ปิดหน้าออนไลน์: เปิดไทม์ไลน์ มหากาพย์ทวงคืนผืนป่าภูเก็ต เฮ้ง เอาจริง ลุยรื้อโรงแรมหรู หลังคดีสิ้นสุด
หลังจาก นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ประกาศจะเอาพื้นที่หลวง ที่ถูกนายทุนบุกรุก ทั้งพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และอุทยานแห่งชาติ ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่มีมูลค่าที่ดินสูงลิบ ภายใต้ ภูเก็ต โมเดล กลับคืนมาให้เป็นพื้นที่สาธารณะ เป็นของประชาชนเช่นเดิม
แต่ดูเหมือนไม่มีใครเชื่อว่าจะทำได้ เพราะ โรงแรมดังหลายที่ ที่มีพฤติกรรมบุกรุก ทั้งพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และอุทยานแห่งชาตินั้น ถูกทั้งกรมอุทยานฯ และกรมป่าไม้ ดำเนินคดีมาหลายปีแล้ว แต่ยังมีการเปิดให้บริการตามปกติ และไม่มีทีท่าว่า การถูกดำเนินคดี จะให้ให้โรงแรม รีสอร์ต หรือบ้านพักตากอากาศเหล่านั้นหยุดกิจการได้

กระทั่ง วันที่ 10 กรกฎาคม พล.ต.ต.สุรพล บุญมา เลขานุการ รัฐมนตรี.ทส. พร้อมด้วย พล.ต.ท อิทธิพร โพธิ์ทอง ที่ปรึกษารัฐมนตรี ทส. นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดทส. นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และสำนักงานบังคับคดีจังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่ดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลอย่างเด็ดขาด เข้าปิดประกาศบังคับคดีเพื่อดำเนินการขับไล่และรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างตามขั้นตอนของกฎหมาย
คดีแรกเป็นพื้นที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน ต.สาคู อ.ถลาง จังหวัดภูเก็ต เนื้อที่กว่า 13 ไร่ โดยศาลฎีกามีคำพิพากษายืนให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) พร้อมสั่งขับไล่และรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด หลังตรวจสอบพบมีอาคารโรงแรมและวิลล่าหรูรวม 39 หลัง ปัจจุบันสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต สาขาถลาง ได้ดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิแล้ว และอุทยานแห่งชาติสิรินาถได้เริ่มกระบวนการบังคับคดีเพื่อรื้อถอนตามคำพิพากษา
ส่วนอีกคดีอยู่ในพื้นที่ ต.เชิงทะเล อ.ถลาง เนื้อที่ประมาณ 12 ไร่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขารวก ป่าเขาเมือง และเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ศาลมีคำพิพากษาให้ผู้ครอบครองออกจากพื้นที่ หลังพบการนำเอกสาร ส.ค.1 ปลอมมาใช้ในการออกโฉนด ซึ่งอธิบดีกรมที่ดินได้เพิกถอนโฉนดแล้ว แม้ผู้ครอบครองจะยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง แต่คำพิพากษาคดีขับไล่ยังมีผลบังคับใช้ เจ้าหน้าที่จึงเข้าปิดประกาศแจ้งให้ดำเนินการภายใน 15 วัน หากยังเพิกเฉย จะใช้อำนาจตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 เข้ารื้อถอนและดำเนินการตามกฎหมายทันที

กว่าจะถึงวันนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ ได้เข้าปฏิบัติการตรวจยึด และดำเนินการมานานถึง 14 ปี
ในส่วนของ บริษัท แฟร์ แอนด์เฟิร์ม ที่บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ ได้มีการตรวจยึด ตั้งแต่ปี 2555 ฟ้องศาลชั้นต้น ศาล จ.ภูเก็ต ยกฟ้อง
แต่ต่อมา วันที่ 15 กันยายน 2563 ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาให้เพิกถอนหนังสือการรองรับการทำประโยชน์ หรือ นส.3ก.เนื้อที่ 13-1-76 ไร่ โดยให้จำเลย และบริวารออกจากที่ดินพิพาท ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และขนย้ายทรัพย์สินออกจากพื้นที่ รวมทั้งห้ามจำเลยและบริวารเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับที่ดินพิพาทดังกล่าว
บริษัทได้ยื่นฎีกา แต่ศาลฎีกา มีคำพิพากษาที่ 4038/2567 พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ภาค 8
ต่อมา ศาลภูเก็ต มีหนังสือ ศย308.012/4815ลว. วันที่ 9 มีนาคม 2569 แจ้งว่า ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2568 คดีถึงสิ้นสุด
วันที่ 19 กุมภาพันธ์กรมอุทยานแห่งชาติฯ มีหนังสือ ที่ ทส.0903.4/3997 แจ้งคำพิพากษาศาลฎีกา มีคำพิพากษาที่ 4038/2567 ให้สำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต สาขาถลาง ดำเนินการเพิกถอน น.ส.3ก. เลขที่ 984 ตามคำสั่งศาลฎีกา
วันที่ 21 เมษายน 2569 กรมอุทยานแห่งชาติฯ โดยอุทยานแห่งชาติสิรินาถ และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์(สบอ.)5 ได้ยื่นคำร้องเรื่องบังคับคดี(ขับไล่) ต่อสำนักงานบังคับคดี จ.ภูเก็ต เพื่อขอให้บริษัทแฟร์ แอนด์เฟิร์ม จำกัด ปฏิบัติตามคำพิพากษา ศาลฎีกา
วันที่ 10 มิถุนายน 2569 มีการนัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาท โดยบริษัท ยินยอมรื้อถอน แต่ขอรังวัดแนวเขตให้ชัดเจนก่อน เนื่องจากสิ่งปลูกสร้างปลูกคร่อมที่ดินหลายแห่ง แต่สบอ.5 ไม่รับข้อเสนอ และสั่งการให้อุทยานแห่งชาติสิรินาถดำเนินการบังคับคดีตามกฏหมาย
นำมาสู่การติดประกาศบังคับคดี(ขับไล่) ในวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ให้บริษัทดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินพิพาทให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 10 สิงหาคม 2569
อีกแห่ง คือ บริษัทรายัน โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งตรวจยึดมาตั้งแต่ปี 2541 มหากาพย์ ดังกล่าว มีต่อไปนี้

อรรถพล เจริญชันษา
ปี 2541 กรมอุทยานแห่งชาติ และกรมป่าไม้ เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ บริษัทรายัน โฮลดิ้ง จำกัด และนางสวรรยา ศิริพงศ์ ฐาน ร่วมกันบุกรุกเข้าไปยึดครองที่ดิน และก่อสร้างบ้านพัก 8 หลัง เนื้อที่ประมาณ 9 ไร่ ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และอุทยานแห่งชาติสิรินาถ
ศาลชั้นต้น จ.ภูเก็ต พิพากษา สรุปว่า มีการแก้ไข สค.1เลขที่ 423 และที่พิพาท ไม่ตรงตามตำแหน่ง สค.1เลขที่ 423 และพื้นที่พิพาท เป็นป่าสมบูรณ์ พิพากษาจำคุก จำเลย โดยให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ให้จำเลยทั้ง2 คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทน และบริวารของจำเลยทั้งสอง ออกจากพื้นที่
วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2555 ศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำสั่งพิพากษาหมายเลขดำที่ สอว.103/2551 คดีหมายเลขแดงที่ 274/2555 พิพากษา ยืนตามศาลชั้นต้น และคดีถึงที่สุดแล้ว
วันที่ 27 มิถุนายน 2565 กรมที่ดินมีคำสั่งที่ 1522/2565 ให้เพิกถอนโฉนดเลขที่ 3574 เนื้อที่ประมาณ 3 งาน 44.9 ตารางวา ซึ่ง นางสวรรยา ศิริพงศ์ อ้างว่า มีพื้นที่พิพาทที่ก่อสร้างบ้านพัก 4 หลัง เนื้อที่ประมาณ 9 ไร่ เป็นส่วนหนึ่งของโฉนดทั้ง 2 ฉบับ
แต่ศาลจ.ภูเก็ต มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการบังคับคดี สบอ.5 จึงดำเนินการดังนี้
สำหรับพื้นที่พิพาท 9 ไร่ คดีถึงที่สุดแล้วตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วนั้น จะดำเนินการขับไล่จำเลย และบริวารออกจากพื้นที่พิพาท ส่วนพื้นที่พิพาทที่กรมที่ดินมีคำสั่งเพิกถอนแล้วแล้ว ตามโฉนด 35753 และ 35754 จะดำเนินการตรวจสอบกับสำนักงานที่ดินในเขตพื้นที่รับผิดชอบว่า มีการอุทธรณ์คำเพิกถอนหรือไม่อย่างไร และมีการฟ้องคดี ต่อศาลปกครองหรือไม่อย่างไร
โดยในวันที่ 10 กรกฎาคม กรมอุทยานแห่งชาติ ได้ปิดป้ายเพื่อให้บริษัททำการรื้อถอนแล้ว
สิ้นสุดมหากาพย์ โรงแรมดังภูเก็ต รุกป่า อุทยานสิรินาถ..

