หมายเหตุ – หน่วยงานด้านความมั่นคงได้ประมวลสถานการณ์ยาเสพติดของประเทศไทยในปัจจุบัน โดยมีเนื้อหาน่าสนใจดังนี้
⦁แนวโน้มยาเสพติดของประเทศไทย พ.ศ.2569
ประเทศไทยปัจจุบันไม่มีแหล่งผลิตยาเสพติดภายในประเทศ แต่เนื่องจากสภาพทางภูมิศาสตร์ของประเทศไทย เป็นประเทศที่มีเขตแดนติดกับพื้นที่แหล่งผลิตยาเสพติดในพื้นที่รัฐฉาน สหภาพเมียนมา และมีแนวเขตแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านถึง 4 ประเทศ ได้แก่ เมียนมา ลาว กัมพูชา มาเลเซีย ทั้งการคมนาคมขนส่งทางบก ทางอากาศ และทางทะเลที่พัฒนาอย่างมีศักยภาพ เอื้ออำนวยต่อการที่กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทางผ่านทำการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากแหล่งผลิตไปสู่ตลาดยาเสพติดในประเทศที่สาม
นอกจากประเทศไทยจะถูกใช้เป็นทางผ่าน ลักลอบลำเลียงยาเสพติดไปยังประเทศที่สามแล้ว ยังประสบปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในประเทศ โดยเฉพาะยาเสพติดประเภทยาบ้าและไอซ์
สถานการณ์ยาเสพติดในปัจจุบันยังคงมีการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่องและรุนแรง
เนื่องจากกลุ่มผู้ผลิตในพื้นที่รัฐฉาน ค่อนข้างมีเสรีในการผลิต โดยเฉพาะเขตรัฐฉานเหนือที่ติดกับประเทศจีน ถือว่าเป็นแหล่งผลิตที่สำคัญ
การผลิตยาเสพติดในปัจจุบัน ใช้สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์มาเป็นส่วนประกอบในการผลิตยาเสพติด ทำให้ผลิตได้จำนวนมาก ในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้ราคายาเสพติดโดยเฉพาะ “ยาบ้า” มีราคาถูกลง
จากการซื้อขายหน้าโรงงาน 3-4 เท่า โดยบริเวณชายแดนราคาอยู่ที่ 5 บาท ข้ามเข้ามาในเขตไทยราคาจะอยู่ที่ 20-30 บาทต่อเม็ด
การที่กลุ่มผู้ผลิตยาเสพติดในประเทศเพื่อนบ้านสามารถจัดหาสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ประเภทต่างๆ มาเป็นส่วนสำคัญในการผลิตยาเสพติด ทำให้ปริมาณยาเสพติดที่ส่งออกจากแหล่งผลิตมีปริมาณเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก
รัฐบาลไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงให้ความสำคัญกับนโยบายสกัดกั้นการลักลอบนำสารเคมีเข้าไปยังแหล่งผลิต โดยการลักลอบลำเลียงสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ที่จะนำมาใช้ในการผลิตยาเสพติดจะใช้ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี เป็นพื้นที่ลักลอบนำเข้าสารเคมีต่างๆ และใช้จุดผ่านแดน อ.แม่สอด จ.ตาก และจุดผ่านแดน อ.แม่สาย อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เป็นพื้นที่ลักลอบลำเลียงสารเคมีภัณฑ์เข้าไปยังพื้นที่แหล่งผลิตยาเสพติดในประเทศเพื่อนบ้าน

⦁การลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าพื้นที่ชั้นใน
การลักลอบนำเข้ายาเสพติดสู่ประเทศไทยใช้พื้นที่แนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นช่องทางลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในประเทศก่อนนำมาพักคอยในพื้นที่ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
โดยการอำพรางซุกซ่อนมากับรถยนต์ รถบรรทุกพืชผลทางการเกษตร หรือรถยนต์ที่ถูกดัดแปลงทำช่องลับ ยาเสพติด ทั้งประเภทยาบ้า ไอซ์ เฮโรอีน และเคตามีน
เมื่อลำเลียงมาแล้วจะถูกนำมากระจายในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และเตรียมส่งต่อไปยังประเทศที่สาม
โดยปัญหาการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในประเทศไทย พบว่าเกิดจากพื้นที่อิทธิพล กลุ่มเครือข่าย กลุ่มขบวนการนอกและในประเทศมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันในแต่ละพื้นที่ ทั้งในลักษณะวัฒนธรรมเครือญาติ หรือกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีการสื่อสารภาษาเดียวกัน
ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มจัดหา กลุ่มลำเลียงนอกประเทศ กลุ่มลำเลียงเข้ามาในประเทศ เช่น กลุ่มมูเซอลำเลียงแนวชายแดนด้าน จ.เชียงใหม่ กลุ่มลีซอลำเลียงด้าน อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ กลุ่มอาข่าลำเลียงด้าน จ.เชียงราย กลุ่มม้งลำเลียงด้านตะวันออกของ จ.เชียงราย และกลุ่มกะเหรี่ยงด้านพื้นที่ จ.ตากและ จ.กาญจนบุรี
ปัจจุบันกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามายังพื้นที่ประเทศไทย เป็นกลุ่มผู้ต้องหาที่หลบหนีหมายจับจากประเทศไทย เป็นตัวการสำคัญในการสั่งการประสานงานนำยาเสพติดประเภทต่างๆ เข้ามายังประเทศไทย
ปีงบประมาณ พ.ศ.2569 นี้ ภาคเหนือพบการลักลอบลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดน พื้นที่ อ.แม่สาย, อ.แม่ฟ้าหลวง และ อ.เชียงแสน ของ จ.เชียงราย, อ.เชียงดาว, อ.ฝาง และ อ.แม่อาย ของ จ.เชียงใหม่
ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบในพื้นที่ อ.ปากชม จ.เลย, อ.เมือง จ.หนองคาย, อ.เมือง จ.บึงกาฬ, อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม, อ.เมือง จ.มุกดาหาร, อ.เขมราฐ และ อ.โพธิ์ไทร ของ จ.อุบลราชธานี
จะใช้ทางหลวงหมายเลข 2 ผ่านพื้นที่ จ.ขอนแก่น จ.นครราชสีมา เข้าสู่พื้นที่ จ.สระบุรี มักจะถูกใช้ในการส่งมอบยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ชั้นในหรือส่งออกไปยังภาคใต้
ทั้งนี้ การลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดนเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน พบการว่าจ้างรถขนส่งสินค้าที่ว่าจ้างตามกลุ่มไลน์รถยนต์ขนส่งเพื่อมาขนยาเสพติด
รวมทั้งใช้วิธีซุกซ่อนอำพรางยาเสพติดที่ยากต่อการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ และพบการใช้เส้นทางรองเพื่อหลบเลี่ยงการจับกุมของเจ้าหน้าที่ เพื่อเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน
โดยการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่แนวชายแดนภาคเหนือยังใช้ทางหลวงหมายเลข 1 และทางหลวงหมายเลข 11 เพื่อเข้าสู่แหล่งพักคอยใน จ.พระนครศรีอยุธยา จ.ปทุมธานี และ จ.สมุทรสาคร
และยังพบการใช้พื้นที่ จ.สิงห์บุรี จ.อ่างทอง จ.ลพบุรี และ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นพื้นที่พักคอย ก่อนลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ชั้นในด้วย
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อย่าง จ.หนองคาย จ.บึงกาฬ จ.นครพนม และ จ.มุกดาหาร จะใช้ทางหลวงหมายเลข 2 ผ่านพื้นที่ จ.ขอนแก่น จ.นครราชสีมา เข้าสู่พื้นที่ จ.สระบุรี มักจะถูกใช้ในการส่งมอบยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ชั้นในหรือส่งออกไปยังภาคใต้
และกลุ่มเครือข่ายใช้ จ.เพชรบูรณ์, จ.ขอนแก่น, จ.นครราชสีมา, จ.สระบุรี เป็นพื้นที่พักคอยยาเสพติด
การลำเลียงยาเสพติดไปยังพื้นที่ภาคใต้ ยังพบการส่งยาเสพติดผ่านผู้ให้บริการขนส่งพัสดุเอกชนและการซุกซ่อนยาเสพติดในกระเป๋าสัมภาระเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะไปยังพื้นที่ภาคใต้
โดยเฉพาะจังหวัดที่เป็นเมืองท่องเที่ยวมีผู้เดินทางจำนวนมาก และยังพบการนำรถขนยาเสพติดโดยสารเรือเฟอร์รี่ขนาดใหญ่เดินทางไปยังภาคใต้ เพื่อหลบเลี่ยงจุดตรวจ ด่านตรวจ ซึ่งมีหลายแห่งในเส้นทางไปยังภาคใต้
⦁การลักลอบลำเลียงยาเสพติดไปยังประเทศที่สาม
การลักลอบลำเลียงไปยังประเทศที่สาม ได้มีการสกัดจับกุมอย่างจริงจังมาอย่างต่อเนื่อง พบการลักลอบลำเลียงหลายรูปแบบ ได้แก่
1.การลักลอบส่งยาเสพติดด้วยรถยนต์ ในเส้นทางการลำเลียงในประเทศก่อนถูกลำเลียงไปยังประเทศที่สาม หรือการลำเลียงไปข้ามชายแดนไทยไปยังมาเลเซีย ในพื้นที่ อ.สะเดา จ.สงขลา, อ.ตากใบ อ.แว้ง และ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส และพื้นที่ชายทะเลอันดามัน จ.สตูล
2.การซ่อนในสัมภาระส่วนตัวเดินทางไปกับเครื่องบิน
– ซุกซ่อนในกระเป๋าเดินทาง เช่น ซ่อนในผนังกระเป๋า ช่องลับ รองเท้า อาหาร เครื่องใช้ต่างๆ
– กลืนแคปซูล หรือซ่อนในร่างกาย เริ่มพบกรณีการกลืนเฮโรอีนเตรียมเดินทางออกไปยังประเทศที่สาม
– หรือการใช้ “คนรับจ้างขน” ที่อาจไม่รู้ตัวหรือถูกหลอก
3.การซุกซ่อนไปกับสินค้า/พัสดุ (Cargo & Parcel Smuggling) นำยาเสพติดซุกซ่อนไปกับสินค้าประเภทต่างๆ เช่น เครื่องเสียง อาหาร เฟอร์นิเจอร์ เครื่องจักรต่างๆ เครื่องสำอาง บรรจุใส่กล่องส่งผ่านบริษัทบริการขนส่งไปรษณีย์ระหว่างประเทศ หรือการซุกซ่อนยาเสพติดปริมาณมากในสินค้าผ่านทางตู้สินค้าทางเรือหรือเครื่องบิน ในปี พ.ศ.2569 นี้ พบการลักลอบลำเลียงยาเสพติดออกไปยังประเทศที่สาม ผ่านผู้ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ โดยพบว่าปลายทางในการลำเลียงยาเสพติดยังคงเป็นไนจีเรีย, ออสเตรเลีย และไต้หวัน เป็นปลายทางสำคัญในการลักลอบลำเลียงยาเสพติด
4.การลักลอบลำเลียงทางเรือสินค้าทางทะเล พบลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านประเทศไทย ใช้พื้นที่ชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ในอ่าวไทยและทะเลอันดามันเป็นจุดขนถ่ายยาเสพติดลงเรือ Speed Boat หรือเรือประมงขนาดเล็ก ก่อนนำยาเสพติดไปขนถ่ายใส่เรือสินค้าขนาดใหญ่บริเวณน่านน้ำสากล เพื่อส่งต่อไปยังประเทศที่สาม ซึ่งสามารถลักลอบได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยสามารถสืบสวนจับกุมได้หลายครั้ง ตามริมชายฝั่งทะเลก่อนถูกลำเลียงไป และยังได้ประสานส่งข้อมูลข่าวสารเรือที่จะลักลอบลำเลียงยาเสพติดและร่วมปฏิบัติการกับหน่วยงานประเทศต่างๆ จนสามารถสกัดกั้นจับกุมได้หลายคดี

นโยบายปราบปรามยาเสพติดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2569
มุ่งมั่น สกัดกั้น ปราบปราม ยึดทรัพย์ ตัดวงจรสร้างสังคมปลอดภัยจากยาเสพติด
1.สกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์
– ดำเนินการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่เป้าหมายที่เป็นจุดเน้นตามแนวชายแดนเพื่อหยุดยั้งไม่ให้เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ สกัดกั้นการลักลอบนำเข้า-ส่งออกยาเสพติดระหว่างประเทศ ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และพัสดุภัณฑ์ ไปรษณีย์ระหว่างประเทศ สกัดกั้นการลักลอบลำเลียงผ่านพื้นที่ตอนใน เส้นทางคมนาคมตามด่านตรวจ จุดตรวจ จุดสกัด ทั่วประเทศ ระบบการขนส่งต่างๆ การขนส่งพัสดุภัณฑ์ ไปรษณีย์ภายในประเทศ พื้นที่แหล่งพักยาเสพติดและ
เส้นทางคมนาคมที่อยู่นอกด่านตรวจ จุดตรวจ จุดสกัด เพื่อสกัดกั้นการนำผ่านยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ในการผลิตยาเสพติดไปยังประเทศที่สาม หรือแหล่งผลิตยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ รวมถึงการลักลอบนำเงินหรือทรัพย์สินใดๆ ที่ได้มาจากการค้ายาเสพติดออกไปยังต่างประเทศ
2.มุ่งเน้นการสืบสวนปราบปรามผู้ค้าและการบังคับใช้กฎหมาย
– ในการดำเนินการสืบสวนปราบปรามทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติดระดับสูง ได้แก่กลุ่มผู้มีอำนาจ นายทุน ผู้มีอิทธิพล ผู้ค้ารายใหญ่รายย่อย ผู้ให้การสนับสนุนช่วยเหลือ และเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติดำเนินการสืบสวนปราบปรามเครือข่ายการค้ายาเสพติดผ่านสื่อสังคมออนไลน์และอาชญากรรมยาเสพติดทางเทคโนโลยี รวมถึงการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดียาเสพติด การดำเนินการต่อข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในทุกช่องทาง และดำเนินการกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีพฤติการณ์เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งวินัยและอาญาโดยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
3.คุมเข้มระบบขนส่งและพัสดุ (Logistics)
– บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับการลักลอบขนส่งยาเสพติดผ่านระบบพัสดุภัณฑ์ ไปรษณีย์ และโลจิสติกส์ทั้งของภาครัฐและเอกชน
4.กวาดล้างผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่หมู่บ้าน/ชุมชน
– เปิดปฏิบัติการปิดล้อม ตรวจค้น และปราบปราม กลุ่มผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่หมู่บ้าน ชุมชน และแหล่งแพร่ระบาด พร้อมกันทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง
5.ปราบปรามเครือข่ายข้ามชาติ
– ใช้มาตรการเชิงรุก สืบสวนหาข่าวและเฝ้าระวังเครือข่ายทุน กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดข้ามชาติ ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญซึ่งเป็นจุดเสี่ยงในการซ่องสุมและแพร่ระบาด
6.ขยายผลและยึดทรัพย์เพื่อตัดวงจรเครือข่ายกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด
– มุ่งเน้นการดำเนินการ ยึด อายัดทรัพย์สิน เพื่อทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติด โดยบังคับใช้กฎหมายเพื่อดำเนินการสืบสวน ขยายผล ตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อหาความเชื่อมโยงเครือข่ายรายใหญ่ รายสำคัญ รายย่อย และผู้เกี่ยวข้องทุกรายนำไปสู่การขยายผล ยึด อายัดทรัพย์สิน ทำลายเครือข่ายกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดทั้งระบบ โดยบูรณาการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีต่างๆ ภายใต้กรอบแนวทางตามประมวลกฎหมายยาเสพติด การฟอกเงิน ภาษีอากร และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ

