กอ.รมน.แจงงบปี 70 วงเงิน 5,735 ล้าน ยันไร้งบลับ ชี้ 685 ล้านเป็นค่าตอบแทน จนท.ชายแดนใต้ ตามระเบียบสำนักงบฯ
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พล.ต.ธรรมนูญ ไม้สนธิ์ โฆษก กอ.รมน. ชี้แจงกรณีงบประมาณประจำปี 2570 ของ กอ.รมน. วงเงินรวม 5,735 ล้านบาท ว่า แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.แผนงานบุคลากรภาครัฐ วงเงิน 766 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 13.35) ประกอบด้วย เงินเดือนและค่าจ้างของข้าราชการประจำและพนักงานราชการประมาณ 200 คน วงเงิน 81 ล้านบาท และค่าตอบแทนพิเศษรายเดือนสำหรับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) วงเงิน 685 ล้านบาท (อัตรา 2,500 บาทต่อคนต่อเดือน) โดยปัจจุบันมีกำลังพลทั้งทหาร ตำรวจ และข้าราชการพลเรือน รวมประมาณ 49,000 คน
2.แผนงานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ วงเงิน 4,355 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 75.94)
3.แผนงานอื่นๆ อีก 5 แผนงาน ซึ่งเป็นงบประมาณสำหรับภารกิจของ กอ.รมน.ส่วนกลาง วงเงิน 614 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 10.70)
สำหรับแผนงานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ วงเงิน 4,355 ล้านบาทนั้น เป็นค่าใช้จ่ายด้านกำลังพลและการดำเนินงานในพื้นที่ จชต. วงเงิน 2,341 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 53.75 ได้แก่ เบี้ยเลี้ยงสนาม เงินเพิ่มพลทหาร ค่าฝ่าอันตรายของเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ค่าปฏิบัติงานบนอากาศยาน รวมถึงค่าเชื้อเพลิง ค่าสาธารณูปโภค ค่าเครื่องแต่งกายกำลังพลสนาม และค่าใช้จ่ายอื่นๆ
ส่วนงบประมาณที่เหลือ คิดเป็นร้อยละ 46 ใช้สำหรับติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยในเมือง (CCTV) การจัดหายุทโธปกรณ์พิเศษเพื่อการรักษาความปลอดภัย การซ่อมปรับปรุงยุทโธปกรณ์ การเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมพื้นที่ชายแดน และรายการอื่นๆ อีกกว่า 19 รายการ
พล.ต.ธรรมนูญกล่าวว่า กรณีที่มีข้อสงสัยว่างบประมาณ 685 ล้านบาท เหตุใดจึงปรากฏอยู่ใน “งบรายจ่ายอื่น” นั้น ขอชี้แจงว่า กอ.รมน.ยึดมั่นและปฏิบัติตามระเบียบและแนวทางระบบบัญชีของสำนักงบประมาณ ซึ่งกำหนดให้ค่าตอบแทนที่ไม่ใช่เงินเดือนแยกไว้ในหมวด “รายจ่ายอื่น” งบประมาณทั้งหมดที่หน่วยงานได้รับจะถูกนำไปใช้ตามกระบวนการของพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี และสามารถตรวจสอบได้
ส่วนกรณีที่มีการพาดพิงถึง “งบประมาณลับ” นั้น กอ.รมน.ขอยืนยันว่าไม่มีงบประมาณลับแต่อย่างใด ย้ำว่าหน่วยงานยึดมั่นในหลักความถูกต้อง โปร่งใส และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ เพื่อเป็นหน่วยงานด้านความมั่นคงที่มีประสิทธิภาพต่อไป



