หน้าแรก การเมือง กสถ.เบี้ยวนัด...

กสถ.เบี้ยวนัดแจงปมทุจริตสอบท้องถิ่น กมธ.ป.ป.ช. อาสพลธ์ ขู่ ครั้งหน้าไม่มาเจออำนาจเรียก

9.07.26 | 11:51 น.

กสถ. เบี้ยวนัด  แจงปมทุจริตสอบท้องถิ่น อาสพลธ์ ขู่ ครั้งหน้าไม่มาเจอ  อำนาจเรียก ด้านผู้บริหาร มศว ตบเท้าเข้าชี้แจง

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 9 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมเรื่องการติดตามกรณีทุจริตในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ว่า วันนี้ได้มีการเชิญ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) มาชี้แจง ถึงกระบวนการการจัดซื้อจัดจ้าง การออกข้อสอบและการตรวจข้อสอบรวมถึงแฟลชไดร์ฟทั้งหมด และทุกกระบวนการที่ทาง มศว เป็นผู้รับผิดชอบ

ซึ่งการประชุมครั้งก่อนไม่ได้ลงลึก เรื่องการทุจริตการสอบท้องถิ่น พิจารณาเพียงประเด็นปลัดจังหวัดภูเก็ตที่มีเส้นเงินเชื่อมโยงเท่านั้น ซึ่งเรื่องการสอบท้องถิ่นแบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) 2.กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) 3. มศว และ 4. ตัวประสานงาน ซึ่งคาดว่าเส้นทางการเงินน่าจะอยู่ในกลุ่มที่ 4 เพราะมีการประสานงานและมีการจ่ายเงิน แต่ไม่เกี่ยวกับการเชิญ มศว มาในวันนี้

นายอาสพลธ์ กล่าวว่า นอกจาก มศว แล้วยังมีการเชิญ สถ. และ กสถ. รวมถึงองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันแห่งประเทศไทย เข้าร่วมประชุมด้วยซึ่ง กมธ. ได้ฝากทางองค์กรต่อต้าน คอร์รัปชัน ว่า ถ้าหากมีประเด็นอะไรหรือมีคำถามอะไรที่สงสัยและยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน ก็ให้ซักถามได้เต็มที่

Advertisement

นายอาสพลธ์ ยังกล่าวว่า วันนี้ตนตั้งใจสอบถาม กสถ. ซึ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ชี้แจงไปแล้วว่าพบการทุจริต 5,000 คน จากผู้ที่ได้รับการบรรจุไปแล้ว 15,000 คน ดังนั้นจึงเกิดคำถามที่ต้องถามกับทาง กสถ. ว่า 5,000 คน นี้ยังสามารถทำงานได้อยู่หรือไม่ ถ้าทำไม่ได้ กสถ. จะสั่งพักงานหรือไม่ แต่ล่าสุดจากการประสานงาน ทางประธานกสถ. ได้ติดต่อมาว่าไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้แล้วเนื่องจากติดธุระ ตนก็ไม่ทราบว่าติดธุระอะไรและไม่มีบุคคลอื่นมาชี้แจงแทน จึงต้องเชิญมาในการประชุมครั้งถัดไป หากครั้งถัดไปไม่มาก็จะใช้อำนาจเรียกของกรรมาธิการ

“5,000 คน เราก็อยากจะรู้ว่ายังทำงานได้หรือไม่หรือควรจะพักการปฏิบัติหน้าที่ เพราะเมื่อพบการโกงทุจริตแล้วทางกระทรวงมหาดไทย สถ. ก็ต้องส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช. และ และกรรมาธิการป.ป.ช.จะติดตามเรื่องนี้โดยสอบถามไปยัง ป.ป.ช. ว่ากรณีแบบนี้ จะใช้เวลานานเท่าไหร่ เพื่อให้มีคำวินิจฉัยของ ป.ป.ช. ต่อข้าราชการทุจริตทั้ง 5,000 คน ได้หยุดปฏิบัติหน้าที่และมีโทษทางวินัย และส่งฟ้องศาลอาญาต่อไป” นายอาสพลธ์ กล่าว

นายอาสพลธ์ ยังกล่าวถึงแนวทางการป้องกันการทุจริตสอบในอนาคต ว่า เรื่องนี้มีแน่นอน วันนี้ต้องดูกระบวนการทั้งหมดว่าเกิดจากอะไร เรื่องนี้ต้องขอบคุณสื่อและสังคมที่ให้ความสนใจ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และตอนนี้ก็ได้สู้เรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 66 ที่พบการทุจริตท้องถิ่นแต่ไม่เคยจับได้แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่จับได้ และเป็นองค์กรใหญ่มาก เราตั้งใจทำอย่างเต็มที่ซึ่งในส่วนของ กมธ.ป.ป.ช.จะไม่เข้าไปก้าวก่ายหน่วยงานที่ดำเนินการอยู่แล้วแต่เราจะติดตาม เพื่อให้คนที่กระทำความผิดมารับโทษทั้งหมด

“วันนี้สาวถึงอธิบดี สังคมก็สงสัยมีข้างบนอธิบดีอีกหรือไม่ ก็เป็นสิ่งที่กรรมาธิการต้องติดตามตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไป” นายอาสพลธ์กล่าว

เมื่อถามว่า จะมีแนวทางปกป้องบุคคลผู้บริสุทธิ์และไม่ได้โกงข้อสอบหรือไม่ นายอาสพลธ์ กล่าวว่า คนที่ไม่ได้ทุจริตแล้วสอบผ่านมีอยู่ในบัญชีรายชื่อสำรองอยู่แล้ว สอบถามซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่กรรมาธิการจะสอบถามทาง กสถ. เช่นกัน ว่าสามารถเลื่อนบุคคลเหล่านี้ขึ้นมาได้หรือไม่ เพราะกรณีที่เราตรวจพบคนทุจริต 5,000 ราย เราปรับเขาออกแน่นอนว่าจะมีตำแหน่งว่าง 5,000 ตำแหน่ง จะสามารถเลื่อนเขาขึ้นมาได้หรือไม่แต่บังเอิญวันนี้ กสถ. ไม่มา

นายอาสพลธ์ กล่าวว่า วันนี้ได้รับคำยืนยันจากอธิการบดีมหาวิทยาลัย มศว ว่าจะมาพร้อมคณะและผู้อำนวยการศูนย์ทดสอบของมศวก็จะมาด้วย ซึ่งอธิการบดีได้แจ้งว่าอยากจะใช้เวทีของกรรมาธิการ ป.ป.ช. พูดเรื่องราวทั้งหมด ที่ไม่ได้พูดต่อสังคม ตนก็ยินดีรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย