัดสรรปันส่วนผสมนั้น จะต้องวางยุทธศาสตร์ทำให้ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.จะต้องชนะด้วยคะแนนเสียงให้มากที่สุด แต่ถ้าแพ้จะต้องแพ้ด้วยคะแนนเสียงแบบสูสี คะแนนไม่ทิ้งห่างกันมาก เพราะทุกคะแนนเสียงจะต้องนำมารวมกันเพื่อคำนวณเป็น ส.ส.ของแต่ละพรรคที่จะได้รับ คิดแบบง่ายๆ พรรคไหนได้ ส.ส.เขตเยอะ ส.ส.บัญชีรายชื่อก็จะได้น้อย นายวิวรรธนไชยกล่าว

นายวิวรรธนไชยกล่าวอีกว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นตามโรดแมปที่หัวหน้ารัฐบาลประกาศไว้ ส่วนโฉมหน้าของการเมืองหลังเลือกตั้ง มั่นใจว่าจะได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง โดยได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองต่างๆ ยกเว้นพรรคเพื่อไทย (พท.) ซึ่งแม้จะเปลี่ยนหัวหน้าพรรคเป็นใครก็ตาม จะไม่ได้จัดตั้งเป็นรัฐบาล หรือร่วมรัฐบาล ถ้าคาดการณ์คิดว่าหาก พท.ได้ ส.ส.เกือบกึ่งหนึ่งของ ส.ส.ทั้งหมดในสภา คือ 251 จาก 500 คน รัฐบาลชุดต่อไปจะทำงานได้ลำบาก ไม่ต่างจากสภาวะเป็ดง่อย เพราะเสียง ส.ว.ที่ช่วยให้เป็นนายกฯ ไม่ได้ช่วยในการทำงานปกติ ทั้งการพิจารณาร่างกฎหมายต่างๆ รวมทั้งการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ล้วนต้องอาศัยเสียงของ ส.ส.สนับสนุนให้รัฐบาลสามารถบริหารงานได้อย่างราบรื่น แต่ถ้าพรรค พท.ได้ ส.ส.เกินกึ่งหนึ่ง คือ 251 คน แล้วไม่ได้จัดตั้งเป็นรัฐบาล แน่นอนจะต้องมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งรัฐบาลคงทำอะไรไม่ได้ และจะนำไปสู่การยุบสภาแล้วมีการจัดเลือกตั้งใหม่ ยืนยันว่าการเมืองช่วงหลังการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลชุดต่อไปนั้นคงจะยังไม่นิ่งและเสี่ยงที่จะเกิดความวุ่นวายขึ้นอีก นายวิวรรธนไชยกล่าวว่า ผู้มีอำนาจในขณะนี้ไม่รู้วิธีการเลือกตั้ง พยายามใช้กฎหมายและ กกต.คุมการเลือกตั้งซึ่งไม่ได้ผลมาตลอด ในครั้งนี้เพิ่มใบส้มให้ กกต.แจกก่อนเลือกตั้งด้วยซ้ำ แต่ก็ยังสงสัยว่าจะไม่ได้ผล แต่จะกลายเป็นเครื่องมือในการเอาเรื่องฝ่ายตรงข้าม ทำให้การเมืองยุ่งยากมากขึ้นไปอีก