หน้าแรก การเมือง ศาลยกคำร้อง 2...

ศาลยกคำร้อง 22 ราย คดีฟอเร็กซ์ ‘ภาวุธ’ รอด ยันขอให้มั่นใจ 100% ถูกกม.

14.07.26 | 06:25 น.

ดีเอสไอยื่นขอหมายจับ 24 หมาย ศาลอนุมัติ 2 อีก 22 รายยกคำร้องคดีฟอเร็กซ์ “ภาวุธ”รอด ยันขอให้มั่นใจ 100% เงินทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดี Forex ว่า วันนี้ (13กค.69) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะดำเนินการขอหมายจับ มีทั้งบุคคลและนิติบุคคล ประมาณ 30 หมาย ในจำนวนนี้มีชื่อของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) รวมอยู่ด้วย หากศาลอนุมัติก็ดำเนินการจับกุมได้ และขั้นตอนหลังจากนั้นจะเป็นขั้นตอนการสอบปากคำ ส่วนจะได้รับการประกันตัวหรือไม่ก็เป็นไปตามขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป ในส่วนการสอบสวนคดีฮั้ว ส.ว.ทางดีเอสไอ ส่งสำนวนไปที่อัยการแล้ว และอัยการได้ส่งสำนวนกลับมา หากมีการสั่งการอะไรก็ดำเนินการไปตามกรอบกฎหมาย ส่วนที่มีข้อสังเกตว่ามีการส่งชื่อดำเนินคดีน้อยไปหรือไม่นั้น พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า เมื่อพยานหลักฐานไปถึงแค่นี้ ก็ต้องส่งชื่อแค่นี้

แหล่งข่าวระดับสูงในกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า ภายหลังคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ คดีซื้อขายฟอเร็กซ์ จากการขยายผลเส้นทางการเงินพบว่ามีกลุ่มบุคคลเกี่ยวข้องจำนวนมาก อาทิ กลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์ (IB), กลุ่มบริษัทโบรกเกอร์ (Broker), กลุ่มบริษัทให้บริการเกี่ยวกับการรับ-ส่งเงินและการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ อีกทั้งพบชื่อนายภาวุธ ปรากฏหลักฐานการรับโอนเงินจากบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด จำนวน 28 ล้านบาท รับโอนครั้งละ 2 ล้านบาท รวมจำนวน 14 ครั้ง ส่วนเข้าชี้แจงกับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในฐานะพยานไปเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังพบชื่อนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ดาราชายชื่อดัง เกี่ยวข้องรับโอนเงินจากบริษัทกลุ่มโบรกเกอร์ เป็นบริษัทที่มีผู้เสียหายกว่า 500 ราย ความเสียหายรวมพันล้านบาท ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษไว้

อย่างไรก็ดี ในช่วงของการสืบสวนสอบสวนที่ผ่านมา คณะพนักงานสอบสวนได้ขยายผลและสอบปากคำพยานผู้เสียหายอีกกว่า 300 ราย ถึงแผนประทุษกรรม การลงทุน มูลค่าความเสียหาย จนรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดขอศาลอาญารัชดาภิเษก ออกหมายจับรวมทั้งสิ้น 30 หมาย แบ่งเป็นบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล ในฐานความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ซึ่ง 1 ใน 30 หมายจับดังกล่าว มีชื่อของนายภาวุธ ไม่ได้มีเพียงจำนวนเงินที่ปรากฏตามหน้าข่าว 28 ล้านบาทเท่านั้น แต่คณะพนักงานสอบสวนยังพบหลักฐานอื่นเพิ่มเติมเป็นประจักษ์ยืนยันได้ว่าไม่ใช่เพียงการรับเงิน 28 ล้านบาท ได้มาจากการเทรดทองคำ จึงเป็นสาเหตุต้องนำหลักฐานเสนอศาลขอออกหมายจับ

นอกจากนี้ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาฐานความผิดอื่นเพิ่มเติมด้วย เช่น พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 หรือแชร์ลูกโซ่ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ.2546 เป็นต้น หากพบพยานหลักฐานอันเป็นการกระทำความผิด ก็สามารถพิจารณาดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหาตามพยานหลักฐานได้ เพื่อให้ครอบคลุมการกระทำความผิดที่ตรวจพบ

Advertisement

นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ภายหลัง พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมออกหมายจับวันนี้ โดยระบุว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เข้าให้ข้อมูลต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ในฐานะพยาน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมและจัดเตรียมข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงในทุกประเด็นเกิดความชัดเจนและครบถ้วนมากที่สุด

“ในช่วงเวลาเดียวกัน ได้มีกระแสข่าวที่เผยแพร่ในวงกว้างว่า อาจมีการนำกำลังเข้าจับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว ซึ่งมีการกล่าวพาดพิงรวมถึงตัวผมด้วย ข่าวดังกล่าวสร้างความประหลาดใจและความกังวลให้แก่ผมเป็นอย่างมาก เนื่องจากตลอดระยะเวลาที่ประกอบธุรกิจ ผมไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวงประชาชน ธุรกิจสแกมเมอร์ กระบวนการฟอกเงิน หรือการกระทำอันเป็นการฉ้อโกงประชาชนในรูปแบบใดทั้งสิ้น” นายภาวุธกล่าว

ที่ศูนย์ราชการ อาคารซี (C) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ได้เข้าพบคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเปิดเผยว่า ดีเอสไอเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาในคดี จำนวน 30 หมาย

นายภาวุธกล่าวว่า ได้ดูข่าวและทราบว่าจะมีการออกหมายจับคนในคดีฟอเร็กซ์ (Forex) อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาเพิ่งได้เข้ามาให้ข้อมูลและพบเจ้าหน้าที่ มีการคุยกันว่าจะกลับมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม แต่พอจะมีการออกหมายจับแล้วทราบว่ามีชื่ออยู่ในนั้นด้วย จึงมาแสดงความบริสุทธิ์ใจขอเข้าชี้แจงโดยตรง ไม่ได้มีเจตนาจะหนีอยู่แล้ว เพราะยังทำหน้าที่อยู่ในรัฐสภา อยากให้มั่นใจว่าไม่หลบหนีแน่นอน ส่วนที่โพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์ทำนองว่าการออกหมายจับเป็นการใช้อำนาจเกินกว่าเหตุนั้น เป็นการตั้งคำถาม เพราะคดีหลายคดีในประเทศก็ยังใช้เวลา แต่คดีนี้ต้องยอมรับว่าถูกเร่งรัดผิดปกติ

เมื่อถามว่ามองว่าตอนนี้เป็นเกมการเมืองหรือไม่นั้น นายภาวุธ กล่าวว่า แล้วแต่จะคิดครับ เพราะอาจพูดได้ไม่ชัดมาก เพราะไม่ได้มีหลักฐานอะไร แต่เป็นข้อสงสัยสังคมตั้งไว้เหมือนกัน เมื่อดูคดีนี้จะเห็นว่าตนไม่ใช่ผู้ให้บริการฟอเร็กซ์และไม่ได้เป็น IB (Introducing Broker) ไม่ได้หลอกลวงชาวบ้าน ฉะนั้นไม่ได้เกี่ยวข้อง ส่วนกระแสข่าวว่าเส้นทางการเงินตนเข้าไปเกี่ยวข้องนั้นสูงถึง 833 ล้านบาท ไม่ใช่ 28 ล้านบาทนั้น เห็นข่าวนี้แล้วตกใจ เพราะไม่เคยมีเส้นเงิน 800 กว่าล้านบาทเข้ามาในบัญชีธนาคารแน่นอน ส่วนตัวเลข 28 ล้านบาทได้แจงเจ้าหน้าที่ไปแล้วว่าเงินที่มาที่ไปเป็นอย่างไร

นายภาวุธ กล่าวว่า ส่วนหลักฐานเพิ่มเติมนำเข้ามาชี้แจงกับดีเอสไอวันนี้ จะเป็นหลักฐานเกี่ยวกับเลขบัญชีธนาคารทุกบัญชี มีหลายบัญชี มีรายละเอียดจำนวนมากเขาขอเพิ่มเติมจากปกติ ต้องขอกลับไปเตรียมข้อมูลในตอนนั้น ส่วนการเทรดทองคำ 28 ล้านบาท ยืนยันว่าเป็นการเทรดทองคำกับบริษัท คิวอาร์เอส (QRS) เจ้าเดียวที่เทรดด้วย ส่วนเจ้าอื่นๆ โบรกเกอร์อื่น หรือไอบีอื่น ไม่รู้จักและไม่เกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้นส่วนที่หลายคนบอกว่าเส้นเงินนั้น ไม่ใช่เส้นเงินจากการเทรดทองคำ อยากแจงว่าอยู่ในสำนวน ชี้แจงไปแล้ว ขอให้มั่นใจได้ว่าไม่เกี่ยวสแกมเมอร์ ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ ไม่ได้หลอกลวงใคร ขอให้มั่นใจ 100% เงินทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ชี้แจงได้ทั้งหมด หากดูจากเส้นทางการเงินจะเห็นว่าทุกอย่างล้วนพุ่งมาที่ตน เหมือนเป็นหัวขบวนการ ทั้งที่ไม่ใช่เลย ต้องย้ำว่าเป็นเพียงคนเทรด ตนไม่ใช่ผู้ให้บริการฟอเร็กซ์ ส่วนประเด็นทำให้มาถึงจุดนี้เพราะไปตรวจสอบโครงการรัฐบาลอย่างเข้มข้นนั้น มองว่าเป็นหน้าที่อยู่แล้ว มีหลายเรื่องต้องทำ

ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก มีรายงานว่า วันนี้ (13กค.69) พนักงานสอบสวนดีเอสไอนำพยานหลักฐานพร้อมคำร้องมายื่นขอศาลออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีฟอเร็กซ์ 24 หมาย หนึ่งในนั้นมีชื่อของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) รวมอยู่ด้วย เเต่มีรายงานว่าศาลอาญาได้พิจารณาคำร้องพร้อมหลักฐานอย่างละเอียด เเล้วออกหมายจับผู้ต้องหาให้ 2 ราย ที่มีผู้เสียหายเเละพยานหลักฐานชัดเจน ส่วนอีก 22 รายให้ยกคำร้อง โดยให้เหตุผลว่าอยู่ในวิสัยที่ออกหมายเรียกได้ โดย 2 คนที่ออกหมายจับไม่ใช่นายภาวุธ สำหรับการออกหมายจับดังกล่าวศาลอาญามีการพิจารณาพยานหลักฐานอย่างละเอียด ป้องกันไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง