“อภิสิทธิ์”เร่งรบ.ตรวจสอบ ปชช.อุทธรณ์เยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่ ผ่อนปรนสินเชื่อธุรกิจ แนะมอบหมาย ผวจ.เป็นเจ้าภาพแผนเผชิญเหตุ ย้ำทำเรื่องนี้ไม่มีการเมือง เผยภาคประชาชน เสนอพัฒนาตัวเมืองที่มีศักยภาพใหม่ๆ โดยเฉพาะพื้นที่สูง เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ
เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ที่โรงแรมบุรีศรีภู หาดใหญ่ จ.สงขลา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังการสัมมนาพรรคประชาธิปัตย์ ถึงการเปิดรับฟังข้อเสนอจากภาคส่วนต่างๆ ในจังหวัด เพื่อรับมือ และแก้ปัญหาอุทกภัยที่ผ่านมาว่า ปัญหาหาดใหญ่กลายเป็นการถูกวาดภาพ เป็นความขัดแย้งทางการเมือง ทั้งที่ไม่ควรเป็นความขัดแย้ง แต่เมื่อนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่และอนุมัติงบกลาง 99.5 ล้านบาท และเสนอการแก้ไขปัญหาคลอง ร.1 เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว ตนไม่อยากให้รัฐบาลหยุดเพียงเท่านี้ เพราะยังมีปัญหามากกว่านั้น ซึ่งจากการสัมมนาพรรคได้มีข้อเสนอให้รัฐบาลดำเนินการฟื้นฟูความเสียหายที่ผ่านมา ที่ขณะนี้ยังมีประชาชนอุทธรณ์คำร้องการเยียวยา จึงอยากให้รัฐบาลเร่งรัด และให้การช่วยเหลือภาคธุรกิจโดยเฉพาะสินเชื่อ ก็อยากให้รัฐบาลไปพิจารณาผ่อนปรนการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน และนโยบายงดการจ่ายดอกเบี้ย และการพักเงินต้นที่จะหยุดอายุ จึงอยากให้รัฐบาลนำข้อมูลธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไปติดตามการช่วยเหลือ
นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงข้อเสนอในวงสัมมนาฯ ว่า ในการเตรียมการป้องกันน้ำท่วม ที่ในพื้นที่ยังต้องการงบประมาณในการขุดลอกคูคลอง รวมถึงการจัดหาอุปกรณ์ทดแทนที่เสียหายราว 200-300 ล้านบาท ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องอนุมัตินอกเหนือจาก 99.5 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลควรเตรียมความพร้อม และประชาสัมพันธ์ถึงแผนการอพยพ สถานที่พักพิงต่างๆ ซึ่งท้องถิ่นและภาคเอกชนมีความพยายามดำเนินการแล้ว แต่ยังขาดเจ้าภาพดำเนินการ ดังนั้นรัฐบาลควรให้จังหวัดเป็นเจ้าภาพ และสร้างความมั่นใจ สร้างความเข้าใจให้ประชาชนในพื้นที่
ส่วนข้อเสนอในการสัมมนาถึงการเตรียมโครงการป้องกันน้ำท่วมในอนาคตนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ภาคส่วนในสงขลาและหาดใหญ่ได้เสนอทั้งการยกระดับถนน ทางรถไฟ การซ่อมแซมและเสริมแก้มลิง รวมถึงการพัฒนาทะเลสาบสงขลา ที่รอแผนที่ชัดเจนจากรัฐบาล นอกจากนั้นยังมีข้อเสนอการพัฒนาตัวเมืองที่มีศักยภาพใหม่ๆ โดยเฉพาะพื้นที่สูง ที่จะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่สำหรับธุรกิจ Wellness, อาหาร หรืออุตสาหกรรมเทคโนโลยี รวมถึงการบังคับใช้ผังน้ำ และผังเมืองที่ทุกฝ่ายจะต้องปฏิบัติตามอย่างแท้จริง ซึ่งพรรคจะนำเสนอและติดตามเพื่อแก้ปัญหาต่อไป ขอย้ำว่า ไม่มีเรื่องการเมือง แต่จะต้องทำให้ประชาชนมีความสบายใจว่า สิ่งที่ประชาชนเผชิญจะไม่ซ้ำรอย
ส่วนการสัมมนาที่พรรคใช้สโลแกน “ฟ้าใต้ ฟ้าใส ไปด้วยกัน” มีนัยใดหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่า เป็นที่พึ่ง และเป็นความหวัง สามารถสร้างอนาคตให้ภาคใต้ได้ แต่ทั้งหมดจะต้องเป็นหนึ่งเดียว และขับเคลื่อนไปด้วยกัน และหลังจากนี้พรรคยังจะไปจัดการสัมมนาในพื้นที่อื่นๆ อีก


