หน้าแรก การเมือง ปธ.วิปรบ. รุม...

ปธ.วิปรบ. รุมฉะปชน.โพสต์ทำสังคมเข้าใจผิด ปมกม.นิรโทษฯ ย้ำต้องเลือกภาพรวม

9.07.26 | 11:52 น.

‘กรวีร์’ ย้อนถาม ‘พรรคประชาชน’ จะรับผิดชอบโพสต์ทำสังคมเข้าใจผิดปม สส.รัฐบาลโหวตเห็นชอบตาม สว.แก้ร่างนิรโทษกรรมอย่างไร ซัด อยากยกระดับการเมืองให้สูงก็ต้องทำงานการเมืองให้สูงด้วย ไม่ใช่ลดมาตรฐานต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนี้ ยัน วุฒิสภาไม่ได้แก้สาระสำคัญ

เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 9 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลในสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีข้อกังวลต่อคดี ฮั้วส.ว.ในร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. … ว่า ยืนยันว่าเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมาที่มีการลงมติกันไป และที่ทางส.ว.แก้ไขกลับมานั้นไม่ได้มีการแก้ไขหลักการที่เป็นสาระสำคัญของกฎหมายเลย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของมาตรา 112 เพราะอยู่ในกฎหมายที่ส.ส.เห็นชอบไปแล้วเมื่อสมัยประชุมสภาฯ ที่แล้ว ยืนยันว่าไม่ได้มีการแก้ไขในสาระสำคัญ ส่วนประเด็นการฮั้ว ส.ว.ที่มีหลายฝ่ายพยายามบิดเบือน พยายามที่จะไม่ให้ข้อมูลที่ตรงกับความเป็นจริงนั้น บัญชีแนบท้ายทั้งหมดไม่ได้มีการแก้ไข มีเพียงแค่การแก้ไขการจัดลำดับความสำคัญของกฎหมายเท่านั้น แค่เรียงลำดับใหม่ ไม่ได้มีการแทรกกฎหมายใดเข้ามา

นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า พ.ร.บ.เลือกตั้งที่มีการพูดถึงนั้น เป็นการนิรโทษกรรมให้กับกลุ่มคนที่ไปปิดล้อมคูหาเลือกตั้งที่เกิดจากการชุมนุมเมื่อหลายปีก่อน แน่นอนว่าในส่วนนี้รวมอยู่ในบัญชีของการนิรโทษกรรมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นม็อบเสื้อเหลือง ม็อบเสื้อแดง ม็อบ กปปส. ม็อบปิดสนามบิน ม็อบทั้งหมดรวมอยู่ในการนิรโทษกรรมฉบับนี้ ฉะนั้น คิดว่าอยากให้เกิดความชัดเจนกับพี่น้องประชาชนว่าจุดยืนหลักที่จะไม่รวมอยู่ใน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับนี้คือ 1.เรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น 2.ความรุนแรงที่ทำให้เกิดความเสียหายถึงแก่ชีวิต 3.การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งจุดยืนนี้ต้องยืนยันและขีดเส้นใต้ 500 เส้นเลยมันไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเรื่องเดิมที่ผ่านการพิจารณาของสภาฯ สมัยที่แล้ว และ ส.ว.ไม่ได้มีการแก้ไขในส่วนของหลักการทั้ง 3 ข้อนี้

เมื่อถามว่า เรื่องการนิรโทษกรรมมาตรา 112 กับเยาวชนนั้น ในกฎหมายมีศาลเยาวชนมีกระบวนการที่จะช่วยเหลือเยาวชนอย่างไรบ้าง นายกรวีร์กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราพูดกันมากและพูดมาตั้งแต่สมัยที่แล้ว ซึ่งเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมานั้น ตนได้ฟัง นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน พูดว่ามีประตูแล้วเราจะไปปิดประตู หลักคิดของพวกเราคือ เจตนาของกฎหมายฉบับนี้เราอยากให้สร้างความปรองดอง ลดความขัดแย้ง ไม่อยากเห็นกฎหมายฉบับนี้ไปสร้างความขัดแย้งใหม่ และต้องยอมรับว่ามาตรา 112 เป็นประเด็นที่อ่อนไหว หากทำไปก็อาจจะไปสร้างความขัดแย้งใหม่ในสังคมได้

ผมมีประสบการณ์นิรโทษกรรมแบบสุดซอย เราเคยทำมาแล้ว และเรารู้ว่าการฝืนกระแสสังคมเกินกว่าที่สังคมจะรับได้ จะเกิดปัญหาต่างๆ ตามมาอีกมากมาย ดังนั้น เรามองกันคนละมุม มองอีกมุมคือเราไม่ต้องการเปิดประตูไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่ แต่เรื่องไหนที่ทำได้และเห็นตรงกัน และ พ.ร.บ.ที่ผ่านสภาฯ เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมานั้น ก็ยืนยันว่าเกิดประโยชน์กับประชาชนกว่า 6 พันคน คดีที่ค้างมากกว่า 2 คดีที่จะได้ประโยชน์จากร่างกฎหมายฉบับนี้ ผมคิดว่าเกิดประโยชน์มากกว่า หากต้องเลือกก็ต้องเลือกภาพรวม เดินไปสู่เป้าหมายคนกลุ่มใหญ่ในสังคมก่อน” นายกรวีร์ กล่าว

เมื่อถามถึง กรณีที่พรรคประชาชนโพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กระบุว่า ส.ส.รัฐบาลโหวตเห็นชอบตาม ส.ว. ให้นิรโทษกรรมไม่รวมคดี 112 แต่ล้างผิดคนล้มเลือกตั้ง ฮั้ว ส.ว. นายกรวีร์กล่าวว่า ตนเห็นจากเพจของพรรคประชาชนก็ตกใจว่าทำไมนำข้อเท็จจริงที่บิดเบือนมานำเสนอต่อประชาชนเช่นนี้ แต่ภายหลังเขาก็ตัดข้อความบางข้อความที่เป็นการบิดเบือนออก ซึ่งเรื่องนี้ตนคิดว่าเป็นประเด็นใหญ่และประเด็นที่สำคัญ

Advertisement

“อยากฝากไปถึงพรรคประชาชนว่าหากเขาอยากยกระดับการเมืองให้สูงนั้น ก็ต้องทำงานการเมืองให้สูงด้วย ไม่ใช่ลดมาตรฐานของตนเองจนต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนี้ อยากให้เอาความจริงมาพูดกับประชาชน เอาข้อเท็จจริงมาชี้แจงมากว่าที่จะเป็นการบิดเบือนให้ประชาชนเข้าใจผิด ซึ่งเมื่อพรรคประชาชนทราบว่าทำผิดแล้ว การโพสต์ให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม พรรคประชาชนจะรับผิดชอบอย่างไร”