หน้าแรก การเมือง มท.3 สั่ง ผู้...

มท.3 สั่ง ผู้ว่าฯ-อปท. ทั่วปท. ตรวจสอบ ‘สถานบริการ-อาคารสาธารณะ’ ใช้อาคารให้ตรงประเภท สกัดซ้ำรอยเหตุสลด

13.07.26 | 17:59 น.

“เจเศรษฐ์” สั่งการกรมโยธาฯ กำชับผู้ว่าฯ – อปท. เข้มงวดมาตรการความปลอดภัย “สถานบริการ – อาคารสาธารณะ” ทั่วประเทศ เพื่อป้องกันอุบัติภัยและอัคคีภัย

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ได้สั่งการไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง ให้ดำเนินการออกหนังสือแจ้งเวียนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อกำชับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศ ยกระดับมาตรการเชิงรุกในการตรวจสอบความปลอดภัยของอาคาร โดยมุ่งเน้นกลุ่ม “สถานบริการและอาคารสาธารณะ” ทั้งนี้ เพื่อป้องกันอุบัติภัยและอัคคีภัย ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว

ในการนี้ได้เน้นย้ำให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร การตรวจสอบการใช้อาคารให้ตรงตามประเภทที่ได้รับอนุญาต ตลอดจนระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ระบบไฟฟ้าภายในอาคาร ทางหนีไฟ ประตูทางออกฉุกเฉิน และอุปกรณ์นิรภัยอื่น ๆ ให้มีสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ รวมทั้งให้เฝ้าระวังและตรวจสอบการดัดแปลงหรือต่อเติมอาคารโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ

หากตรวจพบการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมาย หรือพบสภาพอาคารที่อาจก่อให้เกิดภยันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งเร่งรัดให้ผู้ประกอบการดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของสถานบริการและอาคารสาธารณะทั่วประเทศ

นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสัมฤทธิ์ผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) ได้เน้นย้ำให้บูรณาการความร่วมมือในการตรวจสอบและออกใบอนุญาตตามเขตพื้นที่รับผิดชอบ ดังนี้ พื้นที่กรุงเทพมหานคร ให้ประสานความร่วมมือระหว่างกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และกรุงเทพมหานคร ในการกวดขันการออกใบอนุญาตและการเปิดให้บริการของสถานบริการพื้นที่ภูมิภาค (ต่างจังหวัด) ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการและกำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่น จัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจตราอย่างเข้มงวด

ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งเวียนให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นควบคุมดูแลอาคารให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2543 มาตรา 32 ทวิ ประกอบกับกฎกระทรวงกำหนดประเภทอาคารที่ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบ พ.ศ. 2548 ซึ่งกำหนดให้เจ้าของอาคารเอกชน 9 ประเภท ต้องจัดให้มีการตรวจสอบสภาพอาคาร (โดยเป็นการตรวจสอบใหญ่ทุก 5 ปี และตรวจสอบประจำปี เป็นประจำทุกปี เว้นแต่อาคารประเภทป้ายให้ดำเนินการตรวจสอบทุก 3 ปี) ดังต่อไปนี้
1. อาคารสูง
2. อาคารขนาดใหญ่พิเศษ
3. อาคารชุมนุมคน
4. โรงมหรสพ
5. โรงแรมที่มีจำนวนห้องพักตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป
6. อาคารชุดหรืออาคารอยู่อาศัยรวม ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป
7. โรงงานที่มีความสูงเกิน 1 ชั้น และมีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 5,000 ตารางเมตรขึ้นไป
8. สถานบริการที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 200 ตารางเมตรขึ้นไป
9. ป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้าย ที่มีความสูงตั้งแต่ 15 เมตรขึ้นไป หรือมีพื้นที่ของป้ายตั้งแต่ 50 ตารางเมตรขึ้นไป หรือป้ายที่ติดตั้งบนส่วนใดส่วนหนึ่งของอาคารที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 25 ตารางเมตรขึ้นไป

Advertisement

เจ้าของอาคารต้องจัดให้มีการตรวจสอบสภาพอาคารด้านความมั่นคงแข็งแรง และตรวจสอบระบบอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ ของอาคาร อาทิ ระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย (ถังดับเพลิง ระบบไฟฟ้าสำรองฉุกเฉิน ป้ายบอกทางหนีไฟ อุปกรณ์ตรวจจับควันหรือความร้อน และระบบดับเพลิงอัตโนมัติ) เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยตลอดเวลา

กรณีที่เจ้าของอาคารฝ่าฝืนไม่จัดให้มีการตรวจสอบอาคารตามที่กฎหมายกำหนด จะต้องระวางโทษทางอาญาตามมาตรา 65 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และต้องระวางโทษปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท จนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย