ป.ป.ช.ชี้มูลคดีศูนย์ท่องเที่ยวสตูล ฟันนายกสัมฤทธิ์ ลุงโกแพ มท.4-พ่อด้วย เอกนิติ ลุ้น พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด กรณีนายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)สตูล กับพวก กรณีไม่บอกเลิกจ้างโครงการก่อสร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อ.ควนโดน จ.สตูล เมื่อปีงบประมาณ 2559 ทั้งที่ผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้า
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2559 อบจ.สตูล โดยนายสัมฤทธิ์ ในฐานะผู้ว่าจ้าง ได้ลงนามในสัญญาจ้างกับห้างหุ้นส่วนจำกัด เกียรติเจริญชัยการโยธา ผู้รับจ้าง เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยววงเงิน 29,800,000 บาท เริ่มต้นสัญญาวันที่ 28 กันยายน 2559 และสิ้นสุดลงวันที่ 22 ธันวาคม 2560 (ระยะเวลาดำเนินการ 450 วัน) จำนวน 11 งวดงาน ปรากฏว่า หลังจากทำสัญญาจ้างผู้รับจ้างไม่ได้เข้าทำงานเลย อบจ.สตูล จึงได้มีหนังสือเร่งรัดดำเนินงาน รวม 4 ครั้ง ก่อนสัญญาจ้างจะครบกำหนด และหลังจากครบกำหนดสัญญาจ้าง ปรากฏว่าวันที่ 12 มกราคม 2561 ผู้รับจ้างทำงานจ้างได้เพียงร้อยละ 25.79 ซึ่ง อบจ.สตูล ได้มีหนังสือแจ้งการปรับและเร่งรัดการก่อสร้างไปยังผู้รับจ้างมาโดยตลอด และนายสัมฤทธิ์ได้เห็นชอบให้ผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญากับผู้รับจ้าง และให้ผู้รับจ้างจัดทำแผนปฏิบัติงานใหม่มาโดยตลอด แต่ผู้รับจ้างก็ไม่สามารถดำเนินงานให้แล้วเสร็จตามแผนทุกครั้ง
เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ประชุมหารือและมีความเห็นให้บอกเลิกจ้างมาโดยตลอด เนื่องจากห้างหุ้นส่วนจำกัด เกียรติเจริญชัยการโยธา ไม่เข้าดำเนินงานตามแผน และมีค่าปรับจำนวนมากเกินร้อยละ 213 คิดเป็นเงิน 58,106,100 บาท แต่นายสัมฤทธิ์กลับสั่งการให้ผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญาจ้าง และมีหนังสือแจ้งค่าปรับและเร่งรัดการก่อสร้างพร้อมทั้งให้ผู้รับจ้างปรับแผนใหม่ แต่ผู้รับจ้างก็ไม่สามารถดำเนินงานให้แล้วเสร็จตามแผนมาโดยตลอด เป็นระยะเวลา 6 ปีเศษ จนถึงวันที่ 23 มกราคม 2567 ผู้รับจ้างได้มีหนังสือส่งมอบงาน และคณะกรรมการตรวจการจ้างจึงได้ตรวจรับงานจ้างเป็นที่เรียบร้อย ทั้งนี้ ปรากฏว่านายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ หุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เกียรติเจริญชัยการโยธา เป็นน้องชายของนายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล
คณะกรรมการป.ป.ช.พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้ 1.การกระทำของนายสัมฤทธิ์ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 และมีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติอบจ.พ.ศ. 2540 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 77 วรรคสาม 2.การกระทำของห้างหุ้นส่วนจำกัด เกียรติเจริญชัยการโยธา และนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำของ นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ ตามฐานความผิดดังกล่าว
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีและส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน เพื่อให้ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) (2) และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณีต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า นายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ เป็นบิดาโกแพ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ส.ส.จังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย ส่วนนายสัมฤทธิ์ เป็นลุง นายวรศิษฎ์
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้สัมภาษณ์กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท วันที่ 9 กรกฎาคมนี้ว่า ต้องแล้วแต่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ สิ่งที่รัฐบาลทำได้ดีที่สุด คือพยายามชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน ว่ารัฐบาลมีความจำเป็น เนื่องจากประเทศไทยพึ่งพาพลังงานมากและเรื่องนี้ถือเป็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

