ณัฐวุฒิ ดักคอรัฐบาล ซื้อเวลา ยื้อรับหลักการกม.คุ้มครองเหยื่อรุนแรงในครอบครัว ชี้ช้ามา 3 ปีแล้ว
เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าาถึงวาระการประชุมสภาฯ ในสัปดาห์สุดท้าย โดยมีวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. … ที่ประชาชนกว่า 2 หมื่นรายชื่อยื่นเสนอเข้ามาว่า ขอสภาฯ ให้ความสำคัญเร่งรับหลักการและตั้งคณะกมธ.วิสามัญพิจารณาไม่ควรปล่อยให้เกิดความล่าช้า โดยเฉพาะการขอเลื่อนวาระการพิจารณาหรือขอรับไปศึกษาก่อน จนทำให้เกิดผลกระทบต่อการให้ความคุ้มครองเหยื่อ และการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากตามที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่ทุกวัน
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เคยแถลงนโยบายและประกาศว่าให้ความสำคัญกับเรื่องความรุนแรงในครอบครัวและการผลักดันร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงฯ ในลำดับต้นๆ แต่จนมาถึงปัจจุบันร่างของคณะรัฐมนตรี (ครม.) กลับมีความล่าช้าทั้งที่มีตัวร่างกฎหมายมามากกว่า 3 ปีแล้ว และมีหลักการยกเลิกกฎหมายฉบับเดิมในปี 2550 ซึ่งไม่แตกต่างไปจากของร่างภาคประชาชน แม้ในกรอบความคิดเรื่องการคุ้มครองและกระบวนการคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงอาจมีความแตกต่างกัน
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ขณะที่ฝ่ายการเมืองนั้นนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย สส.ของพรรคเพื่อไทย ก็ได้ยื่นร่าง พ.ร.บ.เข้าสู่สภาฯ มาก่อนหน้านี้แล้ว เช่นเดียวกันกับพรรคประชาชนที่น.ส.ภัสริน รามวงศ์ สส.กทม. พร้อมด้วยของสส.พรรคประชาชนก็ได้ยื่นร่าง พ.ร.บ.กับประธานสภาฯ ไปแล้ว โดยมีหลักการทำนองเดียวกันกับร่างภาคประชาชน ที่เน้นการคุ้มครองภายใต้การตัดสินใจและประโยชน์สูงสุดของผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงเป็นสำคัญ
นายณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า แต่มีจุดที่อาจแตกต่างกับร่างภาคประชาชนคือการตั้งกองทุนเพื่อการคุ้มครองผู้ถูกกระทำ ทำให้ถือเป็นร่างกฎหมายที่เกี่ยวด้วยการเงิน และจะต้องได้รับคำรับรองจากนายกรัฐมนตรีก่อน ซึ่งอาจต้องใช้เวลา พวกตนเข้าใจ แต่ไม่ควรนำประเด็นเหล่านี้มาเป็นข้อจำกัดที่จะยังไม่พิจารณาร่างภาคประชาชน ทั้งที่ถึงวาระการพิจารณาแล้ว หรือทำให้เกิดความล่าช้าออกไปอีกจนส่งผลต่อการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่เกิดขึ้นอยู่ทุกวัน
นายณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม หวังว่าในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้ สภาฯ จะใช้เวลาเต็มที่ในการพิจารณากฎหมาย ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านพร้อมในการทำหน้าที่ อย่างน้อยก็ขอให้พิจารณาถึง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวฯ ซึ่งถือเป็นกฎหมายสำคัญ และถือเป็นปัญหาของประเทศที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชากร ซึ่งหากพิจารณาไปถึงก็หวังให้มีการตั้ง กมธ.ฯ เพื่อพิจารณาโดยเร็วที่สุด
“อย่าหงายการ์ดขอเลื่อนระเบียบวาระหรืออ้างข้อบังคับขออุ้มร่างกฎหมายไปศึกษาก่อน เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในรัฐบาลก่อนๆ พี่น้องประชาชนจะก่นด่าถึงการทำหน้าที่ของตัวแทนพวกเขา ทำไมเสียไปทั้งสภาเสียเปล่าๆ” นายณัฐวุฒิ กล่าว

