กรวีร์ แถลงสรุปผลงานตลอดสมัยประชุมสภาฯ โวผ่านกฎหมาย 94 ฉบับ ขอบคุณทั้งรัฐบาล-ฝ่ายค้านร่วมขับเคลื่อนงานนิติบัญญัติ เผย หากเปิดประชุมวิสามัญถก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ต้องรอ ครม.ตัดสินใจ
เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 9 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส. ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปฝ่ายค้าน) พร้อมด้วยวิปรัฐบาล แถลงสรุปผลงานการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร ว่า ภาพรวมตลอดระยะเวลาการทำงานร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค รวมถึงการประสานงานกับฝ่ายค้าน เป็นไปได้อย่างราบรื่นโดยตลอด ต้องขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคที่ช่วยกันขับเคลื่อนงานที่สำคัญทางฝ่ายนิติบัญญัติ รวมถึงมีกฎหมายหลายฉบับที่ผ่านจากการพิจารณาของสภาฯ และมีกระทู้สดหลายกระทู้ที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชน ได้รับความร่วมมือจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาตอบกระทู้ และมีญัตติที่เป็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนผ่านการพิจารณาของสภาฯ รวมถึงมีการรับทราบที่เป็นบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ผ่านการพิจารณาของสภาฯ
นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า นอกจากที่จะขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว ต้องขอบคุณทางฝ่ายค้านด้วย ที่ในช่วงหนึ่งสมัยประชุมที่ผ่านมา ถือว่าการประสานงานเราประสานงานกันได้ค่อนข้างราบรื่น อาจจะมีสิ่งที่เห็นไม่ตรงกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา ของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย แต่ทุกฝ่ายก็เคารพกรอบกติกา และใช้ระเบียบข้อบังคับตามข้อกฎหมายที่กำหนดเอาไว้ทุกอย่าง
นายกรวีร์ กล่าวอีกว่า ฉะนั้น ในภาพรวมเราทำงานกันได้ค่อนข้างดี ส่วนในรายละเอียดถ้าในด้านของกฎหมาย ในระยะเวลาไม่กี่เดือนสภาฯ พวกเราผ่านการพิจารณากฎหมายมากถึง 94 ฉบับ และในบางกฎหมายบางเรื่องอาจจะมีร่างที่เสนอประกอบกันหลายร่าง แต่รวมทั้งหมดแล้วมี 94 ร่าง ที่มีทั้งร่างครม. ยืนยันกลับมา 34 ฉบับ
นายกรวีร์ กล่าวอีกว่า ล่าสุดวันนี้มีประกาศใช้เป็นกฎหมายแล้ว 2 ฉบับคือพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ต่อเนื่องมาจากสมัยที่แล้วต้องยกเครดิตให้กับพรรคเพื่อไทย และพ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์
นายกรวีร์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายที่เรารับหลักการแล้ว และยังอยู่ในการพิจารณาของชั้นกรรมาธิการอีกหลายฉบับ แน่นอนว่ากฎหมายทั้งหมดจะเข้าสู่การพิจารณาทันทีหลังจากหลังจากที่เปิดสมัยประชุมสภาในสมัยพิจารณาหน้า รวมทั้งกฎหมายที่ประชาชนให้ความสำคัญและจับตาดูอยู่ อาทิ ร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่ล่าสุดทางวุฒิสภาจะพิจารณาเสร็จภายในสัปดาห์นี้ และได้การพิจารณาเข้าสู่การพิจารณาร่วมกันของสภาฯ หลังจากที่เปิดสมัยประชุมหน้า นอกจากเรื่องกฎหมายแล้ว เรามีเรื่องของการเห็นชอบหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ รวมทั้งหมด 5 ฉบับ และยังมีเรื่องการตอบกระทู้สดในสภาฯ มี 34 กระทู้สดมีรัฐมนตรีมาตอบถึง 33 กะทู้
นายกรวีร์ กล่าวอีกว่า ซึ่งตัวเลขนี้เป็นตัวเลขสูงมากต้องขอขอบพระคุณทางครม. โดยเฉพาะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะที่เป็นผู้นำครม. ที่ได้กำชับและมอบให้เป็นนโยบายกับรัฐมนตรีทุกท่านว่าต้องให้ความสำคัญกับฝ่ายนิติบัญญัติ อย่างไรก็ตามประเด็นนี้ต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านโดยเฉพาะนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ที่ผ่านมาเราใช้วิธีการประสานงานเพื่อดูว่าประเด็นร้อน หรือประเด็นที่สังคมให้ความสนใจเร่งด่วนมีเรื่องใดบ้าง และจะมีรัฐมนตรีท่านใดมาตอบได้บ้าง ด้วยการทำงานแบบนี้ จึงทำให้กระทู้ที่รัฐมนตรีมาตอบค่อนข้างสูง สุดท้ายแล้วไม่ใช่เป็นผลงานของฝั่งรัฐบาลหรือครม. แต่เป็นผลงานร่วมกันของฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะคนที่ได้รับประโยชน์ไม่ใช่พรรคการเมือง แต่คือประชาชนที่ได้รับประโยชน์จากการติดตามและตรวจสอบการทำงานผ่านกระทู้สด
นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า นอกจากกระทู้สด มีเรื่องกระทู้ทั่วไป ซึ่งตนในนามประธานวิปรัฐบาลก็ได้รับข้อเสนอ และข้อสังเกตของฝ่ายค้านว่ากระทู้สดที่ตอบเยอะ แต่กระทู้ทั่วไปรัฐมนตรีมีการเลื่อนตอบกระทู้ค่อนข้างมาก เรื่องนี้หลังจากหลังจากที่ปิดสมัยประชุม ตนได้ทำสรุปตัวเลขสถิติเอาไว้อย่างชัดเจนว่า มีกระทู้ถามรัฐมนตรีท่านใดกี่ครั้งและท่านมาตอบกี่ครั้ง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ตนจะนำเสนอรายงานฉบับนี้ต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อจะได้มีการวัดผลประเมินผลการทำงานของครม. ที่มีหน้าที่หลักที่มาตอบกระทู้และให้ความสำคัญกับฝ่ายนิติบัญญัติด้วย นี่อาจจะเป็นมิติใหม่ที่เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล
นายกรวีร์ กล่าวอีกว่า เรื่องญัตติที่มีปัญหาสำคัญของประชาชนผ่านการพิจารณาของสภาฯ เป็นจำนวนมาก อาทิ ฝุ่นควัน PM 2.5 วิกฤตพลังงาน การก่อสร้างแลนด์บริดจ์ การแก้ปัญหาน้ำท่วมในภาคใต้ เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เป็นญัตติที่มาจากฝ่ายรัฐบาล แต่ส่วนใหญ่เป็นญัตติที่มาจากฝ่ายค้าน หมายความว่า การทำงานของสภาฯ เราไม่คำนึงแต่เพียงว่าเราอยู่ฝั่งรัฐบาล และมีเสียงข้างมาก เราคำนึงถึงเสียงทุกเสียง คำนึงถึงเสียงของฝ่ายค้าน เพราะเราทราบว่าทุกปัญหาที่นำเสนอนั้นคือปัญหาของประชาชน
นายกรวีร์ กล่าวว่า ประเด็นสุดท้ายเรื่องของรับทราบ โดยปกติหากใครติดตามช่วงบ่ายของวันพฤหัสบดี จะมีเรื่องรับทราบ บ่อยครั้งที่มีเรื่องรับทราบจากหลายปีก่อน มีค้างการพิจารณารับทราบของสภาเป็นจำนวนมาก เราใช้เวลาสมัยประชุมเดียวเพื่อที่จะจัดการ และเร่งเอาเรื่องรับทราบที่ค้างอยู่มาเคลียร์ให้หมด ดังนั้น สิ่งที่ประชาชนจะได้เห็นในประชุมหน้าคือจะไม่มีรายงานที่ค้างจากปีก่อน ๆ ซึ่งจะมีการพิจารณาปีต่อปี จะได้เป็นปัญหาปัจจุบันก็จะทำให้หน่วยงานต่าง ๆ นำข้อเสนอแนะของฝั่งการเมือง หรือทุกพรรคการเมืองนำไปปรับปรับปรุงในการทำงานต่อไปได้
“ต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านด้วยในการให้ร่วมมือในการประสานงานร่วมกัน โดยที่บางครั้งระหว่างจะเห็นไม่ตรงกันแต่สุดท้ายเป้าหมายเราเหมือนกันคือ เคลื่อนงานสภาเพื่อตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาและเอากฎหมายต่าง ๆ ให้กับประชาชน” นายกรวีร์ กล่าว
เมื่อถามว่า ได้หารือเบื้องต้นหรือไม่ว่าจะมีการเปิดวิสามัญ เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่าพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาทไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ นายกรวีร์ กล่าวว่า เราทราบจากข่าวหน้าสื่อ วันนี้ที่สภาฯ เรายังไม่ได้รับเรื่องอย่างเป็นทางการจากศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเชื่อว่าทางศาลรัฐธรรมนูญคงจะส่งคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการมาที่สภาฯ ในเร็ววันนี้ ซึ่งการเปิดสมัยประชุมวิสามัญหรือไม่นั้น คงต้องเป็นเรื่องที่ทางสภาฯ ต้องหารือกับครม. เพราะกฎหมายฉบับนี้ทางครม. ได้เสนอเข้ามา คงต้องรอดูว่าจะมีแนวทางในการขอให้เปิดวิสามัญหรือไม่ ต้องพิจารณากันต่อไป
เมื่อถามว่า ถือว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องพิจารณาก่อนจะกลับมาเปิดสมัยประชุมสภาฯ ในเดือนสิงหาคมหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญระบุเอาไว้ว่าเป็นเรื่องของครม. ถ้าครม.เห็นว่าช้าเกินไปกว่าจะรอให้เปิดสมัยประชุมหน้าก็อาจจะมีการพิจารณาขอให้เปิดวิสามัญในระหว่างที่ปิดสมัยประชุมสภาฯ
ถามย้ำว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะเปิดในสมัยประชุมนี้ นายกรวีร์ กล่าวว่า สมัยนี้น่าจะไม่ทันแล้ว เพราะประธานได้ประสานมาว่าช่วงเย็นจะมีการอ่านพระบรมราชโองการในการปิดสมัยประชุมสภาฯ ช่วงเย็นวันนี้ คงเป็นเรื่องที่ไม่ทันในสมัยประชุมนี้แน่นอน



