‘อภิสิทธิ์’ ยันปชป.สนับสนุน กม.นิรโทษกรรม แต่ห่วงเปิดช่องล้างผิดนักการเมืองเอี่ยวคดีฮั้ว สว.

8.07.26 | 16:59 น.
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

‘อภิสิทธิ์’ ยันปชป.สนับสนุน กม.นิรโทษกรรม แต่ห่วงเปิดช่องล้างผิด นักการเมืองเอี่ยวคดีฮั้วสว.แนะ สภาฯ ถกให้รอบคอบ ชี้หากสมาชิกเห็นชอบ น่าจะปฏิบัติขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 114 ทำหน้าที่โดยมีความขัดกันแห่งผลประโยชน์

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม เวลา 15.52 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ…. ว่า ตนและพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนให้มีกฎหมายฉบับนี้ ต้องการที่จะนิรโทษกรรมเพื่อนำไปสู่การเริ่มต้นใหม่ การเดินไปข้างหน้าของสังคมและสร้างความสันติสุข โดยมีข้อยกเว้นที่กำหนดไว้ในมาตรา3 ในเรื่องของความผิดฐานทุจริตประพฤติมิชอบ มาตรา 112 หรือการกระทำความผิดที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือเป็นเหตุให้ผู้สื่อได้รับอันตรายสาหัส ทำความผิดต่อส่วนตัว หรือต่อกลุ่มบุคคลใดบุคคลหหนึ่ง ไม่ใช่หน่วยงานรัฐเฉพาะรายเฉพาะกลุ่ม หลักการเหล่านี้พวกเราเห็นด้วยหมด และทราบดี ว่ามีพี่น้องประชาชนหรือผู้ที่เกี่ยวข้องและจะได้รับอานิสงส์จากกฎหมายฉบับนี้จำนวนมากประมาณ 6,000 คน ที่รอคอยที่จะได้รับประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หน้าที่ของเราในวันนี้ต้องพิจารณาว่าสิ่งที่ทางวุฒิสภาได้แก้ไข จำเป็นหรือไม่ที่ต้องมาพิจารณาให้เกิดความรอบคอบ โดยมี 2 ประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าสมควรที่จะต้องมีการพิจารณาเพิ่มเติม คือ 1.การแก้ไขของวุฒิสภา ในมาตรา 11 ที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนและมาตรา 112 ซึ่งจากที่ฟังเพื่อนสมาชิกเกรงว่าอาจจะเข้าใจไม่ตรงกัน มาตรานี้ชัดเจนไม่ได้ไปยกเว้นมาตรา 3 คือจะแก้ไขหรือไม่แก้ไขในมาตรานี้อย่างไร ผู้กระทำความผิดมาตรา 112 ไม่ได้รับการนิรโทษกรรม แต่มาตรานี้เป็นเรื่องของผู้ที่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรม เพราะเข้าข่ายข้อยกเว้นแต่กระทำความผิดในขณะที่เป็นเยาวชน หลักสำคัญที่สภาผู้แทนราษฎรได้เสนอไปให้วุฒิสภาคือในกรณีเช่นนี้ด้วยความเป็นเยาวชนเขาควรจะมีทางเลือก ไม่ได้เป็นกระบวนการอัตโนมัติ ในมาตรา 11 ต้องเป็นเฉพาะกรณีที่เขาร้องขอเท่านั้น ความหมายคือเขาขอที่จะให้กรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาว่าทำแผนบำบัดฟื้นฟูให้กับเขาได้หรือไม่ ถ้าเขาไม่ขอเขาก็ถูกดำเนินคดีเหมือนเดิม ถึงเขาขอเขาก็ไม่ได้รับการนิรโทษกรรม แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นแปลว่าเขาได้มองเห็นแล้วว่าต้องการการบำบัดฟื้นฟูและกฎหมายฉบับนี้เปิดทางให้เขา

อภิสิทธิ์

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าสิ่งที่พวกเราต้องมาพูดกันคือถ้าเราอยากสร้างความสันติสุขเป็นจริง กรณีที่มีเยาวชนที่กระทำความผิดและไม่ได้รับการนิรโทษกรรมตัดสินใจที่จะขอเพื่อได้รับการบำบัดฟื้นฟูเขาควรจะได้รับโอกาสนั้นหรือไม่ เราคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างเยาวชนคนเหล่านี้กับสถาบันพระมหากษัตริย์จะมีความแน่นแฟ้นดีขึ้นจากกระบวนการนี้หรือไม่ หรือเราคิดว่าการไปเขียนข้อยกเว้นอย่างของวุฒิสภาเมื่อดำเนินคดีกับเขาไปแล้ว จะสร้างความมั่นคงให้กับสถาบันพระมหากษัตริย์มากกว่า นั่นคือประเด็นที่ตนคิดว่าเข้าใจ เราอาจจะมีความเห็นที่แตกต่างหลากหลายในเรื่องนี้ได้ แต่ไม่ใช่จะสรุปได้ว่าฝ่ายหนึ่งถูก ฝ่ายหนึ่งผิด ฝ่ายหนึ่งจงรักภักดี ฝ่ายหนึ่งไม่จงรักภักดีไม่ได้ ตนคิดว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่มองว่าการเปิดโอกาสให้กับเยาวชนที่จะเข้ามาช่องทางนี้น่าจะเป็นวิธีการที่ทำให้ความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับสถาบันลดลง

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าที่สมาชิกบางคนอภิปรายว่าถ้าทำเช่นนี้จะเป็นการส่งเสริมให้เกิดให้คุณกระทำความผิดในวันข้างหน้าก็ไม่เกี่ยวกัน เพราะใครกระทำความผิดตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปก็ต้องรับโทษไม่ได้รับอานิสงส์ใดๆทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นการนิรโทษกรรมหรือกระบวนการนี้ ดังนั้นประเด็นนี้จึงเป็นประเด็นหนึ่งที่เราเห็นว่าสมควรที่จะมีการพิจารณาให้รอบคอบอย่างทองแท้เพื่อความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ และ เพื่อให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์อย่างแท้จริง

Advertisement

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ประเด็นที่2.ที่ตนประหลาดใจและไม่ค่อยสบายใจ คือการที่วุฒิสภาไปเพิ่มในบัญชีท้าย พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาพ.ศ. 2561 มีการกำหนดเงื่อนไขว่าเฉพาะที่ไม่เกี่ยวพันกับการเลือกโดยทุจริต การเลือกที่ไม่เป็นธรรมและคุณสมบัติอันเป็นเท็จ ที่แปลกใจคือ ไม่เคยทราบเลยว่าความขัดแย้งทางการเมือง เหตุการณ์ทั้งหลายที่เป็นความขัดแย้งที่เรากังวลกันทุกวันนี้ ไปเกี่ยวข้องกับการเลือกวุฒิสภาครั้งที่ผ่านมาอย่างไร ยังไม่เคยมีใครบอกตนได้เลยว่า มีใครที่จะมีปัญหาในคดีนี้ที่เป็นเรื่องสืบเนื่องมาจากการชุมนุมทางการเมือง แต่เมื่อมีการใส่เรื่องนี้เข้ามานั่นหมายความว่าต่อไปถ้าใครโดนดำเนินคดีเรื่องนี้ก็สามารถที่จะไปให้คณะกรรมการซึ่งมีนายกฯเป็นประธานชี้ขาดได้ว่าสมควรจะได้รับการลดโทษกรรมหรือไม่ อาจจะมีการบอกว่าเขาเขียนไว้แล้วที่เราพูดว่าฮั้วสว. มันก็น่าจะแปลว่ายั๊วะเป็นการทุจริตเลือกตั้งไม่เป็นธรรม

“ผมชวนท่านประธานลองคิดเล่นๆ การเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรมการเลือกตั้งที่ทุจริตก็จะไปจบลงจากการวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ว่าต้องเลือกตั้งใหม่หรือไม่ ต้องให้ใบเหลือง ใบแดง หรือไม่เพิกถอนสิทธิใครอย่างไร แต่มันมีความผิดอื่นตามกฎหมาย การเลือกวุฒิสภา เช่นกรณีที่พรรคการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องสนับสนุน สมมุติว่าวันข้างหน้าในการดำเนินคดีเกี่ยวกับเรื่องส.ว. กกต. อาจจะดูเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว บอกว่าไม่มีปัญหาการเลือกตั้งที่จะต้องไปให้ใบเหลือง ใบแดง เพิกถอนสิทธิ์ใคร แต่พบหลักฐานชัดเจนว่ามีคนของพรรคการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง คนที่ไปเกี่ยวข้องก็จะอ้างว่านี่เป็นความผิดตามกฎหมายฉบับนี้ แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องการเลือกตั้งไม่ได้ถูกวินิจฉัยว่ามีการทุจริต ก็จะได้รับอานิสงส์จากการนิรโทษกรรมตามกฎหมายฉบับนี้” นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนอาจจะตีความผิดก็ได้แต่เชื่อว่าเป็นประเด็นที่สมควรแก่การที่จะมาร่วมกันพิจารณาเพื่อให้เกิดความของแท้และเกิดความสบายใจเพราะมิฉะนั้นถ้าเราไม่พิจารณาสองประเด็นนี้อย่างถ่องแท้ สุดท้ายเราสร้างปมความขัดแย้งขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง หนึ่งเรื่องเกี่ยวข้องกับสถาบันสูงสุดที่เราต้องการจะปกป้อง อีกหนึ่งเรื่องบานปลายเป็นเรื่องของการใช้อำนาจของนักการเมืองด้วยกันเอง เพราะอย่าลืมว่าถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างที่ตนพูด ใครก็ตามในสภานี้ ที่เห็นชอบกันตามนี้ น่าจะปฏิบัติขัดกับรัฐธรรมนูญ คือเป็นสมาชิกรัฐสภา ที่ทำหน้าที่โดยมีความขัดกันแห่งผลประโยชน์ ซึ่งเป็นข้อห้ามตามมาตรา 114 แห่งรัฐธรรมนูญ