กรอ.เคาะแผนรับมือน้ำท่วมสงขลา เร่งงบซ่อมโครงสร้างพื้นฐาน ตั้งงบด่วน ฟื้นฟูหาดใหญ่ภายใน 100 วัน
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 8 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ครั้งที่ 2/2569 ว่า ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี มีความพร้อมในการเข้าไปแก้ไขปัญหาอุทกภัย โดยเฉพาะในจังหวัดสงขลา และภาคใต้ โดยได้มีการทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ และเอกชน เพื่อเร่งเข้าไปดำเนินการป้องกันให้ได้มากที่สุด
เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าปีนี้จะไม่หนักเท่าปีที่แล้ว นายกฯ กล่าวว่า เราเตรียมความพร้อมทุกด้าน ทั้งแผนเผชิญเหตุ การสนับสนุน การช่วยเหลือ การเตรียมพร้อมศูนย์พักพิง เรื่องอาหาร รวมถึงการสนับสนุนสินเชื่อด้านธุรกิจ สิ่งที่เราเอาชนะไม่ได้ คือ ธรรมชาติ แต่ในเรื่องการเตรียมความพร้อมระบบระบายน้ำ หรือ โครงสร้างพื้นฐานที่ชำรุด เราได้มีข้อตกลงกันแล้ว ว่าจะเร่งอนุมัติงบประมาณ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ
เมื่อถามถึงเงินเยียวยาที่ค้างคาก่อนหน้านี้ นายกฯ ยืนยันว่า ไม่มี หากถามแบบนี้คนจะเข้าใจผิดได้ เราไม่ได้ดูว่าคนนี้เยียวยาหรือไม่ แต่เราดูทั้งระบบ ใครที่เข้าเกณฑ์แล้วมาขึ้นทะเบียนได้รับการดูแลทั้งหมด
เมื่อถามว่า จะลงไปดูในพื้นที่ด้วยตัวเองหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนก็ลงพื้นที่ด้วยตัวเองตลอดเวลาอยู่แล้ว
ส่วนที่ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา มารอบนตึกไทยคู่ฟ้ามีประเด็นพิเศษอะไรหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า นัดกันไว้นานแล้ว
นายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย ในฐานะโฆษก กรอ.ให้สัมภาษณ์ถึงการเยียวยาน้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่ ว่า หาดใหญ่เป็นเมืองธุรกิจที่สำคัญ มีนัยยะสำคัญในการพัฒนาธุรกิจ การท่องเที่ยว และการกระจายรายได้ต่างๆ แต่ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้ดูแลเฉพาะพื้นที่หาดใหญ่ แต่ดูแลทุกพื้นที่ที่มีความเสี่ยงในอุทกภัย จึงจำเป็นต้องมีการจัดการเตรียมพร้อม
นายวีระพงษ์ กล่าวว่า ภาคเอกชนมีการเสนอ แผนจัดการโครงสร้างพื้นฐาน เรื่องการกระตุ้นการท่องเที่ยว รวมถึงระบบการแจ้งเตือนภัย รวมถึงการให้ความช่วยเหลือเรื่องการลงทุนและสินเชื่อซอฟต์โลน เพื่อช่วยธุรกิจขนาดเล็ก เพราะในเมืองหาดใหญ่ มีธุรกิจขนาดเล็กค่อนข้างเยอะ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไปดูว่าจะให้ซอฟต์โลนในรูปแบบใด เพื่อให้เข้าถึงผู้ประกอบการมากที่สุด ยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเสนอของภาคเอกชน เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอด สิ่งสำคัญคือต้องทำให้หาดใหญ่กลายเป็นเมืองต้นแบบในการพัฒนาเมืองอื่นได้
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปพิจารณาในเรื่องของงบประมาณเร่งด่วน เพื่อเตรียมรองรับ สถานการณ์ที่เข้าสู่ฤดูฝนในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม ปี 69 เพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และหลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะพิจารณาว่าพื้นที่ใดจำเป็นต้องใช้งบประมาณเร่งด่วนเพื่อเข้าไปฟื้นฟู โดยตั้งกรอบไว้ภายใน 100 วัน
นายวีระพงษ์ ยอมรับว่า ภาคธุรกิจในพื้นที่หาดใหญ่จำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาอีก โดยเฉพาะในภาคธุรกิจท่องเที่ยว และภาคค้าปลีก เพื่อทำให้เกิดรายได้ในพื้นที่มากขึ้น

