หน้าแรก การเมือง นายกฯ หอบรัฐม...

นายกฯ หอบรัฐมนตรีลุยสงขลา บูรณาการรับมือหน้าน้ำ ลั่นปชช.ด่าได้เลย แต่ขอ ส.ส.ยกจังหวัด

10.07.26 | 15:04 น.

นายกฯ หอบรัฐมนตรีพบชาวสงขลา ลั่นรัฐบาลบูรณาการทุกกระทรวง เตรียมพร้อมรับมืออีกไม่กี่เดือนถึงหน้าน้ำ ย้ำถอดบทเรียนน้ำท่วมหาดใหญ่ ไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนอีก บอกด่าได้เลย ยืนยันทำงานถวายหัว แต่ขอส.ส.ยกจังหวัด

เมื่อเวลา 13.35 น. วันที่ 10 กรกฎาคม ที่วัดท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางพบปะประชาชนในพื้นที่ ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ โดยกล่าวว่า วันนี้ได้ใช้โอกาสอย่างเต็มที่ ซึ่งช่วงเช้าอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย ก่อนมาที่พรมแดนสะเดาพบกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เพื่อเปิดด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ และถนนเชื่อมให้การสัญจรข้ามพรมแดนระหว่างประเทศมาเลเซียกับประเทศไทยมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น วันนี้ทุกคนคงกลับบ้านด้วยรอยยิ้ม เพราะนอกจากตนแล้ว ยังมีรัฐมนตรีหลายท่านมาร่วมพบปะกับพี่น้องประชาชนด้วย

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า วันนี้ไม่ใช่แค่มาพบปะทักทายกัน แต่มาพูดถึงการเตรียมความพร้อมในการป้องกันภัยธรรมชาติ ซึ่งอีกไม่กี่เดือนหน้าน้ำจะมาถึง โดยปีที่แล้วเกิดความเสียหายมากในพื้นที่จังหวัดสงขลา รัฐบาลถอดบทเรียนต่างๆ และเตรียมตัวอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้ความเสียหายเกิดซ้ำขึ้นอีก ประชาชนจะได้ไม่ประสบความยากลำบาก วันนี้ทุกคนคงเห็นว่าถ้ารัฐบาลไม่ตั้งใจและอยากให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อนสิ้นปี คงไม่พร้อมหน้าพร้อมตากันมาพบกับทุกคน

แม้ว่าวันนี้เรามาด้วยความกลัวว่าถ้าหากทำไม่ได้จะทำอย่างไร ตนจึงนำจำเลยทั้งหมดมาด้วยกันกับตน ตนเป็นจำเลยที่ 1 แน่นอนอยู่แล้ว แต่วันนี้ต้องมีจำเลยร่วมด้วยกัน ให้ทุกคนมีส่วนร่วมทั้งหมด เช่น กระทรวงคมนาคมดูเรื่องการสัญจร กระทรวงการคลังดูเรื่องงบประมาณต่างๆ กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาดูว่าทำอย่างไรที่จะทำให้นักท่องเที่ยวไม่น้อยลง รวมถึงหาวิถีทางที่ให้คนมาเที่ยวหาดใหญ่ด้วยความปลอดภัย กระทรวงสาธารณสุขที่ปีที่แล้วมีปัญหาเรื่องการรักษาพยาบาล เพราะได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ รัฐบาลจึงมาเตรียมตัวทุกด้านไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น และให้เกิดความพร้อมในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน

นายกฯ

Advertisement

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า รัฐมนตรีทุกคนที่อยู่ตรงนี้ ตอนน้ำท่วมหาดใหญ่ปีที่ผ่านมาทุกคนได้ลงพื้นที่ เห็นสภาพความเสียหายเกิดขึ้นก็กลับไปบอกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้คิดแผนงานการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เกิดขึ้นมาทำร้ายพวกเราอีก เราป้องกันไม่ให้ฝนตกไม่ได้ เรารู้ว่าน้ำหลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศ แต่ไม่ว่าน้ำจะมามากขนาดไหน เราต้องบอกประชาชนได้ว่าเราได้วางแผนการป้องกันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเรื่องระบบให้การช่วยเหลือประขาชนที่จะต้องไม่ขาดเหลือ และต้องไม่ล่าช้าอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม ตนขอความเห็นใจให้คนทำงานในช่วงที่เกิดเหตุ ยืนยันได้ว่าทหารตำรวจข้าราชการทุกกระทรวงทบวงกรมที่อยู่ในพื้นที่ ผู้ว่าราชการจังหวัด ท้องถิ่นทุกคน สุมหัวกันอยู่ที่นี่เพื่อแก้ปัญหา ตนจำได้วันเสาร์ตอนเช้ายังอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น แต่หลังรับประทานอาหารเที่ยงเสร็จลูกน้องมาบอกว่าตอนนี้น้ำท่วมที่สงขลาค่อนข้างรุนแรง ตนรีบบินจากขอนแก่นลงมาถึงที่หาดใหญ่ และได้ลงพื้นที่ทันทีก็ได้เห็นสภาพ สิ่งสำคัญที่ขาดหายไปคืออาหาร พวกเราตกใจมากว่าทำไมอาหารแม้แต่ก๋วยเตี๋ยวสักชามยังไม่มี เพราะทุกคนเร่งตุนไว้ในบ้าน รวมถึงบางส่วนเกิดความเสียหาย ทั้งหมดนี้เราจะจัดลำดับความสำคัญ และเตรียมการไว้แล้วว่าจะช่วยเหลือประชาชนอย่างไร

นายกฯ

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า งานใหญ่หลังน้ำท่วมคือการปัดกวาดทำความสะอาดหลังน้ำลด ซึ่งใช้เวลา 1-2 เดือน หาดใหญ่ก็กลับสู่สภาพปกติ ย้ำว่า ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลไม่เคยทอดทิ้ง และระดมทรัพยากรต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือแก้ไขให้กับประชาชนทุกคน

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการลงพื้นที่ตรวจสอบคลอง ร.1 ว่ายังพบความเสียหายอยู่ แต่ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะกรมชลประทานจะดำเนินการซ่อมแซม รวมถึงกรมทางหลวงจะซ่อมถนน โดยใช้งบกลางที่จะนำมาให้กับพี่น้องชาวสงขลา เพื่อป้องกันปัญหาน้ำที่อาจเกิดขึ้นช่วงสิ้นปีนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างไรก็ตาม ขอให้มีความเชื่อมั่นว่าจังหวัดสงขลาเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญของประเทศ ยิ่งตนได้ไปเยือนประเทศมาเลเซียพบว่าการค้าขายของทั้งสองประเทศ มีมูลค่ากว่า 8 แสนล้านบาท เราตั้งเป้าไว้ว่าภายในปี 2570 จะต้องถึง 1 ล้านล้านบาท ฉะนั้น ถ้าเทียบแล้วสงขลาคือส่วนสำคัญที่ทำให้การค้าขายของประเทศมีความคล่องตัวมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมานักท่องเที่ยวจีนเกิดปัญหาทางเศรษฐกิจ รวมถึงนโยบายต่างๆทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาแถบจังหวัดภาคใต้ รวมถึงจังหวัดสงขลามากที่สุด คือนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซีย ดังนั้น ต้องอำนวยความสะดวกในทุกๆด้านเพื่อที่จะได้มีโอกาสสร้างรายได้ สร้างโอกาสต่างๆ ในการสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ

นอกจากนี้ รัฐบาลเห็นถึงความสำคัญเรื่องการสร้างความสงบสุขในพื้นที่สามจังหวัดชายแดน ซึ่งรัฐบาลนี้โชคดีที่ได้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา มาเป็นประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ซึ่งสามารถใช้ใช้ประสบการณ์ของท่านในการหาทุกวิถีทางให้เกิดสันติสุขให้เร็วที่สุด เรารบกันไปทำลายข้าวของกันก็เดือดร้อนทั้งคู่ ญาติของทั้งสองฝั่งต้องบาดเจ็บ และเสียชีวิตไม่มีใครได้ประโยชน์ เราจึงต้องเร่งสร้างสันติสุขให้ได้เร็วที่สุด ขณะเดียวกันต้องสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนทุกคนด้วย

“ส่วนที่ผมอนุมัติได้ถ้าอยู่ที่โต๊ะผมไม่เกินครึ่งวัน ขออ่านหน่อยรับรองว่าอนุมัติอย่างแน่นอน ส่วนที่ต้องใช้คณะรัฐมนตรีร่วมกันพิจารณาอนุมัติผมก็แนะนำรัฐมนตรีทั้งหลายที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง ให้ลงมาได้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการอนุมัติงบประมาณเพื่อช่วยเหลือพี่น้อฝชาวสงขลา รวมถึงจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทุกจังหวัด” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงโครงการไทยช่วยไทยพลัส โดยถามประชาชนว่า “เดือนนี้ใช้หมดแล้วหรือยัง” ก่อนประชาชนตอบว่าหมดแล้ว นายกฯ จึงกล่าวว่า โอ้โห เศรษฐกิจดีใช้หมดแล้ว และไม่ต้องห่วงยังมีอีก 2 เดือนให้ได้ใช้ โครงการนี้มีระยะเวลา 4 เดือน จะมีเม็ดเงินอัดเข้าไปในระบบ สร้างรายได้ให้กับประชาชนทั่วไปในวงวงกว้าง และรัฐบาลได้ในส่วนที่เป็นภาษีกลับคืนมาเพื่อพัฒนาประเทศต่อไปด้วย ทั้งนี้ ขอความร่วมมือจากประชาชนระบายได้เต็มที่ไม่มีปัญหา ดุด่าว่ากล่าวได้ พวกผมมาตรงนี้ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ตรงไหนที่อยากให้รัฐบาลได้แก้ไขด้วยเหตุด้วยผล เราพร้อมรับฟัง พวกเราช่วยกันทำงานเพื่อพ่อแม่พี่น้องอยู่แล้ว คนสงขลาให้ส.ส.กับตน 4 คนถ้าตนทำไม่ได้แย่เลย ตนต้องทำให้ยกจังหวัดสงขลาให้ได้จะต้องทำงานรับใช้พ่อแม่พี่น้องอย่างถวายหัว เราคงมีโอกาสได้พบกันอีกหลายครั้งในช่วงที่ตนยังเป็นรัฐบาลอยู่ จากนั้นนายกฯ เดินพบปะพี่น้องประชาชน