มติกสถ. ชงก.กลางถอน 5,814ราย 23 กค. ชี้หลักฐานชัด3พันคนแก้คะแนน อนุทิน’ยันไม่มีมวยล้ม โรมห่วงจับได้แค่ปลาซิวปลาสร้อย ตร.ฝากขัง’จ่าพิชิต-วิน’ค้านประกัน
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น(กสถ.) เพื่อพิจารณากรณี 5,000 รายชื่อผู้ได้รับการบรรจุข้าราชการท้อง มีคะแนนผิดปกติ โดยมีกสถ.ร่วมประชุม รวมทั้งมีนายสุชาติ กรวยกิตานนท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช. ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง รวมสังเกตการณ์
นายอรรษิษฐ์ เปิดเผยว่า สถ.พบมีผู้รายงานตัวแล้ว 14,988 คน จากผู้สอบผ่านทั้งหมด 15,520 คน เมื่อเปรียบเทียบคะแนนดิบจากกระดาษคำตอบกับคะแนนที่ประกาศผล พบคะแนนไม่ตรงกัน 5,814 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรก ผู้ที่ควรสอบตกแต่ถูกแก้ไขคะแนนจนสอบผ่าน 3,621 คน กลุ่มที่ 2 ผู้สอบผ่านแต่แก้คะแนนเพิ่มเพื่อเลื่อนลำดับ 1,713 คน และ กลุ่มที่ 3 คะแนนคลาดเคลื่อนจากการสแกน 480 คน ซึ่งที่ประชุมเห็นควรส่งรายชื่อทั้ง 5,814 รายให้ ก.กลาง ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจตามกฎหมายพิจารณาว่าจะเพิกถอนการบรรจุหรือไม่ ในวันที่ 23 กรกฎาคม
เมื่อถามว่า หากต้องยกเลิกการบรรจุ 5,814 คนจะต้องทำอย่างไร นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ต้องนับคะแนนใหม่และนำคนที่คะแนนผ่านเกณฑ์มาบรรจุ ขณะนี้คะแนนและกระดาษคำตอบอยู่ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งกับ ป.ป.ช.ไปแล้ว
เมื่อถามว่า ตำแหน่งที่มีการเพิกถอนตำแหน่งกว่า 5,000 ตำแหน่ง จะส่งผลกระทบต่อการทำงานภายในท้องถิ่นหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า เมื่อโดนเพิกถอนการบรรจุไปตำแหน่งก็ต้องว่างลง เพราะคนที่จะทำงานได้ออกไปแล้ว จากนั้นถามกลับว่า “จะให้คนที่ทุจริตทำงานต่อหรือ? ส่วนการเลื่อนบัญชีบรรจุในขั้นตอนต่อไป นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า จะเลื่อนได้อย่างไร คะแนนยังนับไม่เสร็จ
ที่กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางติดตามความคืบหน้าการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ปี 2568 และประชุมร่วมกับพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) และ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.)
นายอนุทิน กล่าวว่า ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล รมว.มหาดไทยต้องขอขอบคุณที่ได้รับความร่วมมือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)รวมถึงหน่วยงานปราบปรามที่เกี่ยวข้องได้รับทราบการกระทำอันอุกอาจผิดกฎหมายและเป็นประเด็นที่น่ารังเกียจเช่นนี้ ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นมาตนไม่มีความสบายใจ เพราะเป็นเรื่องภายในกำกับดูแลของรัฐบาล ถ้าไม่ได้รับความร่วมมืออันดีจากทุกท่าน จะทำให้ความเคลือบแคลงใจของประชาชน ตลอดจนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อคดีเป็นที่สงสัย ท่านทั้งหลายทำให้ทุกอย่างเกิดความกระจ่าง เห็นเครือข่ายหลายคนมีส่วนร่วมในวงจร ยังร่วมกระทำการทุจริตอื่นๆด้วย ขอให้ประชาชนมั่นใจในระบบการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม มั่นใจในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะไม่มีการช่วยเหลืออำนวยความสะดวก หรือเบียดบังคดีความต่างๆ ไม่มีการบรรเทา ไม่มียืดหยุ่น ทุกอย่างต้องดำเนินการไปตามหลักกฏหมายอย่างเคร่งครัด
“วันที่ 23 กรกฎาคม จะนำเรื่องทั้งหมดเข้าที่ประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) ซึ่งผมเป็นประธาน ซึ่งวันนี้สถ.มีมติเรียบร้อยว่าพบการกระทำผิดกฎหมาย บิดเบือนผลการสอบ ต้องรายงาน ก.กลาง ถามว่าใครจะรับผิดชอบ เพราะสถ.ออกหนังสือให้ชะลอการบรรจุ แต่คณะกรรมการหลายคน ส่วนใหญ่เป็นตัวแทนจากท้องถิ่น ผู้ที่ต้องการข้าราชการเหล่านี้เข้าไปทำงาน บอกว่าดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตาม คดีนี้คงมีการแถลงข่าวขยายผลอีกหลายครั้ง เพราะการกระทำอุกอาจขนาดนี้ คงไม่แค่ผู้ต้องหาที่จับได้แล้ว หรือผู้ถูกกล่าวหาเท่านั้น เราจะดำเนินการต่อไป ผมเชื่อมั่นในความสามารถและศักยภาพของเจ้าหน้าที่ จะไม่มีทางปล่อยให้คนร่วมกระทำความผิดลอยนวลอย่างแน่นอน สิ่งที่สื่อมวลชนกังวลว่าตรงไหนซ่อนอยู่ จะถูกขยายผลออกมาเรื่อยๆ” นายอนุทิน กล่าว
วันเดียวกัน พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ควบคุมตัว จ่าสิบตรี พิชิต ทั้งพรม ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ และ นายวิน ธนพชรโภคิน หรือ อัศวิน โชติพนัง หรือ “ดร.วิน” ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กลุ่มผู้ต้องหาคดีทุจริตข้อสอบมาฝากขังครั้งแรกต่อศาลอาญา หลังการสอบสวนแล้วเสร็จซึ่งทั้ง 2 รายปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว
ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร จัดการประชุมพิจารณาเรื่องการทุจริตข้อสอบท้องถิ่น โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง มีน.ส.กาญจน์ชนิษฐา เอกแสงศรี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทยมาแทนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงมหาดไทย นอกจากนี้มีตัวแทนจาก ป.ป.ช. ปปง. และ คณะกรรมการจัดทำทีโออาร์ร่วมชี้แจง
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า หวังว่าการประชุมวันนี้จะมีข้อมูลในการพิจารณาที่ละเอียดพอจะทำให้เห็นว่าการทุจริตสอบท้องถิ่นมีการดำเนินการไปบางส่วนแล้ว และป.ป.ช.รับไปเป็นคดีพิเศษ ถึงที่สุดแล้วจะนำไปสู่การจัดการปัญหาจริงๆ หรือไม่ หรือ เป็นแค่การจัดการจับปลาซิวปลาสร้อย เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ตนกังวลว่าสุดท้ายการจัดการกับปลาตัวใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบอาจไม่เกิดขึ้นสิ่งที่ต้องทำให้มาก คือ ตกลงแล้วใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ต้องโยงไปถึงให้ได้ จะเป็นประโยชน์ในการปราบปรามการทุจริตสอบได้จริง



