‘มาดามเดียร์’ จี้ตัดงบกลาง หลังพบวัตถุประสงค์ซ้ำซ้อน พ.ร.ก.กู้เงิน 2 แสนล้าน มองหากไม่ตัด ถือเป็นการตีเช็คเปล่า 1.2 หมื่นล้านให้ฝ่ายบริหาร-ขาดการตรวจสอบจากสภา แนะให้รายงานต่อสภาเป็นระยะ
เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 13 กรกฎาคม ที่รัฐสภา น.ส.วทันยา บุนนาค คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้งบกลาง ที่มีวัตถุประสงค์ซ้ำซ้อนกับพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 2 แสนล้านบาทหลัง ที่รัฐบาลให้เหตุผลเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างทางพลังงาน เพื่อแก้ปัญหาฟื้นฟูวิกฤตเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องราคาพลังงาน
น.ส.วทันยากล่าวต่อว่า สิ่งที่ได้ตรวจสอบในชั้น กมธ.ปรากฏว่ามีงบกลาง ซึ่งอยู่ในหัวข้อเดียวกันคือเพื่อแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูเศรษฐกิจที่มาจากผลกระทบเรื่องราคาพลังงาน และในวัตถุประสงค์ที่มีความซ้ำซ้อนกันโดยตรงอย่างชัดเจนที่เป็นการยกเลิกพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานสีเขียว หลังจากวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.กู้เงินนี้สามารถทำได้ จึงเห็นว่างบประมาณดังกล่าว 1.2 หมื่นล้านบาท มีวัตถุประสงค์ที่ซ้ำกับ พ.ร.ก.กู้เงิน
เมื่อถามว่าในชั้นอนุ กมธ.มองว่าต้องตัดงบในส่วนนี้หรือไม่ น.ส.วทันยากล่าวว่า ในฐานะ กมธ.ยืนยันในการขอตัด หรือลดค่าใช้จ่ายในส่วนของงบประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากเห็นได้ชัดว่างบดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ที่ซ้ำกันทุกตัวบนอักษร และสิ่งที่เป็นกังวลต่อไปคือหากเราปล่อยให้งบประมาณที่มีวัตถุประสงค์ซ้ำกันเช่นนี้ผ่านกลไกของรัฐสภาออกไป ซึ่งในอนาคตแม้สำนักงบประมาณจะเป็นผู้ที่มีอำนาจในการปรับเปลี่ยนงบประมาณดังกล่าว แต่จะเห็นได้ว่าสำนักงบประมาณเป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี
น.ส.วทันยากล่าวต่อว่า จึงมีความกังวลว่าในอนาคตอาจมีการเปลี่ยนแปลงงบประมาณก้อนนี้ไปใช้ในกิจการอื่น ซึ่งถือว่าเป็นการปล่อยงบประมาณดังกล่าวให้กับทางฝ่ายบริหารไปโดยตรง ซึ่งไม่ต่างกับการตีเช็คเปล่า 1.2 หมื่นล้านบาท จึงมีความกังวลและอยากให้มีการปรับเปลี่ยนงบประมาณดังกล่าวไปใช้ในภารกิจอื่น ที่มีความจำเป็นและเร่งด่วนมากกว่า
น.ส.วทันยากล่าวอีกว่า อยากให้มีการปรับลดงบประมาณ นอกจากการมีวัตถุประสงค์ซ้ำซ้อนแล้ว ในส่วนพ.ร.ก.กู้เงิน 2 แสนล้านบาทหลัง จะเห็นได้ว่าในการทำงานจะมีคณะกรรมการ ซึ่งมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน ในการกลั่นกรองข้อมูลโครงการต่างๆ ที่จะขอใช้ พ.ร.ก.กู้เงิน นอกจากนี้ระหว่างการใช้ อยากให้มีการรายงานต่อรัฐสภาเป็นระยะ ในขณะที่งบกลาง หากผ่านกลไกรัฐสภาไปแล้ว จะสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามดุลพินิจของฝ่ายบริหาร โดยที่ไม่ผ่านกระบวนการตรวจสอบอันเข้มข้นของรัฐสภา
น.ส.วทันยากล่าวว่า เนื่องจากเป็นงบกลางที่ตั้งแบบรวมๆ ยังไม่มีการระบุในรายละเอียดว่าโครงการดังกล่าวจะเอาไปใช้กับโครงการอะไรบ้าง แต่จากการตั้งข้อสังเกตและการสอบถามทางสำนักงบประมาณ สำนักงบประมาณได้ให้คำตอบว่างบประมาณดังกล่าวจะแตกต่างกันในวิธีการใช้งบประมาณมากกว่า และจะให้กับหน่วยงบประมาณที่มีเงินนอกงบประมาณเป็นของตัวเอง ซึ่งจะต้องนำเงินนอกงบประมาณของตนมาสมทบ ซึ่งเห็นได้ว่าจากคำอธิบายของสำนักงบฯแปลว่าวัตถุประสงค์หรือโครงการที่จะนำไปใช้จริง จริงๆ แล้วไม่ต่างจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 2 แสนล้านบาทเลย หากเป็นเช่นนี้ควรนำงบตรงนี้ไปใช้ใน พ.ร.ก.กู้เงิน 2 แสนล้านบาทดีกว่า
เมื่อถามว่า ยังมีงบส่วนอื่นหรือไม่ ที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติ น.ส.วทันยากล่าวว่า หลายหน่วยงานมีความทับซ้อนกันในเรื่องภารกิจงาน หลายครั้งมีการตั้งข้อสังเกตในการควบรวมหน่วยงานหรือภารกิจบางอย่าง ที่มีความคล้ายคลึงกัน เช่น การรวมอาคารสำนักงาน เพื่อลดงบประมาณ ปัญหางบประมาณของไทยในปัจจุบันคือการมีทรัพยากรจำกัด งบประมาณเกือบ 70% ถูกใช้ไปกับทรัพยากรบุคคลและงบรายจ่ายประจำ ซึ่งทำให้งบประมาณในปีนี้ที่จะนำไปลงทุนเหลือน้อยลงมาก หลายหน่วยงานที่ตนเห็น แม้จะถูกตัดลดงบประมาณไป แต่งบบุคลากรกลับเพิ่มขึ้น ส่วนงบที่ถูกตัดลดคืองบที่ต้องนำไปดำเนินงาน ซึ่งไม่สอดคล้องกันระหว่างอัตรากำลังและภารกิจที่จะต้องทำ

