วิลาศ บุก ตรวจสอบการก่อสร้างสภาฯ หลังครบกำหนดประกัน พบจุดผิดพลาดมูลค่าเกินพันล้าน เสนอ 7 ข้อ แก้ปัญหา แฉ ขรก.ประจำขู่ย้ายคนให้ข้อมูล
เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 16 กรกฎาคม ที่ลานประชาชน รัฐสภา นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ แถลงกรณีครบ รอบประกันการก่อสร้างอาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ว่า ในฐานะที่ตนเคยดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ได้มีการตรวจสอบเรื่องนี้เป็นระยะ โดยในตอนที่มีการขยายการก่อสร้างหลายครั้ง พบว่ามีข้อบกพร่อง จึงได้ร้องเรียนไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จำนวน 65 เรื่อง ซึ่งตนท้ามาตลอดว่าหากใครเห็นว่าตนกล่าวเท็จ สามารถฟ้องได้เลย
นายวิลาศ กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบค้ำประกัน 2 ปี และวันนี้ถือเป็นวันแรกที่พ้นสัญญา ตนจึงมีข้อเสนอที่รัฐสภาควรนำไปปฏิบัติ 7 ข้อ ได้แก่ 1.สัญญานี้มีเงินประกันซองอยู่ 3 ก้อน ก้อนแรก คือสัญญา ก้อนที่สอง คือต้องมีการจ่ายเงินเวลาก่อสร้างเสร็จเป็นงวด และหักไว้เพื่อเป็นเงินประกันผลงานอีก 5% และก้อนที่สาม คือ ตอนเซ็นสัญญาต้องมีเงินประกันซอง 5% ในวันนี้จ่ายไปเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงงวดเดียว โดยก้อนที่สาม เขาบอกว่าให้รอจ่ายพร้อมเงินประกันผลงาน แต่ตนไม่รู้ว่าเงินก้อนสุดท้ายเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา สรุปแล้วเป็นเท่าไหร่ ตนประมาณการการประกันซองไว้ว่ามีทั้งหมดไม่น้อยกว่า 1,500 ล้านบาท
นายวิลาศ กล่าวอีกว่า 2.การขยายระยะเวลาประกัน ในสัญญาข้อที่ 9 ระบุว่าการก่อสร้างครั้งนี้ ต้องมีการค้ำประกันผลงาน 2 ปีหลังจากสิ้นสุดสัญญา โดยสิ้นสุดในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 โดยในประกัน 2 ปีระบุไว้ว่า หากมีความชำรุดบกพร่อง ซึ่งอาจเกิดจากการใช้วัสดุไม่ดี ทำไม่ได้มาตรฐานหรือดำเนินการผิดพลาดในการก่อสร้าง รัฐสภาสามารถเรียกมาซ่อมได้แซมได้ แต่กลับมีการตรวจรับงานไป ซึ่งตนได้ร้องเรื่องนี้ไปยังป.ป.ช. อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ทางผู้รับจ้างจะต้องมาแก้ไขให้ครบ ซึ่งรัฐสภายังไม่เคยเรียกผู้รับจ้างเข้ามาทำ ฉะนั้น ระยะเวลาประกันจึงไม่ได้สิ้นสุดที่วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 แต่จะต้องมีการขยายเวลาออกไปแล้วแต่ว่าจะมีการแก้ไขด้วยระยะเวลาเท่าใด
นายวิลาศ กล่าวต่อว่า 3.รัฐสภาต้องเร่งรีบดำเนินการ เนื่องจากมีเรื่องที่ผิดอยู่จำนวนมาก เช่น เขื่อนริมแม่น้ำ วันนี้กระเบื้องหลุดไปเท่าไหร่ ต้องมีการขยายระยะเวลาออกไปจนกว่าจะมีการแก้ไขจุดต่างๆ เสร็จสิ้น และ 4.ในวันนี้มีความพยายามในการเอื้อประโยชน์ผู้รับจ้าง โดยพยายามตั้งงบประมาณเพื่อทำในบริเวณที่มีปัญหา โดยในปีนี้มีงบปรับปรุงศาลาแก้ว 123 ล้านบาท ซึ่งศาลาแก้วทำผิดแบบหลายเรื่อง และ 5. การก่อสร้างรัฐสภามีปัญหาอยู่หลายเรื่องที่ทำผิดข้อสัญญา โดยสำคัญที่สุดคือผู้รับเหมาช่วงสัญญาก่อสร้างนี้มีทั้งหมด 14 สัญญา โดยทุกสัญญา มีการจ้างผู้รับเหมาช่วงที่เละเทะไปหมด และไม่มีการสอบสวน โดยมีผู้รับเหมาช่วงรายหนึ่งรับงานทั้งหมด 2,993 ล้านบาท ปรากฏว่าผู้รับเหมารายนี้ มายื่นขอประกวดแข่งขันเสนอราคาตอนหาผู้รับจ้างสร้างอาคาร ตนจึงตั้งข้อสงสัยว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ กรณีแบบนี้ต้องมีการสอบสวน
นายวิลาศ กล่าวอีกว่า 6.ขณะนี้มีความพยายามที่จะข่มขู่บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบโครงการ โดยใช้วิธีไปกระซิบบอกไม่ให้ยุ่งมาก ไม่งั้นจะโดนย้าย ตนขอให้เลิกวิธีการแบบนี้ หากมีการย้ายก็จะต้องมีการฟ้องร้องอย่างแน่นอน และ 7. ตนเคยร้องมาแล้ว 65 เรื่อง โดยในวันนี้ ตนยังเห็นงานที่บกพร่องอยู่จำนวนมาก ตนจะเริ่มร้องอีกชุดหนึ่ง โดยเฉพาะเรื่องไหนที่มีงบประมาณในการก่อสร้างเกิน 10 ล้านบาท ตนจะร้องทั้งหมดและขอยืนยันว่าทุกอย่างมีหลักฐาน ตนท้าให้ฟ้อง ถ้าเห็นว่าสิ่งที่ตนพูดไม่จริง อย่างไรก็ตาม หากไม่มีการฟ้องอะไรตนเลย ตนจะคัดเลือก 5 เรื่องไปฟ้องร้องเอง
เมื่อถามว่า ที่บอกว่ามีการข่มขู่ผู้ที่จะตรวจสอบ หมายถึงข้าราชการประจำที่ให้ข้อมูลหรือไม่ นายวิลาศ กล่าวว่า ในวันนี้มีการไปไล่เช็คว่ามีอะไรที่ยังไม่ได้ทำอีกบ้าง จึงมีความพยายามที่อะไรผ่านได้ก็ผ่าน และหากดูคร่าวๆ งานที่ยังไม่เสร็จเรียบร้อยและมีการรับมอบไปแล้ว มีมูลค่าน่าจะเกิน 1,000 ล้านบาท
นายวิลาศ กล่าวอีกว่า จากการติดตามที่ผ่านมา มีเลขาธิการสภาฯ ที่โดนดำเนินคดีไปแล้ว 3 คนเกี่ยวกับการก่อสร้างรัฐสภา แต่เลขาธิการสภาฯ คนปัจจุบัน อาจมีช่องรอด เพราะเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตรวจการจ้าง และโหวตไม่รับงานเกือบทุกงาน และเลขาธิการสภาฯ คนปัจจุบัน รู้อยู่เต็มอกว่ามีงานไม่ผ่านจำนวนมาก
เมื่อถามว่า ผู้ที่ขู่ว่าจะสั่งย้ายข้าราชการ เป็นฝ่ายการเมืองหรือข้าราชการประจำระดับสูง นายวิลาศ กล่าวว่า เป็นข้าราชการประจำ และเมื่อถามต่อว่ามีฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ นายวิลาศ กล่าวว่า จากที่ตรวจสอบมายังไม่พบ แต่ตนไม่เชื่อว่าไม่มี และจากการที่ตนเข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้ ก็มีการฟ้องร้องตนมาแล้ว 4 คดี

