หน้าแรก การเมือง ปชน. แนะทบทวน...

ปชน. แนะทบทวน เบรกขึ้น เงินเดือนผู้ช่วยส.ส. ย้ำไม่ใช่อภิสิทธิ์ แต่เป็นกำลังหลัก 30 ปีแล้วไม่เคยปรับ

16.07.26 | 09:05 น.
เงินเดือนผู้ช่วยส.ส.
เงินเดือนผู้ช่วยส.ส.

ปชน. แนะทบทวน เบรกขึ้น เงินเดือนผู้ช่วย ส.ส. ย้ำไม่ใช่อภิสิทธิ์ แต่เป็นกำลังหลัก 30 ปีแล้วไม่เคยปรับ

เงินเดือนผู้ช่วย ส.ส. – จากกรณีประธานรัฐสภา สั่งยกเลิกระเบียบขึ้นค่าตอบแทนผู้ช่วย ส.ส.-ส.ว. 20% เหตุไม่สอคคล้องกับบริบทตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นต่อประเด็นดังกล่าวว่า ผู้ช่วย ส.ส. ไม่ได้ต้องการ “อภิสิทธิ์” แต่ต้องการ “ค่าตอบแทนที่เป็นธรรม”

ข่าวการยกเลิกการปรับขึ้นค่าตอบแทนผู้ช่วย ส.ส. 20% โดยให้เหตุผลว่าไม่สอดคล้องกับบริบททางการเงินของประเทศ ทำให้ดิฉันอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า เรากำลังประหยัดในจุดที่ไม่ควรประหยัดหรือไม่

หลายคนอาจคิดว่าผู้ช่วย ส.ส. คือคนคอยติดตามนักการเมือง แต่ในความเป็นจริง คนเหล่านี้คือกำลังหลักของงานผู้แทนราษฎร

Advertisement

เขาต้องรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ลงพื้นที่ ประสานหน่วยงาน ศึกษากฎหมาย ทำข้อมูล เตรียมการประชุม เตรียมอภิปราย ทำงานวันหยุด ทำงานกลางคืน และหลายครั้งต้องพร้อมรับโทรศัพท์ตลอด 24 ชั่วโมง

แต่ค่าตอบแทนเริ่มต้นอยู่ที่ 15,000 บาทต่อเดือน ซึ่งแทบไม่สอดคล้องกับภาระงาน ความรับผิดชอบ และค่าครองชีพในปัจจุบัน

เมื่อค่าตอบแทนต่ำ แต่ความคาดหวังสูง เราก็ไม่อาจมองข้ามความเสี่ยงที่ระบบจะเปิดช่องให้เกิดปัญหาตามมา ไม่ว่าจะเป็นการลาออกของคนที่มีความสามารถ การดึงดูดบุคลากรที่มีคุณภาพได้ยาก หรือแม้แต่แรงจูงใจให้เกิดการแสวงหาผลประโยชน์จากตำแหน่ง ซึ่งไม่มีใครอยากเห็น

การป้องกันการทุจริต ไม่ได้ทำได้แค่การเพิ่มการตรวจสอบ แต่ต้องออกแบบระบบให้คนทำงานสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีด้วย

ในขณะเดียวกัน ผู้ช่วย ส.ส.ยังแทบไม่มีสวัสดิการที่เหมาะสม ทั้งที่ทำงานการเมืองซึ่งมีความกดดันสูง ความมั่นคงต่ำ และหลายคนต้องเสียสละชีวิตส่วนตัวอย่างมาก

หากเราต้องการให้การเมืองมีคนรุ่นใหม่ คนเก่ง และคนซื่อสัตย์เข้ามาทำงาน เราต้องทำให้ระบบนี้น่าอยู่ ไม่ใช่คาดหวังให้ทุกคนทำงานหนักเกินกำลังด้วยค่าตอบแทนที่ไม่สอดคล้องกับความจริง

การใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าเป็นเรื่องสำคัญ แต่การลงทุนกับ “คน” ที่ทำหน้าที่รับใช้ประชาชน ก็เป็นการลงทุนที่สำคัญไม่แพ้กัน

ถึงเวลาที่เราควรพูดคุยกันอย่างจริงจังว่า เราอยากได้ระบบการเมืองแบบไหน และเราจะสร้างเงื่อนไขให้คนทำงานการเมืองอย่างสุจริตอยู่ในระบบได้อย่างไร

ด้าน นายสหัสวัต คุ้มคง ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาชน ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นต่อประเด็นดังกล่าวเช่นเดียวกันว่า วันนี้มีข่าวการยกเลิกการปรับค่าตอบแทนผู้ช่วย ส.ส. 20% โดยให้เหตุผลว่าไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเงินของประเทศ

ผมเข้าใจดีว่าหลายคนอาจเห็นด้วยกับการตัดสินใจนี้ เพราะเมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง คนส่วนใหญ่ก็มักตั้งคำถามก่อนว่า “จำเป็นหรือไม่”

แต่ผมอยากชวนมองอีกมุมหนึ่ง เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของอภิสิทธิ์นักการเมือง แต่เป็นเรื่องของ “ระบบสนับสนุนการทำงานของผู้แทนราษฎร”

หลายคนอาจไม่เคยเห็นการทำงานเบื้องหลังของ ส.ส. ในวันที่ ส.ส. ต้องเข้าประชุมสภา ประชุมกรรมาธิการ หรือปฏิบัติหน้าที่ในรัฐสภา ความเดือดร้อนของประชาชนไม่ได้หยุดตามตารางประชุม ยังมีคนเดินเข้ามาร้องเรียน ยังมีโทรศัพท์เข้ามา ยังมีปัญหาในพื้นที่ที่ต้องรีบลงไปดู

คนที่ทำหน้าที่รับเรื่อง ลงพื้นที่ ตรวจสอบข้อเท็จจริง ประสานหน่วยงาน ติดตามความคืบหน้า และรายงานกลับมายัง ส.ส. ก็คือผู้ช่วย ส.ส.

สำหรับผม หลายคนในพื้นที่คุ้นหน้าผู้ช่วยของผมเป็นอย่างดี เพราะเวลามีปัญหาเรื่องแรงงาน เรื่องประกันสังคม เรื่องโรงงานสร้างมลพิษ หรือปัญหาความเดือดร้อนต่างๆ ผู้ช่วยมักเป็นคนที่เข้าไปในพื้นที่ก่อน ประสานหน่วยงานก่อน และติดตามเรื่องอย่างต่อเนื่อง

นอกจากงานในพื้นที่แล้ว ผู้ช่วยแต่ละคนยังมีความเชี่ยวชาญต่างกัน บางคนเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย บางคนเชี่ยวชาญด้านแรงงาน บางคนเชี่ยวชาญการประสานงานกับหน่วยงานรัฐ หรือการวิเคราะห์ข้อมูล ความรู้เฉพาะด้านเหล่านี้ทำให้การทำงานของผู้แทนราษฎรมีประสิทธิภาพมากขึ้น และทำให้การแก้ปัญหาของประชาชนรวดเร็วและตรงจุดมากขึ้น

นี่จึงไม่ใช่เรื่องของความสะดวกสบายของนักการเมือง
แต่เป็นเรื่องของคุณภาพการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ

ในหลายประเทศ การที่สมาชิกสภามีทีมงานที่มีคุณภาพถือเป็นเรื่องปกติ เพราะการทำหน้าที่ออกกฎหมาย ตรวจสอบฝ่ายบริหาร และรับใช้ประชาชน ไม่ใช่งานที่คนคนเดียวจะทำได้ทั้งหมด

สิ่งที่น่าสนใจคือ ผู้ช่วย ส.ส. ได้รับค่าตอบแทนอัตราเดิม 15,000 บาทต่อเดือน มาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2540 หรือเกือบ 30 ปีแล้ว ขณะที่ภาระงาน ความคาดหวังของประชาชน และค่าครองชีพเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

แน่นอน เงินภาษีของประชาชนทุกบาทต้องใช้ให้คุ้มค่า ระบบผู้ช่วย ส.ส. ต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และต้องไม่มีการแต่งตั้งบุคคลที่ไม่ได้ปฏิบัติงานจริง เรื่องนี้ผมเห็นด้วยเต็มที่

แต่ในอีกด้านหนึ่ง หากเราต้องการให้รัฐสภาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราก็ควรออกแบบระบบให้สามารถรักษาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถไว้ได้เช่นกัน

เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ประชาชนคาดหวัง ไม่ใช่แค่การประหยัดงบประมาณ แต่คือการมีผู้แทนราษฎรที่ทำงานได้จริง แก้ปัญหาได้จริง และมีทีมงานที่สามารถเชื่อมโยงปัญหาของประชาชนไปสู่การแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การมีผู้ช่วย ส.ส.ที่มีคุณภาพ และได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรม จึงไม่ใช่การสร้างอภิสิทธิ์ให้กับนักการเมือง
แต่คือการลงทุนเพื่อให้ประชาชนได้รับการทำงานของรัฐสภาที่มีคุณภาพมากขึ้น