วุฒิสภาลงมติ 145 เสียง ผ่านร่างกม.อากาศสะอาด หลังถกมาราธอน 3 วัน พบมีการแก้ไข ต้องส่งให้ สภาฯ ลงมติเห็นชอบหรือไม่
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ…. ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ที่มี นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สว. เป็นประธานกมธ. ได้พิจารณาแล้วเสร็จ ในวาระสอง ซึ่งเป็นการพิจารณาต่อเนื่องยาวนานถึง 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 6-9 กรกฎาคม เนื่องจากเป็นร่างพ.ร.บ.ที่มีจำนวนมาตราถึง 273 มาตรา และกมธ.มีการแก้ไข จากเนื้อหาที่ได้รับมาจากสภาผู้แทนราษฎรจำนวนมาก ขณะที่มีกมธ.ที่สงวนความเห็นและสว.เสนอคำแปรญัตติ
นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ส.ว. ในฐานะคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …. วุฒิสภา เปิดเผยว่า ได้อภิปรายในที่ประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. ….ในวาระ 2 โดยมาตรา 40 คณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัด มีการแก้ไขเพิ่มเติมโดยคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากให้ “ผู้ว่าราชการจังหวัด” เป็นประธานกรรมการอากาศสะอาดจังหวัด แทนนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดในร่างเดิมที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งการเพิ่มสัดส่วนของภาคเอกชนเข้าร่วม โดยมีกรรมาธิการเสียงข้างน้อยขอสงวนคำแปรญัตติ 9 คน เมื่อวันที่ 8 ก.ค.69 ที่ผ่านมา
นายชีวะภาพกล่าวว่า ตำแหน่ง “ผู้ว่าฯ” คือนักบริหารระดับสูง (ซี 10) ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านโรงเรียนนายอำเภอและนักปกครองระดับสูงมาอย่างโชกโชน ต่างจากทิศทางกฎหมายปัจจุบันที่ลดเพดานวุฒิการศึกษา “นายก อบจ.” เหลือแค่อนุปริญญา แม้จะมีความรู้ความสามารถ แต่ในโลกของระบบราชการ การให้ผู้บริหารท้องถิ่นมานั่งหัวโต๊ะ สั่งการข้าราชการระดับผู้อำนวยการสูง (ซี 9) ที่มานั่งเป็นเลขาฯ อาจเกิดปัญหาขลุกขลัก คุมข้าราชการไม่อยู่ สู้ให้ผู้ว่าฯ คุมเกมรวบยอด แล้วดึงนายก อบจ.มาเป็นรองประธานจะทำงานได้ราบรื่นกว่า
นายชีวะภาพกล่าวต่อว่า ส่วนใครที่ห่วงว่าจะเป็นการรวบอำนาจ ไม่ยอมกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นนั้น บอร์ดชุดนี้มีกรรมการถึง 34 คน เป็นส่วนราชการจริงๆ แค่ 12-15 คนเท่านั้น ที่เหลือเกินครึ่งกวาดมาจากภาคเอกชน อบต. และองค์กรอิสระ ถือว่าถ่วงดุลอำนาจกันสุดๆ แล้ว จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการกระจายอำนาจ
นอกจากนี้ นายชีวะภาพยังระบุถึงกรณีหากตั้ง “สำนักงานอากาศสะอาด” ขึ้นมาใหม่ จะทำงานซ้ำซ้อนกับของเดิมหรือไม่ว่า ต่อให้อัพเกรดหน่วยงานใหม่ก็ยุบ “กรมควบคุมมลพิษ” (คพ.) ไม่ได้เด็ดขาด เพราะ คพ.มีภารกิจคุม พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อฯ ปี 2535 ที่มีเนื้อหาสอดรับกัน อีกทั้งยังโยงใยเรื่อง EIA และกฎหมายอื่นๆ อีกเพียบ ซึ่งหน่วยงานใหม่จะไม่มีกฎกระทรวงมารองรับภารกิจพวกนี้ งานนี้จึงต้องให้ทั้ง 2 หน่วยงานอยู่ทำงานคู่ขนาน เพื่อเป็นกำลังเสริมทัพกันลุยสางปัญหามลพิษให้คนไทยอย่างแท้จริง
โดยหลังจากที่พิจารณาในวาระสอง เรียงลำดับรายมาตราแล้วเสร็จ เมื่อเวลา 13.40 น.ที่ประชุมได้ลงมติในวาระสาม เห็นชอบ 145 เสียง ไม่เห็นด้วย 4 งดออกเสียง 11 เสียง และจากนี้จะต้องส่งให้สภาฯ พิจารณาอีกครั้งว่าจะเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภาหรือไม่ โดยจะเข้าสู่ที่ประชุมสภาฯในสมัยประชุมหน้า เนื่องจากปิดสมัยประชุมนี้วันที่ 11 กรกฎาคม
ทั้งนี้ที่ประชุมยังได้เห็นชอบกับข้อสังเกตท้ายรายงาน โดยน.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ ส.ว. อภิปรายว่าหลังจากที่ร่างกฎหมายมีผลบังคับใช้ ขอให้มีการประเมินผลกระทบต่อการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวเป็นระยะ ๆ เพราะจากการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว เป็นเวลา 3 วัน พบว่ากฎหมายมีความซับซ้อน ทั้งในส่วนของกรรมการ บทกำหนดโทษ ทั้งนี้เชื่อว่าจะมีผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายต่อประชาชน ทั้งส่วนบุคคล ธุรกิจเอกชน ขณะที่การแก้ปัญหาเปิดช่องทางให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลยพินิจมากขึ้น และเลี่ยงไม่ได้ที่อาจทำให้เกิดการทุจริตที่เพิ่มมากขึ้น

