หน้าแรก การเมือง ผู้ชุมนุมพีมู...

ผู้ชุมนุมพีมูฟ ผ่าตัดแขนหัก เหตุสลายชุมนุมเชียงใหม่ ยังต้องนอนรพ. ไม่ท้อ เดินหน้าร้องความเป็นธรรมต่อ

7.07.26 | 22:52 น.

ผู้ชุมนุมพีมูฟ ผ่าตัดแขนหัก เหตุสลายชุมนุมเชียงใหม่ ยังต้องนอนรพ. ไม่ท้อ เดินหน้าร้องความเป็นธรรมต่อ

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม P-move โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความระบุว่า “ผ่าตัดผ่านพ้นไป แต่บาดแผลยังไม่จบ วิศรุต ศรีจันทร์ กองเลขาฯพีมูฟ แขนหัก จากเหตุสลายการชุมนุมหน้ากงสุลจีน หมอใส่น็อตยึดกระดูก รักษาตัวต่อในโรงพยาบาล

การผ่าตัดกระดูกต้นแขนซ้ายของ “วิศรุต ศรีจันทร์” หรือ ช้าง ผ่านพ้นไปด้วยดี หลังได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับผู้ชุมนุมหน้าสถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดเชียงใหม่ แพทย์ต้องใช้น็อตยึดกระดูกภายใน คาดใช้เวลาฟื้นตัวราวหนึ่งเดือนครึ่ง ขณะที่เหตุการณ์ดังกล่าวยังคงจุดกระแสตั้งคำถามต่อการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่กับการชุมนุมโดยสงบ

วันนี้ (7 กรกฎาคม 2569) เวลา 19.00 น.วิศรุต ศรีจันทร์ หรือช้าง เจ้าหน้าที่มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ (มพน.) และในฐานะกองเลขานุการขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ได้เข้ารับการผ่าตัดกระดูกต้นแขนซ้าย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยผลการผ่าตัดเป็นไปด้วยดี และได้ย้ายออกจากห้องผ่าตัดเข้าสู่ห้องพักฟื้นผู้ป่วย
ญาติผู้บาดเจ็บ เผยว่า ทีมแพทย์ ที่ได้ทำการรักษาครั้งนี้จำเป็นต้องใช้น็อตยึดกระดูกไว้ภายใน เพื่อประสานกระดูกที่แตกหักให้กลับมาเชื่อมติดกันอย่างเหมาะสม หลังจากนี้จะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูร่างกายและกายภาพบำบัด โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนครึ่ง หรืออาจเร็วกว่านั้น หากร่างกายตอบสนองต่อการรักษาได้ดี

“เบื้องต้น แพทย์อนุญาตให้รับประทานอาหารได้ตามปกติ และยังต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลอย่างน้อยประมาณ 1 สัปดาห์ ทั้งนี้ ระยะเวลาการรักษาจะขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยเป็นสำคัญ ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะของกระดูกที่แตกหัก แนวทางการรักษาเพิ่มเติม และผลการผ่าตัดโดยละเอียด แพทย์จะติดตามอาการ (Follow up) อีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (8 ก.ค.69)”

จุดเริ่มต้นจากการยื่นหนังสือ ก่อนเหตุบาดเจ็บจะเกิดขึ้น

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ระหว่างที่เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก และแม่น้ำโขง จัดกิจกรรมเดินขบวนเพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลจีนเร่งแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดน พร้อมส่งมอบตัวอย่างน้ำที่ระบุว่าปนเปื้อนสารพิษ ผ่านสถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อส่งต่อถึงนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

Advertisement

ตามแหล่งข่าว ระบุว่า ปัญหาดังกล่าวเชื่อมโยงกับเหมืองแร่ในประเทศเมียนมา ซึ่งมีนักลงทุนชาวจีนเกี่ยวข้อง และถูกมองว่าเป็นหนึ่งในต้นเหตุของการปล่อยสารปนเปื้อนลงสู่ลำน้ำที่ไหลผ่านพื้นที่ชายแดน ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและวิถีชีวิตของประชาชนในลุ่มน้ำกก สาย รวก และแม่น้ำโขง

และเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.กลุ่มผู้ชุมนุมได้เริ่มเคลื่อนขบวนไปตามทางเท้า มุ่งหน้าไปยังสถานกงสุลจีน พร้อมถือป้ายข้อความเรียกร้องให้รัฐบาลจีนเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหามลพิษข้ามแดน รวมถึงสวมหน้ากากรูปนายสี จิ้นผิง เพื่อสื่อสารเชิงสัญลักษณ์

ต่อมาเวลา 11.32 น. ขณะที่ผู้ชุมนุมกำลังจัดแถวบนทางเท้าเพื่อเตรียมเดินเข้าสู่จุดยื่นหนังสือ ป้ายผ้าของขบวนซึ่งมีความยาว ทำให้ส่วนหน้าของขบวนเข้าใกล้แนวรั้วที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งไว้ ก่อนจะเกิดเหตุชุลมุนขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดึงและกระชากป้ายผ้าของผู้ชุมนุม ระหว่างที่ผู้ชุมนุมกำลังจัดขบวนเท่านั้น
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ วิศรุต หรือช้าง ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงบริเวณแขนขวา จนต้องรีบนำตัวส่งเข้าโรงพยาบาล นับแต่เวลา 14.00 น.และนอนพักรักษาตัวเพื่อดูอาการและตรวจเช็กจากแพทย์ กระทั่งช่วงประมาณ 12.30 น.ในวันนี้ ญาติได้แจ้งว่า ได้นำเข้าห้องตรวจเพื่อรับการผ่าตัด

ผ่าตัดสำเร็จ แต่ต้องใช้น็อตยึดกระดูกและพักฟื้นอีกหลายสัปดาห์

แม้การผ่าตัดจะผ่านพ้นไปด้วยดี แต่บาดแผลจากเหตุการณ์ ยังไม่ได้สิ้นสุดลงเพียงในห้องผ่าตัด หากยังคงเป็นคำถามสำคัญต่อสังคมถึงการคุ้มครองเสรีภาพในการชุมนุมและการแสดงออกของประชาชน ตลอดจนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ทำให้ผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บสาหัสในครั้งนี้ ซึ่งยังต้องได้รับการติดตามและตรวจสอบต่อไป เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ ได้กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นหนึ่งที่ต้องจับตามอง โดยต้องมีการเรียกร้อง และเพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในระหว่างการควบคุมสถานการณ์การชุมนุม

ผ่าตัดผ่านพ้น แต่การเรียกร้องความเป็นธรรมยังดำเนินต่อ

การผ่าตัดอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการรักษาบาดแผลทางร่างกาย แต่เหตุการณ์ที่ทำให้ผู้ชุมนุมคนหนึ่งต้องจบลงบนเตียงผ่าตัด ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมต้องจับตา และร่วมเรียกร้อง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว เพราะเหตุใดการใช้สิทธิชุมนุมในการเดินขบวนบนทางเท้า เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียน จึงลงเอยด้วยผู้ชุมนุมต้องเข้ารับการผ่าตัดจากอาการกระดูกแตกหัก

ซึ่งการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในวันเกิดเหตุเป็นไปตามหลักความจำเป็นและได้สัดส่วนเพียงใด และจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใสต่อเหตุการณ์ที่ทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือไม่ อย่างไร เพราะแม้บาดแผลบนร่างกายจะสามารถเยียวยาได้ด้วยการผ่าตัดและการพักฟื้น แต่คำถามเกี่ยวกับการคุ้มครองเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ การใช้กำลังของเจ้าหน้าที่รัฐ และความรับผิดชอบต่อผู้ได้รับบาดเจ็บ ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป”