หน้าแรก การเมือง นายกฯ เผยยังไ...

นายกฯ เผยยังไม่ปรับครม. แค่กระตุกรมต.โลกลืมเร่งสร้างผลงาน-ตีปี๊บ ย้ำสัมพันธ์ พท.แน่ ถกงบฯ 70 เดือด

8.07.26 | 06:20 น.
ปรับครม.

นายกฯ เผยยังไม่ปรับครม. แค่กระตุกรมต.โลกลืมเร่งสร้างผลงาน-ตีปี๊บ ย้ำสัมพันธ์ พท.แน่ ถกงบฯ 70 เดือด วันนอร์ชี้กอ.รมน.ไร้ประโยชน์ชงโละ ศาลนัด9 ก.ค. ชี้พรก.กู้เงิน 4

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ระบุชัดเจนว่า ยังไม่ปรับครม. เพียงกำชับให้รัฐมนตรีทุกท่านได้สื่อสารการทำงานและผลงานให้ประชาชนได้รับทราบเยอะๆ โดยไม่ได้เจาะจงไปที่กระทรวงใด ทุกกระทรวงมีความสำคัญหมด รวมถึงกระทรวงโควต้าพรรคเพื่อไทย(พท.) นอกจากนี้ ยังได้พูดคุยกับรัฐมนตรีพท.ว่าขอให้ทุกท่านได้ร่วมกันสื่อสารการทำงานของกระทรวงของตัวเองให้ประชาชน รวมถึงกรมประชาสัมพันธ์และทีมโฆษกรัฐบาล ให้เน้นการประสานกับโฆษกแต่ละกระทรวง เพื่อจะได้เผยแพร่ผลงานออกไปให้ได้มากที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามว่า เท่ากับเป็นการยอมรับว่าจุดอ่อนรัฐบาลคือการสื่อสารใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถือว่าเป็นจุดอ่อนที่สามารถปรับปรุงแก้ไขได้ เมื่อถามถึงการเชิญรัฐมนตรีพรรคพท.ขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อรับประทานโจ๊กได้ระบายความรู้สึกหรือความในใจหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีคิด ทำงานกันมา 2-3 เดือน มีความไว้เนื้อเชื่อใจ ความคุ้นเคย การให้เกียรติซึ่งกันและกัน

ท่ามกลางความโล่งอกรัฐมนตรีร่วมครม.อนุทิน ที่ก่อนประชุมครม.ต่างให้สัมภาษณ์สนับสนุนที่นายกฯจะใช้ผลงานวัดผลการดำเนินงานของรัฐมนตรี โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ระบุว่า เป็นเรื่องที่ดี นายกฯกระตุ้นการทำงานรัฐมนตรี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตอบคำถามสื่อมวลชนว่า ไม่ได้หายไปไหน ทำงานทุกวัน ขณะที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มั่นใจในผลงานตัวเองทั้งทับลาน-ภูเก็ตโมเดล มีจำนวนมาก เช่นเดียวกับนายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เผยว่า เราพยายามทำงานทุกคน ครม.ทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อตอบสนองนโยบายนายกฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมได้ พิจารณาภาพรวมของงบประมาณมาตรา 7 สำนักนายกรัฐมนตรี กลุ่ม1 ได้แก่ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ปยป.) กมธ. ได้ตั้งข้อสังเกตถึงการทำหน้าที่ของ ปยป. ที่ไม่มีภารกิจเฉพาะเจาะจงและทำหน้าที่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น จึงเสนอให้ทบทวนยกเลิกหน่วยงาน เช่นเดียวกับ กอ.รมน.ที่ถูกตั้งข้อสังเกตต่อการใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่ไม่มีผลงาน และยังมีปัญหากับพื้นที่

โดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะกมธ. อภิปรายว่าภารกิจของ กอ.รมน.ในปัจจุบันทำอะไร ยิงสส.ใช่หรือไม่ เพราะคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีหลักฐานและพยานชัดเจนว่า เป็นคน และรถของ กอ.รมน.มองว่า กอ.รมน.ไม่จำเป็นแล้ว ไม่มีภารกิจใดที่เป็นประโยชน์กับประชาชน เป็นหน่วยงานที่ว่างงาน สิ่งที่สภาพูดกันมาก ไม่ใช่เฉพาะตัดงบประมาณของหน่วยงาน แต่ถึงเวลาที่จะตัดหน่วยงานที่ไม่จำเป็นออก และเมื่อตัดออก ตนเชื่อว่ารัฐบาลจะเบาภารกิจลงไปได้

Advertisement

“ถามว่าวันนี้ สส.ชายแดนภาคใต้กลัวอะไร คำตอบคือ กลัว กอ.รมน. เพราะมี สส.ถูกยิง เมื่อเป็นเช่นนั้น ประชาชนจะหวังอะไร จากสิ่งที่ทำเพื่อความมั่นคงของชาติ แต่ กอ.รมน.ใช้งบประมาณเพื่อมาทำลายชีวิตผู้แทนของประชาชนที่ผ่านการเลือกตั้ง ถามว่ามีประเด็นไม่พอใจ ไม่ชอบใจหรือไม่ ไม่มี เพราะไม่รู้จักกัน แต่กอ.รมน. ว่างงาน ไม่รู้จะทำอะไร ดังนั้นเราอย่าพิจารณาว่าตัดงบหรือไม่ แต่ควรพิจารณาตัดหน่วยงานที่ไม่จำเป็นออก” นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวและว่า งานที่ กอ.รมน. ทำนั้น ให้หน่วยงานอื่นทำได้หรือไม่ ถ้าไม่จำเป็น ก็ตัด อย่าคิดว่าเป็นหน่วยงานที่มีอยู่แล้วต้องมีต่อไป ขอให้พิจารณาเอางบที่ให้ กอ.รมน.ใช้ไปช่วยคนยากจน คนเจ็บไม่ดีกว่าหรือ

ข่าวแจ้งว่า องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือและลงมติ กรณีที่ส.ส. 133 คน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าเข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้ร้อง ว่าพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบ จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง และได้ส่งความเห็นดังกล่าวเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 173 วรรคหนึ่ง ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยแล้วเห็นว่าคดีเป็นปัญหาข้อกฎหมาย และมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวนตามพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง จึงกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ วันที่ 9 กรกฎาคม เวลา 09.00 น. ทั้งนี้ ผลการพิจารณาลงมติจะออกเอกสารข่าวแจกสื่อมวลชนเหมือนการประชุมประจำสัปดาห์ปกติทั่วไป