‘พนิดา’ แจงปมตั้ง ‘สมชัย’ นั่งรองประธานอนุฯ ศึกษาเลือกตั้ง-สว. ยันทำตามมติสภา มองเป็นนิติสงคราม หวัง ปิดปากตรวจสอบคดีฮั้ว สว. ลั่น พร้อมเดินหน้าตรวจสอบต่อ
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กหัวข้อ นิติสงคราม ปิดปากส.ส.ห้ามแตะคดีฮั้วสว. ระบุว่า ตนได้รับทราบข่าวว่าเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 มีผู้ไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง โดยกล่าวหาว่าตนใช้อำนาจโดยมิชอบ และฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีแต่งตั้งนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ดำรงตำแหน่งรองประธานคนที่ 3 ในคณะอนุกรรมาธิการศึกษากระบวนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ.2569 และการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2567 ซึ่งมีตนเป็นประธาน
น.ส.พนิดา ระบุอีกว่า โดยผู้ร้องเห็นว่าตนต้องรู้หรือควรจะรู้ว่านายสมชัยเคยถูกสั่งยุติการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง กกต. เมื่อ พ.ศ.2561 จึงได้กล่าวหาว่าเป็นการจงใจใช้อำนาจโดยมิชอบ และฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง เนื่องจากไม่ตรวจสอบประวัติของนายสมชัย ทั้งนี้ สำหรับข้อเท็จจริงเป็นดังต่อไปนี้ 1.ตนได้ตรวจสอบประวัติของนายสมชัยอย่างถี่ถ้วนแล้ว และพบว่าคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 4/2561 ลงวันที่ 20 มีนาคม 2561 ที่ให้นายสมชัยยุติการปฏิบัติหน้าที่กรรมการการเลือกตั้งเป็นการใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 44 ของคสช.สั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ใช่การสั่งให้ออกจากราชการเนื่องจากกระทำการทุจริต
น.ส.พนิดา ระบุอีกว่า นายสมชัยไม่เคยถูกดำเนินคดี ไม่เคยได้รับการแจ้งข้อกล่าวหา และไม่เคยมีคำพิพากษาของศาลใด ที่จะกล่าวได้ว่านายสมชัยได้กระทำความผิด นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. ได้เคยตอบข้อซักถามอย่างเป็นทางการไว้แล้วตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2566 ว่าคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับดังกล่าวไม่เข้าข่ายเป็นลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายเลือกตั้ง เพราะเป็นเพียงคำสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ใช่คำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุทุจริตต่อหน้าที่
น.ส.พนิดา ระบุด้วยว่า นายสมชัยเคยเป็นผู้สมัครส.ส.ในการเลือกตั้ง พ.ศ.2562 และ 2566 และเคยเป็นผู้สมัครส.ว. ในการเลือกสว. พ.ศ.2567 ซึ่งกกต.ให้การรับรองว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามในการเป็นผู้สมัครตลอดมา อีกทั้งยังได้รับแต่งตั้งให้เป็นตำแหน่งต่างๆ ในรัฐสภาหลายบทบาท ทั้งผู้ช่วยประจำตัว ส.ส. และคณะกรรมาธิการอื่นๆ
น.ส.พนิดา ระบุด้วยว่า 2.การแต่งตั้งนายสมชัยเป็นอนุกรรมาธิการเป็นมติของกมธ.กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ทั้งคณะ ส่วนตำแหน่งรองประธานอนุกรรมาธิการก็เป็นมติของคณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ทั้งคณะ โดยผ่านการเสนอชื่อและลงมติตามขั้นตอนปกติ ไม่ใช่การตัดสินใจของใครคนหนึ่งคนใดเพียงคนเดียว
น.ส.พนิดา ระบุอีกว่า 3.การแต่งตั้งกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรดำเนินการโดยอาศัยอำนาจตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งไม่มีบทบัญญัติใดกำหนดคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะมาเป็นกรรมาธิการหรืออนุกรรมาธิการไว้เป็นการเฉพาะ
“ดิฉันยืนยันว่าทุกขั้นตอนของการแต่งตั้งอาจารย์สมชัยเป็นไปตามกระบวนการที่ถูกต้องของสภาผู้แทนราษฎร ผ่านมติของกมธ.และอนุกมธ. เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายทุกประการ อย่างไรก็ตาม ดิฉันยินดีและพร้อมชี้แจงต่อพนักงานสอบสวนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกขั้นตอนตามกระบวนการหลังจากนี้” น.ส.พนิดา ระบุ
น.ส.พนิดา ระบุด้วยว่า จากข้อเท็จจริงที่ได้ชี้แจงไปข้างต้นนี้ ขอตั้งข้อสังเกตว่าการถูกร้องทุกข์กล่าวโทษในครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ตนกำลังทำหน้าที่ตรวจสอบกรณีการฮั้วสว. ซึ่งมีผู้ที่เกี่ยวข้องทั้ง คณะกรรมการกกต. สว. สส. รัฐมนตรี และผู้นำทางจิตวิญญานซึ่งเป็นหัวใจของระบอบสีน้ำเงิน จึงอดตั้งคำถามไม่ได้ว่าจังหวะเวลาของการร้องครั้งนี้เป็นเพียงเรื่องบังเอิญ หรือเป็นความพยายามตั้งใจที่จะใช้นิติสงครามปิดปากกลั่นแกล้งและสร้างแรงกดดันให้เกิดความกลัว เพื่อให้การตรวจสอบสะดุดหรือหยุดลงหรือไม่ แต่ไม่ว่าคำตอบจะเป็นอย่างไร ตนก็ขอยืนยันว่าเรื่องนี้จะไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องการฮั้วสว.อย่างแน่นอน
น.ส.พนิดา ระบุอีกว่า รวมถึงขอใช้โอกาสนี้เชิญชวนประชาชนทุกท่าน มาร่วมงานครบรอบ 2 ปี เลือกสว. คดีถึงไหนแล้ว ในวันที่ 12 กรกฎาคมนี้ เวลา 09.00 – 12.00 น. ที่อาคารรัฐสภา ชั้น B1 ห้อง B1-1 เพื่อมาติดตามความคืบหน้า เจาะลึกหลักฐาน คดีฮั้ว สว. ไปด้วยกัน แล้วมาพบกับที่งานและร่วมกันจับตาคดีฮั้วสว.ไปด้วยกัน



