หน้าแรก การเมือง ภาคปชช.นัดรวม...

ภาคปชช.นัดรวมตัวหน้าสถานทูตจีน 8 ก.ค. ประณามจนท.ใช้ความรุนแรงม็อบเชียงใหม่ จี้จีนแก้มลพิษข้ามแดน

7.07.26 | 16:25 น.
แฟ้มภาพ

ภาคประชาชนนัดรวมตัวหน้าสถานทูตจีน 8 ก.ค. ประณาม จนท.ใช้ความรุนแรงผู้ร่วมชุมนุมที่เชียงใหม่ จนมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย หลังเรียกร้องจีนแก้มลพิษข้ามแดน ทำสิ่งแวดล้อมเสียหาย ด้าน ตร.เชียงใหม่ ยันไม่มีเจตนาทำร้าย ปชช.-ยึดหลักยุทธวิธี

จากกรณีเหตุปะทะกันระหว่างเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง และเจ้าหน้าที่ตำรวจเชียงใหม่ ที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมของเครือข่าย ใกล้สถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่ เพื่อแสดงเจตจำนงในการปกป้องแม่น้ำกกและสิ่งแวดล้อม จากผลกระทบของการทำเหมืองแร่ของกลุ่มทุนข้ามชาติ รวมทั้งยื่นหนังสือถึงประธานาธิบดี สี จิ้น ผิง เบื้องต้นมีผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บ 2 คน โดย 1 คนได้รับบาดเจ็บแขนหัก ต้องเข้ารับการผ่าตัด ส่วนอีก 1 คนหัวไหล่หลุด เหตุเกิดวันที่ 6 กรกฎาคมนั้น

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง ออกแถลงการณ์ เรื่อง ยืนยันสิทธิอันชอบธรรมในการยื่นหนังสือถึงประธานาธิบดี สี จิ้น ผิง ระบุว่า เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง มีความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราขอยืนยันว่าประชาชนมีสิทธิอันชอบธรรมที่กฎหมายใดมิอาจขัดขวางได้ในการไปยื่นหนังสือถึงผู้ก่อมลพิษข้ามพรมแดน นั่นคือบริษัทจีนและวิสาหกิจจีนผู้ทำเหมืองแร่ในประเทศเมียนมา คือต้นเหตุของแม่น้ำปนเปื้อนทั้งในประเทศเมียนมาและประเทศไทย หากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติตามหลักการดูแลประชาชนในการยื่นหนังสือต่อหน่วยงาน ตลอดจนเข้าใจถึงเจตนารมณ์และเป้าหมายของการยื่นหนังสือแล้ว ตำรวจสามารถหลีกเลี่ยงความรุนแรงทั้งหมดได้ และหากเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติต่อประชาชนตามหลักสากลจริงย่อมไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง จึงขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรับผิดชอบต่อความรุนแรงทั้งหมด พร้อมยืนยันข้อเรียกร้อง 4 ข้อ ต่อรัฐบาลจีน

1.ขอให้รัฐบาลจีนกำกับดูแล ตรวจสอบ และดำเนินการกับบริษัทหรือนักลงทุนสัญชาติจีนที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมในต่างประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมทั้งยุติการสนับสนุนกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษข้ามพรมแดน

2.ขอให้มีการตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของแร่ต่างๆ เช่น แร่พลวง ทังสเตน ดีบุก ตะกั่ว ทองแดง แมงกานีส จากเหมืองแร่ประเทศเมียนมาที่นำเข้าผ่านประเทศไทยไปยังประเทศจีน ว่าแร่ดังกล่าวมาจากแหล่งที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อมต่อไทย

Advertisement
เหตุการณ์วันที่ 6 ก.ค.69

3.ขอเชิญท่านลงพื้นที่พบปะประชาชนไทย ในลุ่มน้ำกก สาย รวก โขง และประกาศแผนการที่ชัดเจนในการใช้กลไกความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง เพื่อยุติการทำลายสิ่งแวดล้อม ฟื้นฟูแม่น้ำ และเยียวยาชดเชยประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากเหมืองแร่ของท่าน

และ 4.ขอให้รัฐบาลจีนจัดให้มีการลงพื้นที่ของคณะผู้ตรวจสอบร่วมจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตัวแทนประเทศไทย ไปยังพื้นที่เหมืองแร่ในเมียนมา อันเป็นแหล่งขุดแร่ธาตุต่างๆ ของจีน เช่น แร่หายาก ทองคำ แมงกานีส และตะกั่ว ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขา ได้แก่ แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโหลย เพื่อเป็นหลักประกันว่ามีการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมสากล และขอให้มีการเปิดเผยข้อมูลการตรวจสอบจากการลงพื้นที่ต่อสาธารณะอย่างเร่งด่วนโดยทันที

ขณะที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ยืนยันว่า การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเหตุการณ์การชุมนุมวานนี้ (6 ก.ค.) เป็นไปตามขั้นตอนตามกฎหมาย ยึดหลักยุทธวิธีตามหลักสากล และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนทุกฝ่าย เจ้าหน้าที่ตำรวจมิได้มีเจตนาใช้ความรุนแรงหรือทำร้ายประชาชนแต่อย่างใด

ด้านคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือ (กป.อพช.ภาคเหนือ) ออกแถลงการณ์ถึงเหตุปะทะ จนผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บ พร้อมยื่นข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ดังนี้ 1.ให้รัฐบาลจีนตรวจสอบกลุ่มทุนจีนที่ทำเหมืองแร่ในประเทศเมียนมา ซึ่งปล่อยสารพิษลงแม่น้ำ ต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น และให้รัฐบาลจีนดำเนินงานแก้ไขปัญหาตามที่ตั้งคณะกรรมการไว้แล้ว และเร่งดำเนินการตามข้อเรียกร้องเหล่านี้ ซึ่งมิใช่ความขัดแย้งของประชาชนจีนและประชาชนไทยแต่อย่างใด 2.เรายืนยันว่าการชุมชนโดยสันติเป็นการกระทำที่ถูกต้อง ตามเจตนาแห่งรัฐธรรมนูญ ตามหน้าที่และสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองไทย และ 3.เราขอประณามการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ ทำให้ประชาชนผู้ร่วมยื่นหนังสือได้รับบาดเจ็บ โดยเข้าข่ายความผิดโดยรัฐ และเร่งดำเนินกระบวนการเอาผิดต่อเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำความผิด ตามกระบวนการยุติธรรม เราจะติดตามเพื่อป้องกันการลอยนวลพ้นผิดการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐซ้ำๆ

เช่นเกียวกับคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) และภาคีเครือข่ายภาคประชาชน นัดรวมตัวแสดงพลัง “ที่นี่ประเทศไทยไม่ใช่เทียนอันเหมิน” แถลงข่าวและแถลงการณ์ ประณามรัฐบาลจีน และตำรวจไทยภายใต้รัฐบาลระบอบสีน้ำเงิน ใช้ความรุนแรงทำร้ายประชาชนบาดเจ็บจากการชุมนุมเมื่อวันที่ 6 ก.ค. จนมีคนแขนหัก หัวไหล่หลุด ขณะเรียกร้องให้รัฐบาลจีนแก้ปัญหามลพิษจากการทำเหมืองแร่ข้ามพรมแดน โดยนัดหมายชุมนุม อ่านแถลงการณ์หน้าสถานทูตจีน ถนนรัชดา กรุงเทพฯ ในวันพรุ่งนี้ (8 กรกฎาคม) เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป

พร้อมมีข้อเรียกร้องหลักคือ 1.ประณามและเรียกร้องความรับผิดชอบจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ที่ใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ และเยียวยาหรือชดใช้ความเสียหายต่อผู้บาดเจ็บอย่างเหมาะสมและได้สัดส่วน 2.จี้รัฐบาลจีนและไทย ต้องร่วมกันรับผิดชอบ และมีมาตรการจัดการกลุ่มทุนจีนข้ามชาติที่ก่อพิษรุนแรงทำลายแม่น้ำกก สาย รวก โขงอย่างจริงจัง