หน้าแรก การเมือง เท้ง-ศิริกัญญ...

เท้ง-ศิริกัญญา ชี้มท.สั่งเบรก ใช้เงิน 2 กู้แสนล้าน ส่อแววชัด มียัดไส้จริง ล็อกสเปก-เอื้อเอกชนรับงาน

11.07.26 | 15:18 น.

‘ปชน.’ จัดกิจกรรม Hack งบ 70 ชวนประชาชนจับตาเงินนอกงบประมาณรวมกว่า 10 ล้านล้านบาท ด้าน ‘ณัฐพงษ์-ศิริกัญญา’ ตั้งข้อสังเกตเงินกู้ 2 แสนล้านเปลี่ยนผ่านพลังงาน ส่อแววยัดไส้ล็อกสเปก-เอื้อประโยชน์เอกชนแต่งตัวมารับงานใหญ่ จับพิรุธใบสั่งยกเลิกงบท้องถิ่นหลังถูกแฉ

เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการจัดกิจกรรม “Hack งบ 70” ว่า เราได้มีการจัดกิจกรรมแฮกงบประมาณมาหลายครั้งแล้ว ทั้งงบประมาณแผ่นดิน งบประมาณกรุงเทพฯ รวมถึงงบประมาณในจังหวัดอื่นๆ เพราะเราต้องการให้เกิดความต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถดูได้ว่างบประมาณต่างๆ เอาไปทำอะไรได้บ้าง ตลอดจนสามารถดูงบประมาณเบื้องต้นด้วยตัวเองเป็น และตระหนักได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับงบประมาณ รวมถึงช่วยกันออกมาวิพากษ์วิจารณ์ให้งบประมาณดีขึ้นในปีต่อๆไป ซึ่งตนไม่ได้คาดหวังให้ประชาชนสามารถดูงบเป็นได้ภายในวันเดียว แต่อยากให้ประชาชนเข้ามาช่วยดูโดยเฉพาะงบประมาณผูกพันและเงินนอกงบประมาณ เพื่อให้ประชาชนเห็นภาพรวมว่างบประมาณไม่ได้มีแค่ 4 ล้านล้านบาท แต่มีรวมกันเกือบ 10 ล้านล้านบาท

น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน จะมีการจับตาดูงบประมาณ 7 แสนล้านบาทด้วยว่าจะมีโครงการแปลกๆ หรือมีข้อสังเกตว่าอะไรควรนำไปตัดบ้าง โดยเฉพาะเงินนอกงบประมาณจากกองทุนต่างๆ เช่น โครงการ TH-AI Passport ที่ใช้จากกองทุนของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งในอนาคตจะมีเงินจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานที่รัฐบาลอ้างการเปลี่ยนผ่านพลังงานต่างๆ เพื่อนำงบประมาณส่วนนี้มาใช้ในรูปแบบเดิมๆ ส่วนที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือเงินกู้ 2 แสนล้านบาทในส่วนของการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ตั้งข้อสังเกต

ด้าน น.ส.ศิริกัญญา กล่าวเสริมว่า ก่อนหน้านี้มีกระแสของรายจ่ายประจำในงบประมาณปี 70 ที่พุ่งสูง ซึ่งวันนี้มีประชาชนส่วนมากให้ความสนใจว่าจะทำอย่างไรให้งบประมาณส่วนนี้ลดลงทั้งเงินเดือนบุคลากรและสวัสดิการต่างๆ จึงคาดหวังว่า วันนี้จะได้รับความเห็นดีๆ เพื่อนำไปเสนอรัฐบาล เพราะมีอดีตข้าราชการและรัฐวิสาหกิจเข้าร่วมด้วยเป็นจำนวนมาก พร้อมย้ำว่า ถ้าไม่ได้ออกมาพูด หรือออกมาตั้งข้อสังเกตการใช้งบประมาณดังกล่าวก็จะผ่านและเข้าสู่กระบวนการกลั่นกรอง และกู้มาใช้ในส่วนนี้ การชิงด่วนยกเลิกโดยที่ไม่มีคำอธิบายใดๆ ทำให้ข้อสันนิษฐานส่วนตัวที่ว่ามีการยัดไส้ล็อกสเปกก็น่าจะมีความเป็นจริง

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ยังมีความกังวลว่าอาจมีเอกชนที่แต่งตัวมาเพื่อรับงานเหล่านี้หวังในส่วนแบ่งเงินกู้ 2 แสนล้านบาท ซึ่งไม่มีการการันตีว่าภายใน 1 ปี เราจะเปลี่ยนผ่านไปเป็นประเทศที่ใช้พลังงานสะอาดในสัดส่วนที่สูงขึ้น เพราะไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้วตั้งแต่ต้น และตอนนี้กลายเป็นโครงการเบี้ยหัวแตกที่ขึ้นชื่อว่าประหยัดพลังงานไฟฟ้าตามปกติ ก็ถือว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

“เราผิดพลาดไปแล้ว ในการที่กู้ 2 แสนล้านบาทนี้มาโดยที่ไม่มีเป้าหมายว่าจะเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างไร อย่าให้มันต้องหมดเปลืองไปกับการทุจริตคอร์รัปชันอีกเลย ยังมีโครงการโซลาร์รูฟท็อปกับหน่วยราชการทั่วประเทศ ถ้ามีบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่งตัวมารับงานนี้โดยเฉพาะ ก็น่าจะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้เต็มๆ หลายหมื่นล้าน ยังไม่ต้องพูดถึงโครงการอื่นๆอีกที่มีช่องทางทำกิน เพราะโครงการส่วนใหญ่เป็นโครงการซื้อของ ไม่ได้เป็นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่“ น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

Advertisement

ขณะที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ส่วนราชการและเอกชนเห็นตรงกันว่าในวันนี้เราต้องมีการปฏิรูประบบงบประมาณและระบบราชการ ซึ่งนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาบอกว่าปีนี้รัฐบาลมีความตั้งใจในการลงมือ ผ่าตัดงบประมาณในปีนี้เป็นปีแรก

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ฉะนั้น เราจะต้องทำหน้าที่ตรวจสอบว่าเขามีความตั้งใจจริงให้เป็นผลสำเร็จ ไม่ใช่แค่การพูด เช่น กรณีที่ น.ส.ศิริกัญญา โพสต์ไปเมื่อวานนี้เกี่ยวกับแผนงานการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ใช้งบประมาณจากการกู้เงิน 4 แสนล้านบาท และในวันต่อมามีการประกาศยกเลิก ซึ่งในเนื้อหาเป็นการของบเพื่อใช้ในการทำสนามกีฬาโซลาร์เซลล์ รถเก็บขยะอีวี หาก น.ส.ศิริกัญญา ไม่ได้โพสต์ออกมาจะมีการทำหนังสือเวียนให้ยกเลิกหรือไม่

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า วันนี้จึงอยากให้ทุกคนช่วยกันจับตาดูข้อพิรุธเหตุผิดปกติในงบรายจ่ายประจำปีแล้วส่งเสียงสะท้อนออกไป เพื่อเป็นหนึ่งในกระบวนการให้รัฐบาลแสดงความจริงใจผ่านร่างพ.ร.บ.วิธีการงบประมาณที่พรรคประชาชนเป็นผู้เสนอ ซึ่งจะเข้าที่ประชุมสภาในสมัยหน้า ส่วนรายละเอียดค่อยไปว่ากันในชั้นกรรมาธิการก็ได้ ขณะเดียวกันเราก็พยายามร่างพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างออกมาใหม่ด้วย เพื่อให้ครอบคลุมรายจ่ายของหน่วยงานรัฐทั้งหมด ตลอดจนการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปอย่างมียุทธศาสตร์ และสามารถป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันได้