พลพีร์ นำทีมที่ดิน-ปกครอง ลุยภูเก็ตตรวจสอบบุกรุกที่ดินรัฐ-อุทยานฯ ขีดเส้น 15 วัน รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทันที สั่งที่ดินสอบเพิ่มกว่า 200 แปลง ทลายที่ดินบวม-โฉนดลอย ย้ำหากพบเอกสารสิทธิออกมิชอบเพิกถอนทันที
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจติดตามการแก้ไขปัญหาบุกรุกที่ดินของรัฐในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยมี นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.ต.ต.สุรพล บุญมา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ร้อยตำรวจเอก เขตรัฐ ชาญศิลป์ นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต คณะผู้บริหารกรมที่ดิน หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่หาดกล้วย (รายัน โฮลดิ้ง) และหาดบางเทา ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต
นายพลพีร์ กล่าวว่า วันนี้ได้มีการลงพื้นที่จุดที่มีการติดป้ายประกาศรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินการเพิกถอนโฉนดที่ดินบริเวณดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในวันนี้ทางหน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เข้ามาติดป้ายประกาศรื้อถอน โดยกำหนดกรอบเวลาให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน หากพ้นกำหนดแล้วผู้กระทำผิดยังไม่ดำเนินการ ทางภาครัฐจะส่งเรื่องร้องขอต่อศาลเพื่อเข้าไปรื้อถอนเอง และจะมีการฟ้องร้องเรียกค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนจากผู้กระทำผิดต่อไป ขอให้พี่น้องประชาชนชาวภูเก็ตมั่นใจได้ว่าภาครัฐจะดำเนินการเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด
นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า กระทรวงมหาดไทย โดยกรมที่ดิน และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้นิ่งนอนใจ เราได้พิจารณาสำนวนและข้อมูลที่ได้รับจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ อย่างถี่ถ้วนและรอบคอบ เนื่องจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่มีมูลค่ามหาศาลหลักพันล้านถึงหมื่นล้านบาท การทำงานจึงต้องรัดกุมเพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างเบ็ดเสร็จ และไม่ถูกฟ้องร้องกลับในภายหลัง โดยพยานหลักฐานในการเพิกถอนต้องมีความสมบูรณ์ที่สุด ซึ่งทางผู้บริหารระดับสูงมีความห่วงใยในหลายพื้นที่ ตนจึงได้กำชับไปยังอธิบดีกรมที่ดินให้ตรวจสอบพื้นที่ต้องสงสัยร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ อย่างใกล้ชิด แม้บางพื้นที่อาจต้องใช้เวลาในการตรวจสอบพยานหลักฐานและสภาพแวดล้อม แต่สำหรับพื้นที่ที่ลงมาในวันนี้ เป็นพื้นที่ที่ถูกเพิกถอนสิทธิ 100% แล้ว

นายพลพีร์ กล่าวว่า สำหรับกรอบเวลาการทำงานนั้น บางกรณีอาจต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร เนื่องจากเมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการเพิกถอนและฟ้องร้อง จะต้องผ่านกระบวนการยุติธรรมซึ่งมีระยะเวลาตามขั้นตอนของกฎหมาย อย่างไรก็ตาม สิ่งใดที่สามารถดำเนินการได้และชอบด้วยกฎหมาย เราพร้อมทำทันทีโดยไม่มีการละเว้น ปัจจุบันยังมีที่ดินอีกกว่า 200 แปลงที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งการลงพื้นที่ในครั้งนี้ก็เป็นการตอบรับข้อสั่งการของท่านนายกรัฐมนตรีที่กำชับให้จัดการปัญหาการบุกรุกที่ดินให้สิ้นซาก
นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของรูปแบบการบุกรุกที่พบมีทั้งการนำเอกสารสิทธิที่ถูกต้องไปขยายอาณาเขตโดยมิชอบ หรือที่เรียกกันว่าที่ดินบวม รวมถึงการนำเอกสารสิทธิจากที่อื่นมาสวมสิทธิทับพื้นที่หรือโฉนดลอย เรื่องนี้เราได้สั่งการให้ตรวจสอบทั้งหมด โดยในการประชุมร่วมกับจังหวัดภูเก็ต ได้เน้นย้ำให้เจ้าพนักงานที่ดินตรวจสอบทุกแปลงที่ต้องสงสัยว่าได้เอกสารสิทธิมาอย่างไร เมื่อใด และถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หากพบว่าไม่ถูกต้อง จะต้องดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด อย่างไรก็ตามภาครัฐมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน อาทิ ภาพถ่ายแผนที่ทางอากาศ ซึ่งสามารถนำมาตรวจสอบย้อนหลังได้ แม้ในแต่ละจังหวัดจะมีเอกสารสิทธินับหมื่นฉบับ และอาจไม่ทราบถึงการบุกรุกในตอนแรก แต่เมื่อทราบเรื่องหรือมีการร้องเรียน เราจะขยายผลการตรวจสอบต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่ได้สนใจอดีตว่าเอกสารสิทธิเหล่านั้นจะถูกออกเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว หน้าที่ของพวกเราในวันนี้คือ หากพิสูจน์ได้ว่าการออกเอกสารสิทธินั้นผิดกฎหมาย จะต้องดำเนินการเพิกถอนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
นายพลพีร์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นการติดตามความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมาย การเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ออกโดยมิชอบ และการดำเนินการติดประกาศให้ผู้ครอบครองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ หลังจากกรมที่ดิน ได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2565 ให้เพิกถอนโฉนดที่ดินจำนวน 2 แปลง รวมเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 12 ไร่ เนื่องจากเป็นการออกโฉนดทับซ้อนพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ และทางอุทยานฯ ได้ติดประกาศบังคับคดี สั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและย้ายออกจากพื้นที่ดังกล่าวภายในกำหนดเวลา 15 วันนับจากวันที่ติดประกาศ โดยหากไม่ดำเนินการ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอน โดยขออำนาจศาลเข้ารื้อถอนต่อไป รวมถึงเรียกค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจากผู้กระทำผิด
นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า ในส่วนที่ดินบริเวณหาดบางเทา ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต พบว่า มีที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ เนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ มีการบุกรุกก่อสร้างร้านค้าและสิ่งปลูกสร้างรวม 31 รายการ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ป่าไม้กำลังดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 และเป็นที่ดินมีโฉนดถูกต้องจำนวน 5 แปลง รวมประมาณ 9 ไร่ถือกรรมสิทธิ์โดยบริษัทเอกชน นอกจากนี้ พบว่ามีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลงมาบนชายหาดจำนวน 17 ราย จากแนวเขตที่สาธารณประโยชน์ (ชายหาด) ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้กำชับกรมที่ดินให้เร่งตรวจสอบพื้นที่ต้องสงสัยที่อาจมีการออกเอกสารสิทธิโดยไม่ชอบ รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง หากพบข้อเท็จจริงว่าการออกเอกสารสิทธิไม่ถูกต้อง จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด




