หน้าแรก การเมือง รุทธพล สั่ง A...

รุทธพล สั่ง AOT คุมเข้มลูกเรือ ห้ามรับหิ้วของ-สุ่มตรวจกระเป๋า ลั่นรู้ตัวการใหญ่คดี ‘แอร์มีนา’ แล้ว

13.07.26 | 11:04 น.
รุทธพล

รุทธพล สั่งการท่าอากาศยาน ล้อมคอก ห้ามลูกเรือหิ้วสินค้า งัดมาตรการเข้ม สุ่มตรวจกระเป๋า-ใช้ K-9 ดมกลิ่น ด้าน เลขาฯ ป.ป.ส. ลั่น ลากตัวการใหญ่คดีขนยา แม้หลบหนีตปท.เผย เครือข่ายยังอยู่ในไทย เตือนสายหิ้ว โทษหนัก ผิดกม.ศุลกากร

เมื่อเวลา 09.15น. วันที่ 13 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์กล่าวว่า ทาง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)และกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินการและติดตามทุกคดีที่เกิดขึ้น ซึ่งบช.ปส.ได้เร่งรัดคดีแอร์มีนา ตรงนี้เท่าที่ทราบได้ดำเนินการ และรู้ตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมค่อนข้างที่จะชัดเจนแล้ว ส่วนมาตรการของบริษัท ท่าอากาศยานไทยจำกัด (มหาชน) หรือ เอโอที ได้มีการแก้ไขในเรื่องของเครื่องมือ เพิ่มเครื่องมือการตรวจสอบ กรณีที่นักบินและลูกเรือจะเดินทางไปต่างประเทศ ในส่วนนี้มีสุนัข K9 เพิ่มด้วย และมีระเบียบว่าห้ามลูกเรือมีอาชีพเสริมในการหิ้วของไปต่างประเทศ และจะมีการสุ่มตรวจกระเป๋าเป็นระยะ รวมถึงติดตามเพจต่างๆ ที่รับจ้างหิ้วของ ว่ามีลูกเรือของบริษัทการบินใดบ้าง ตรงนี้จะเป็นมาตรการควบคู่กันไป

เมื่อถามย้ำว่า ภายในสนามบินจะมีการตรวจเข้มขึ้นไม่ว่า จะเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือลูกเรือใช่หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ต้องมีมาตรการและมีสุนัข K9 เพิ่มเติมขึ้นมาด้วย ซึ่งต้องมีการกำชับให้เข้มงวดขึ้น ตนดูแล้วว่าเรื่องนักท่องเที่ยวไม่ได้รับผลกระทบมากเท่าไหร่ เพราะเขามีมาตรการอยู่แล้วแต่อาจจะมีในส่วนของลูกเรือ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการอะลุ่มอล่วย เพราะต้องไปเซ็ตระบบเรื่องของการบิน จึงอาจมีผลกระทบของลูกเรือมากกว่า

ด้าน พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดีลักลอบขนเฮโรอีนไปออสเตรเลีย หรือ คดีแอร์มีนา และคดีขนกัญชาออกนอกประเทศไปออสเตรเลียและไต้หวันว่า ภาพรวมของทั้งสองคดีได้มีการจับกุมผู้ที่นำผ่าน ทั้งผู้ที่เป็นคน สปป.ลาว คนไทย และกลางทางคือผู้หิ้ว ส่วนปลายทางที่รอรับอยู่คือ ที่ออสเตรเลียและไต้หวัน ส่วนคดีแอร์มีนา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจออสเตรเลียมีการดำเนินการอย่างเข้มข้น มีการไล่ไปถึงตัวต้นตอที่เราคิดว่า เป็นเจ้าของและขณะนี้ได้หลบหนีไปต่างประเทศ ถือเป็นขบวนการเครือข่ายยาเสพติด

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ไล่ครบทั้งขบวนการแล้วหรือยัง พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า ยังไม่ครบ ยังขาดผู้บงการที่อยู่ข้างบน ซึ่งเรายังไม่ละความพยายาม ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ป.ป.ส. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยังคงทำงานร่วมกันเพื่อเก็บข้อมูล ซึ่งปรากฏการณ์ของแอร์มีนาแค่เป็นตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ที่ผ่านมามีการดำเนินการจับกุมมาอย่างต่อเนื่อง แต่ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีที่สื่อให้ความสำคัญ สังคมจะได้ตระหนักให้ทราบว่า กลางทางหรือผู้หิ้ว เป็นทั้งแอร์โอสเตส และบุคคลทั่วไป รวมถึงนักศึกษายังหลงผิดเข้าไปอยู่ขบวนการรับหิ้วสินค้าไปต่างประเทศจำนวนมาก มีทั้งรู้และไม่รู้ว่ามีการซุกซ่อนยาเสพติด แต่นั่นหมายความว่าท่านกำลังทำผิดกฎหมายอยู่ แม้ว่าจะไม่รู้ว่าเป็นยาเสพติด แต่การหิ้วสินค้าไปต่างประเทศมันผิดพระราชบัญญัติศุลกากรอย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน ที่ผ่านมาเราก็ละเลย ไม่มีการดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง จึงเป็นที่มาและช่องทางให้ขบวนการนำส่งยาเสพติดไปต่างประเทศใช้โอกาสนี้ในการจ้างคนเหล่านี้มาทำงาน เพราะฉะนั้น ปรากฏการณ์โดยภาพรวมเรื่องนี้ต้องขอบคุณสื่อมวลชนที่ให้ความสำคัญ จึงอยากจะฝากเตือนผู้ที่ยังรับหิ้ว แม้ไม่ใช่ยาเสพติดแต่มีฐานความผิดเรื่องหลบเลี่ยงศุลกากร ซึ่งมีโทษสูง จำคุกไม่เกิน 10 ปี มีการเปรียบเทียบปรับตามมูลค่าของสินค้าด้วย

Advertisement

เมื่อถามว่า ตัวการใหญ่ที่ระบุ หนีไปต่างประเทศแล้วหรือยัง พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า ขณะนี้หนีไปต่างประเทศแล้วแต่ขบวนการเครือข่ายเขาบางส่วนยังอยู่ในประเทศไทย เป็นในลักษณะองค์กรอาชญากรรมที่เป็นองค์กรใหญ่

เมื่อถามอีกว่า ตัวการใหญ่ที่ว่านี้พอจะแย้มได้หรือไม่ว่าเป็นใครหรือมีตำแหน่งอะไร พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า เรื่องนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แถลงข่าวไปแล้ว ที่จริงเราทราบมานานแล้ว แต่เราไม่ได้ให้ข่าวเพราะกลัวเขาจะหลบหนี แต่วันนี้ทุกคนทราบหมดแล้ว ถือเป็นเบี้ยตัวหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า การจับกุมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะมีผลทำให้แอร์มีนาได้รับผลประโยชน์ในทางคดีที่ออสเตรเลียหรือไม่ อย่างเช่น โทษน้อยลง พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า การดำเนินการเรื่องนี้แยกคนละส่วนกันระหว่างไทยกับออสเตรเลีย ซึ่งทางออสเตรเลียมีมาตรฐานในการดำเนินคดีของเขา เขาฟังพยานหลักฐานทั้งหมด แต่อย่างไรก็ดี เมื่อเราได้ข้อมูล จับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติม ได้คนนำส่ง จะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันกับทางออสเตรเลียเพื่อให้พิจารณาเพิ่มเติม