ครม.เห็นชอบ ร่างเอกสารฯ 5 ฉบับ ลงนามระหว่าง นายกฯ เยือนจีน จับมือปั้นคน-ต่อยอดวิจัย AI และอวกาศ ดันไทยสู่ผู้นำเทคโนโลยีแห่งอนาคต ไทย-จีน
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 14 กรกฎาคม ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า ครม.เห็นชอบร่างเอกสารเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 5 ฉบับ เพื่อเตรียมการลงนามในระหว่างการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 20 ก.ค.นี้ เป็นการต่อยอดความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ของ 2 ประเทศในการพัฒนาการศึกษา บุคลากร งานวิจัย และเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในอนาคต พร้อมต่อยอดความร่วมมือในสาขาเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีอวกาศ ระบบดาวเทียมนำทาง วัสดุศาสตร์ และนิวเคลียร์ฟิวชัน จะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพิ่มขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ และผลักดันให้ไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของภูมิภาค
ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า เอกสารความร่วมมือทั้ง 5 ฉบับ ได้แก่ ร่างความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการอุดมศึกษา เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนนักศึกษา คณาจารย์ นักวิจัย การจัดสรรทุนการศึกษา และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างสถาบันอุดมศึกษาของทั้งสองประเทศ ,ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการประยุกต์ใช้ระบบดาวเทียมนำทาง BeiDou (เป่ยโต่ว) เพื่อวิจัย พัฒนา และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีระบบดาวเทียมร่วมกัน ,ร่างบันทึกความเข้าใจด้านการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือด้านนิวเคลียร์ฟิวชัน เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และบุคลากรด้านพลังงานแห่งอนาคต ,ร่างข้อตกลงโครงการวิจัยร่วมระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของไทย กับสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ครอบคลุมสาขาสำคัญ เช่น การเกษตร วัสดุศาสตร์ ปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีชีวภาพ นาโนเทคโนโลยี และเทคโนโลยีอวกาศ และร่างบันทึกความเข้าใจด้านการจัดตั้งห้องปฏิบัติการร่วมไทย-จีน เพื่อการสำรวจอวกาศห้วงลึก สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศร่วมกัน

ด้าน นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจและร่างความตกลงด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระหว่างกระทรวง อว. กับหน่วยงานของสาธารณรัฐประชาชนจีน รวม 5 ฉบับ พร้อมอนุมัติให้ตนเป็นผู้ลงนามในเอกสารดังกล่าว ณ มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง ในโอกาสที่นายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16–20 ก.ค.
นายยศชนัน กล่าวว่า ความร่วมมือทั้ง 5 ฉบับนี้ถือเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญที่จะช่วยยกระดับ Ecosystem ด้านการอุดมศึกษาและนวัตกรรมของไทยให้เชื่อมโยงกับจีนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเราเจาะจงไปที่เทคโนโลยียุทธศาสตร์ที่จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งห้องปฏิบัติการร่วมไทย-จีนด้านการสำรวจอวกาศห้วงลึก (Deep Space Exploration) การเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ฟิวชัน การทำงานร่วมกันในระบบดาวเทียมนำทาง BeiDou ตลอดจนการสนับสนุนโปรเจกต์วิจัยร่วมและการส่งเสริมการศึกษาในสาขาที่เป็นโลกอนาคต
นายยศชนัน กล่าวต่อว่า สำหรับมิติของการวิจัย เราจะโฟกัสไปที่องค์ความรู้ซึ่งเป็นเทรนด์หลักของโลกอนาคต ทั้งเกษตรอัจฉริยะ อาหารแห่งอนาคต ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีชีวภาพ วัสดุศาสตร์ พลังงาน เทคโนโลยีอวกาศ สิ่งแวดล้อม และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยหัวใจสำคัญคือเราจะมีการแลกเปลี่ยนนักวิจัย การแชร์โครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ระดับแนวหน้าร่วมกัน เพื่อเร่งพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีขั้นสูงของไทยให้โตได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือด้านการอุดมศึกษาเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนนักศึกษา นักวิชาการ และบุคลากร การวิจัยร่วม การมอบทุนการศึกษา การเรียนการสอนภาษาไทย-จีน และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาของทั้งสองประเทศให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น
“ความตกลงทั้ง 5 ฉบับนี้จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยปลดล็อกและยกระดับศักยภาพของประเทศไทยในการก้าวสู่เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งอนาคต เป้าหมายสูงสุดของเราคือการสร้างกำลังคนคุณภาพสูง หรือ Talent ที่พร้อมตอบโจทย์โลกยุคใหม่ ผลักดันงานวิจัยให้เกิด Impact นำไปต่อยอดใช้ประโยชน์ได้จริงในมิติเศรษฐกิจและสังคม เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันที่ยั่งยืนให้ประเทศ ควบคู่ไปกับการสานต่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับจีนให้แข็งแกร่งและเดินหน้าไปด้วยกันในระยะยาว” นายยศชนัน กล่าว




