หน้าแรก การเมือง ปกรณ์​ แจงเกณ...

ปกรณ์​ แจงเกณฑ์เออร์ลี่รีไทร์ ขรก.พลเรือน เผยอายุ 40 ยังรีสกิลตัวเองได้ ล็อกเป้าลดธุรการ​ เสมียน

7.07.26 | 11:07 น.

‘ปกรณ์​’ ชี้ปรับเกณฑ์เออร์ลี่รีไทร์ ขรก.​พลเรือน​ให้สมัครใจ ล็อกเป้าลดธุรการ​-เสมียน เล็งใช้ประกันสุขภาพ​ แทนสวัสดิการรักษาพยาบาล เริ่มคิกออฟปี’​70

เมื่อเวลา 09.15 น.​ วันที่ 7 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์​ นิล​ประพันธ์​ รองนายก​รัฐมนตรี​​ ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงแนวคิดให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (​ก.พ.) ศึกษาเรื่องการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด โดยจะให้มีผลทันทีภายในปี 2570​ ว่าเป็นนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา เนื่องจากมีตัวเลขรายจ่ายประจำสูงเพิ่มขึ้นมาก ส่งผลให้รัฐบาลมีงบประมาณใช้จ่ายในการลงทุนและช่วยเหลือประชาชนน้อยลง กลายเป็นปัญหา จึงมีแนวคิดลดจำนวนข้าราชการลงผ่านระบบสมัครใจ​ จะพยายามทำโดยเร็วที่สุด หากช้าไปจะไม่ดี เนื่องจากจะเป็นงบผูกพันในปีถัดไป

นายปกรณ์กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะทำควบคู่กับการปรับลดอัตราตำแหน่ง​ในระบบราชการให้เหลือเท่าที่จำเป็น ซึ่งเหตุผลนอกจากเรื่องงบประมาณ ขณะนี้เรามีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อทดแทนงานปกติประจำวัน จึงสามารถยกเลิกในบางตำแหน่งได้ แต่ไม่ได้มุ่งมั่นให้เกิดความโกลาหล และจะดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตำแหน่งใดบ้างที่อาจจะปรับลด นายปกรณ์กล่าวว่า ยกตัวอย่าง เช่น พนักงานพิมพ์ เนื่องจากปัจจุบันบุคลากรทุกคนมีทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือในการพิมพ์อยู่แล้ว ฉะนั้น อาจจะต้องปรับลดลง รวมถึงงานธุรการ ซึ่งสามารถใช้เทคโนโลยีเข้ามาได้ แต่ยืนยันว่าจะค่อยเป็นค่อยไป เพราะความสามารถในการใช้เทคโนโลยีของแต่ละหน่วยงานไม่เท่ากัน หากหน่วยงานใดมีความพร้อมก็สามารถดำเนินการได้ทันที แต่ไม่มีการกำหนดกรอบเวลาว่าจะทำแล้วเสร็จเมื่อใด ยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่ทำในวันนี้ พรุ่งนี้ แต่อาจจะใช้เวลาสักระยะ

เมื่อถามว่า โครงการนี้จะทำทุกกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานรัฐอื่นด้วย​ใช่หรือไม่​ นายปกรณ์​กล่าวว่า​ จะเริ่มต้นจากข้าราชการพลเรือนก่อน​ หากเป็นประโยชน์จะขยายไปใช้ในหน่วยงานอื่น เช่น ท้องถิ่น​ องค์การมหาชน ทหาร​ ตำรวจ โดยปัจจุบันทั้งทหารและตำรวจดำเนินการอยู่​

เมื่อถามกรณีนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.​อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทยและอดีต รมช.มหาดไทย ที่ออกมาระบุว่าพอคนโตขึ้นไปก็เอาตำแหน่งเล็กมายุบให้เป็นตำแหน่งสูง จึงทำให้ตำแหน่งในระดับปฏิบัติการหายหมด นายปกรณ์​กล่าวว่า บางหน่วยงานมีแต่ชำนาญการพิเศษ แต่ระดับปฏิบัติการไม่มี ฉะนั้น จึงต้องปรับให้เหมาะสม

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้กำหนดกรอบตัวเลขของการเออรีรีไทร์หรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณากองทุนบําเหน็จบำนาญข้าราชการ​ (กบข.) รวมถึงงบประมาณที่จะต้องใช้ ฉะนั้น ต้องดูอย่างละเอียด ตนได้ให้ ก.พ.เป็นเจ้าภาพในการดำเนินการ ทำงานร่วมกับกรมบัญชีกลาง​ กบข.​ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่จะดูแลในเรื่องสุขภาพเพื่อนำมาทดแทนระบบรักษาพยาบาลในปัจจุบัน

เมื่อถามว่า หลักเกณฑ์ควรจะกำหนดอายุเออร์ลี่รีไทร์ไว้ที่เท่าใด นายปกรณ์กล่าวว่า เดิมมีการกำหนดหลักเกณฑ์ต้องมีอายุราชการเหลือไม่น้อยกว่า 2 ปีขึ้นไป หรืออายุ 55 ปีขึ้นไป​ แต่เมื่อพิจารณาจากทักษะ การเปลี่ยนความสามารถ เนื่องจากอายุ 50 คงยาก แต่หากเป็นอายุ 40 ปีจะสามารถรีสกิลตัวเองได้

เมื่อถามย้ำว่า จะมีการปรับหลักเกณฑ์อายุเออร์ลี่รีไทร์​เริ่มตั้งแต่ 40 ปีใช่หรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่า มองว่าไม่ควรปิดว่าอายุเท่าไหร่ ใครขอก่อนขอหลัง และย้ำว่าจะต้องทำให้ทันภายในปีงบประมาณ 2570 ก่อนกล่าวติดตลกว่า “ลูกค้าเยอะ”

เมื่อถามว่า หากตัวเลขไม่เป็นไปตามเป้า จะมีการรีดจำนวนผู้เออร์ลี่รีไทร์หรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่า ต้องดูกันอีกที​ แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการบังคับ โดยจะใช้สิ่งจูงใจเป็นที่ตั้ง รวมถึงเรื่องการอัพสกิล รีสกิลเป็นตัวนำ

ส่วนแนวคิดเรื่องการปรับระบบสวัสดิการ โดยเฉพาะเรื่องระบบการรักษาพยาบาลของราชการ นายปกรณ์กล่าวว่า จะเปลี่ยนมาใช้เป็นระบบประกันสุขภาพเข้ามาแทนสวัสดิการรักษาพยาบาลในปัจจุบัน เนื่องจากสามารถคุมวงเงินได้ชัดเจนว่าในแต่ละปีจะใช้งบประมาณเท่าใด และจะเป็นการส่งเสริมธุรกิจประกันภัยภายในประเทศ ซึ่งจะเป็นการเกื้อหนุนระบบเศรษฐกิจโดยรวม และจะทำให้ไทยเป็น Medical Hub เพราะหากระบบประกันสุขภาพดี ธุรกิจการรักษาสุขภาพ ก็จะดีไปด้วย เรื่องนี้จะต้องพูดคุยกับกรมบัญชีกลาง คปภ.​ และกบข.ไปพร้อมกัน​

เมื่อถามถึงสิทธิการรักษาพยาบาลของบุคคลในครอบครัวข้าราชการ นายปกรณ์​กล่าวว่า​ ขอคงไว้ก่อน เนื่องจากยังไม่ได้มีการพูดคุยในรายละเอียดว่าจะเป็นอย่างไร​ และจะเริ่มใช้ในข้าราชการที่เข้ามาบรรจุใหม่ ส่วนข้าราชการเดิมจะเป็นตัวเลือกให้