‘บิ๊กตั้ม-คณะทำงาน กห.’ ตรวจเยี่ยมศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธฯ เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ย้ำสิ่งที่ทำได้แล้ว ต้องทำต่อให้เข้มแข็ง พึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พล.อ.ศรัณย์ เพชรานนท์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.อัฏฐพล ลัดใหม่กุลวัฒน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยคณะทำงานด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ร่วมคณะ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก(ผช.ผบ.ทบ.) ตรวจเยี่ยมศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (ศอว.ศอพท.) โดยมี พล.ท.รณรงค์ โรจนเสน ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ให้การต้อนรับ พร้อมบรรยายสรุปผลการดำเนินงานและนำเยี่ยมชมสายการผลิต การซ่อมบำรุง และการพัฒนายุทโธปกรณ์ของไทย อาทิ การปรับปรุงปืนใหญ่อัตตาจรล้อยางขนาด 155 มิลลิเมตร (ATMG) การผลิตปลอกกระสุนขนาดต่าง ๆ ตลอดจนการสาธิตการทดสอบยิงอาวุธ ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของบุคลากรไทยในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศ

พล.อ.อัฏฐพล กล่าวว่า การตรวจเยี่ยมครั้งนี้เป็นการติดตามนโยบายของ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ที่เน้นการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันไทยมีศักยภาพที่เป็นรูปธรรม ทั้งการผลิตกระสุนปืนเล็ก กระสุนเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 60 และ 120 มิลลิเมตร ตลอดจนกระสุนปืนใหญ่ขนาด 105 มิลลิเมตร ฯลฯ สิ่งใดที่ประเทศไทยมีขีดความสามารถและทำได้แล้ว ต้องเดินหน้าพัฒนาต่ออย่างจริงจัง เพื่อสร้างความมั่นคงและการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ลดการพึ่งพาจากต่างประเทศ และยกระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยให้เข้มแข็ง
พล.อ.อัฏฐพล กล่าวว่า ทั้งนี้การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศต้องยึดความต้องการของหน่วยผู้ใช้เป็นสำคัญ ผู้ผลิตต้องรับฟังความต้องการทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐาน ราคา และระยะเวลาการส่งมอบ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ตอบสนองภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมผลักดันให้มีการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลเพื่อจัดหากระสุนและยุทโธปกรณ์ที่ผลิตภายในประเทศ อันจะช่วยสร้างความต่อเนื่องในการผลิต สนับสนุนผู้ประกอบการไทย และเสริมสร้างความมั่นคงด้านการพึ่งพาตนเองในระยะยาว

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับพระราชดำริด้านการพึ่งพาตนเองของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ดังพระราชดำรัส ณ สภาคองเกรสแห่งสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2503 ความตอนหนึ่งว่า
“…วันหนึ่งข้างหน้า เราจะทำกันเองได้ โดยไม่พึ่งความช่วยเหลือนี้”พระราชดำรัสดังกล่าวสะท้อนหลักคิดว่า ความมั่นคงที่ยั่งยืนต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเอง การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศจึงไม่ใช่เพียงการผลิตอาวุธ แต่คือการสร้างเทคโนโลยี บุคลากร และขีดความสามารถของชาติ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถยืนอยู่บนขาของตนเองได้อย่างมั่นคง

