เสรีพิศุทธ์ ร่อนหนังสือด่วน ถึง 3 หน่วยงาน จี้ถามคืบหน้าคดีเขากระโดง-ไต่สวนอธิบดีกรมที่ดิน-คกก.สอบสวน ไม่เพิกถอนโฉนดที่ดินบริเวณเขากระโดง
เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เมื่อวานนี้ (7 กรกฎาคม 2569) ผมได้ทำหนังสือติดตามความคืบหน้ากรณีที่ดินบริเวณเขากระโดง จำนวน 3 ฉบับ ดังนี้
1.ถึงเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ขอทราบความคืบหน้าว่า เรื่องดังกล่าวดำเนินการไปถึงไหนอย่างไร กรุณาแจ้งผลการพิจารณาและการสั่งการของนายกรัฐมนตรีให้ทราบโดยด่วนที่สุดด้วย ทั้งนี้ เพราะเรื่องดังกล่าวประชาชนชาวไทยทั่วประเทศให้ความสนใจ และต้องการทราบว่านายอนุทินในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในการพิจารณาแก้ไขปัญหานี้ จะสามารถนำที่ดินที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 พระราชทานให้แก่การรถไฟแห่งประเทศไทยใช้ประโยชน์ในการจัดทำบริการสาธารณะกลับคืนมาให้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันได้หรือไม่ ซึ่งหากยังไม่ได้รับคำตอบที่ถูกต้องตามข้อเท็จจริงและกฎหมาย ก็จำเป็นที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย และอาจจะถึงขั้นกราบบังคมทูลถวายฎีกาเรื่องนี้ต่อไปด้วย
2.ถึงเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้เสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณารวมเรื่องการไต่สวนอธิบดีกรมที่ดิน-คกก.สอบสวน ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่เพิกถอนโฉนดที่ดินบริเวณเขากระโดง กับเรื่องที่ผมกล่าวหานายอนุทินฯนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน ฐานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่เพิกถอนโฉนดที่ดินบริเวณเขากระโดง ซึ่งเป็นที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยตามคำพิพากษาซึ่งถึงที่สุดแล้ว อันเป็นการกล่าวหาในความผิดฐานเดียวกัน จึงสมควรพิจารณารวมคดีทั้งสองเข้าด้วยกัน แล้วทำการไต่สวนเป็นคดีเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อให้การไต่สวนคดีดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สะดวกรวดเร็ว บังเกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรม เป็นไปในแนวทางเดียวกันและไม่ซ้ำซ้อนกัน
3.ถึงผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ และผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์ ให้รายงานผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อแต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนรับผิดชอบคดีนี้ เนื่องจากเป็นคดีที่มีการกล่าวหาบุคคลที่มีอิทธิพลผู้ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรี มีบุตรชายเป็นรัฐมนตรี และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังพรรคภูมิใจไทยโดยที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทั้งเป็นบุคคลที่ประชาชนทั่วไปรู้จักในวงกว้าง เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ

