กกร.สงขลา โร่แจง หลัง นายกแป้น โวยไม่มีงบป้องกันน้ำท่วม นายกฯ จ่อลงพื้นที่ หาดใหญ่ วันนี้
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม กรณีปัญหาความขัดแย้งจากการยื่นของบประมาณสนับสนุนโครงการป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ซึ่งล่าสุดนั้น กกร.สงขลาได้นำเสนองบประมาณป้องกันน้ำท่วมผ่านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมโดยนายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ออกมาโวยว่างบ 99.5 ล้านบาทนั้นไม่มีโครงการป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่เลยสักบาท ทั้ง ๆ ที่เป็นพื้นที่น้ำท่วมรุนแรงทำให้หลายฝ่ายออกมาชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง
นายทรงพล จังศิริวัฒนธรรมรงค์ ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา ชี้แจงกรณีความขัดแย้งงบประมาณโครงการป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่บน facebook ส่วนตัวระบุว่า ขอชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีโครงการป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ ในนามของประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นคณะกรรมการร่วมของ กกร.สงขลา จากกระแสที่มีข้อสงสัยว่า เหตุใดโครงการของเทศบาลนครหาดใหญ่จึงไม่ได้อยู่ในชุดข้อเสนอเร่งด่วนของ กกร.สงขลา จนทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสังคม ผมขออนุญาตชี้แจงข้อเท็จจริงตามลำดับเหตุการณ์ ดังนี้
ก่อนอื่น ต้องเรียนว่า กกร.สงขลา ไม่มีอำนาจจัดสรรงบประมาณ และไม่มีอำนาจเลือกว่าจะให้หน่วยงานใดได้รับงบประมาณ หน้าที่ของ กกร.สงขลา คือรวบรวมโครงการจากหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ แล้วผลักดันผ่านเวที กรอ.จังหวัด และรัฐบาล เพื่อให้ได้รับการพิจารณาโดยเร็วที่สุด
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ในการแถลงข่าวของ กกร.สงขลา ชุดข้อเสนอเร่งด่วนยังมี โครงการขุดลอกคูและดูดโคลนของเทศบาลนครหาดใหญ่ รวมอยู่ด้วย ต่อมา ก่อนการประชุมกับท่านรองนายกรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 กกร.สงขลา ได้ประสานยืนยันข้อมูลกับทุกหน่วยงานเจ้าของโครงการตามขั้นตอน โดยได้รับแจ้งจากผู้แทนของเทศบาลนครหาดใหญ่ ซึ่งเข้าร่วมประชุมด้านการป้องกันน้ำท่วมกับจังหวัดเป็นประจำว่า เทศบาลจะดำเนินโครงการดังกล่าวด้วยงบประมาณของเทศบาลเอง เป็นงบสะสม เนื่องจากเกรงว่ารองบกลางตรงนี้แล้วจะมาไม่ทัน จึงใช้งบของสะสมเทศบาลแทน จึงไม่จำเป็นต้องเสนอผ่านช่องทางงบประมาณชุดนี้
เมื่อได้รับข้อมูลดังกล่าว กกร.สงขลา จึงปรับชุดข้อเสนอตามข้อมูลที่ได้รับ เพื่อให้วงเงินที่สามารถผลักดันได้ถูกใช้กับโครงการเร่งด่วนลำดับถัดไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ
ต่อมาในวันที่ 7 กรกฎาคม กกร.สงขลา ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้บริหารเทศบาลนครหาดใหญ่ว่า ยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ และยังมีความจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนในส่วนการขุดลอกคูและดูดโคลนในพื้นที่เขตเทศบาล ทันทีที่ได้รับข้อมูลดังกล่าว กกร.สงขลา ได้พยายามเพิ่มข้อเสนอเพิ่มเติมไปเพื่อใช้ในการประชุม แต่ที่ประชุมไม่ได้อนุญาตให้มาเพิ่มประเด็นกระทันหันแบบนี้ จึงใช้วิธีนำประเด็นนี้เสนอเพิ่มเติมต่อที่ประชุมคณะกรรมการภาครัฐและเอกชน (กรอ.) วาระพิเศษ เพื่อให้รัฐบาลรับทราบถึงความจำเป็นของพื้นที่ พร้อมเสนอให้พิจารณาโครงการของเทศบาลนครหาดใหญ่เพิ่มเติม รวมถึงโครงการเตรียมความพร้อมและฟื้นฟูเมือง วงเงิน 447.433 ล้านบาท อาทิ การปรับปรุงแก้มลิงคลองเรียน และการจัดซื้อเครื่องจักรเพื่อการฟื้นฟูเมือง ตามที่เทศบาลนครหาดใหญ่เคยทำแผนเสนอไว้ แต่รอการจัดสรรงบประมาณ
ผลการประชุม นายกรัฐมนตรีได้แสดงความห่วงใย พร้อมเน้นย้ำว่า การลงทุนเพื่อป้องกันก่อนเกิดเหตุ มีความคุ้มค่าและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากกว่าการเยียวยาภายหลัง และได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณาแผนงาน และกรอบงบประมาณให้สอดคล้องกับข้อเสนอของ กรอ.จังหวัดสงขลา เพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
สุดท้ายนี้ ผมขอยืนยันว่า กกร.สงขลา หอการค้าสงขลา และภาคเอกชน ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับงบประมาณของหน่วยงานใด พวกเราทำหน้าที่เพียงเป็นผู้ประสาน รวบรวมข้อเสนอ และผลักดันให้ทุกหน่วยงานที่มีความจำเป็นได้รับการสนับสนุนอย่างรวดเร็วที่สุด
สิ่งที่พวกเราต้องการ ไม่ใช่การหาว่าใครผิดหรือใครถูก แต่คือการทำให้ทุกภาคส่วนร่วมกันเตรียมความพร้อมก่อนฤดูฝน เพื่อไม่ให้พี่น้องชาวหาดใหญ่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์น้ำท่วมซ้ำอีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนั้นยังมีหลายฝ่ายออกมาชี้แจงถึงกรณีที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นนายศาสตรา ศรีปาน อดีต ส.ส.เขต 2 สงขลาพรรคภูมิใจไทย นายไพโรจน์ ชัยจิรธิกุล รองประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ออกมาพูดถึงในประเด็นนี้ โดยยืนยันว่ามีความพยายามที่จะสนับสนุนงบประมาณให้เทศบาลนครหาดใหญ่ แต่เทศบาลนครหาดใหญ่โดยผู้แทนนายกเทศมนตรีบอกว่ามีเงินงบประมาณสะสมอยู่แล้ว
ทั้งนี้ วันนี้ 10 กรกฎาคม เวลา 13.30 น. นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และภริยา ตรวจสภาพคันคลองระบายน้ำ ร.1 (คลอง ร.1) อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา



