ทวี ย้ำคดีฮั้วส.ว. มีคนติดคุกแน่ เชื่อกกต.ไม่ว่าจะมาอย่างไร ก็ต้องมีจุดตื่นรู้ความละอาย
วันที่ 16 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 กรฎาคม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวในรายการเดอะโพลิติก ทางมติชนทีวี ถึงกรณีเรื่องของการฮั้วส.ว. ว่า เรื่องนี้มาถึงดีเอสไอเมื่อก.พ. 2568 ก่อนที่ที่ประชุมจะมีมติให้เป็นคดีพิเศษ เมื่อ มี.ค. 2568 แต่ก็มีการร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่ง 1 ในคำวินิจฉัย ก็คือการรับรองอนุกรรมการชุดที่ 26 ว่าชอบด้วยกฎหมาย และยอมรับหลักคณิตศาสตร์ประยุกต์ ว่าเงินแม้จะมีการโอนสัก 50 ล้าน ไม่ถึง 300 ล้าน แต่เมื่อคิดย้อนกลับ มันเกิน 300 ล้าน ก็เป็นเรื่องที่ดีที่เป็นการวินิจฉัยว่าการประเมินว่าความเสียหายเกิน 300 ล้าน เป็นเรื่องที่รับวินิจฉัยได้
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า อย่างไรก็ตามสำนวนคดีฮั้วส.ว.ก็คงต้องดำเนินต่อไป แต่ต่างกันเรื่องมาตรฐาน โดยกกต.ดูเรื่องการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ส่วนดีเอสไอดูเรื่องการทุจริต อั้งยี่ ซ่องโจร ไม่ควรปนกัน แต่ตอนหลังทราบว่ามีการส่งให้อัยการ 8 คน ในขณะที่มีผู้กระทำผิด 1.2 พันคน อัยการก็คืนสำนวนกลับมา
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ตอนนี้ดีเอสไอก็ต้องรอสำนวนกกต. แต่ก็ต้องสอบไปแล้วถ้าจะฟ้องหรือไม่ฟ้อง ผู้เสียหายที่เป็นผู้สมัครอีก 4 หมื่นกว่าคน ก็รอเป็นโจทก์ร่วมอยู่แล้ว ก็รอจะฟ้องด้วย ส่วนกกต. ก็ต้องไปดูหลักฐานที่อยู่ในสำนวนอยู่แล้ว เพราะตอนเป็นรัฐมนตรี ก็พบว่ามีหลักฐาน 200 ล้านภาพ ใช้เอไอจับดูได้หมด คนที่ใส่เสื้อสีเหลืองเท่าไหร่ แพนเทิร์นการเลือก ว่ามีเลขเหมือนกันหมด รอบแรกให้เลือกตั้งเองได้ แต่ก็ไม่เลือก ตัวเองคะแนนเป็นศูนย์ 99 % เหมือนกัน แถมบางทีมีคนจับสลากตก แต่คนก็ยังไปเลือกตามโพย ได้10 กว่าคะแนน ทั้งที่ตัวไม่อยู่ ดูแล้วก็น่าเชื่อว่ามีการสมรู้กันหลายฝ่าย
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า นอกจากนี้ยังพบการออกระเบียบให้เลือกตอนเช้ากับบ่ายเป็นเลขเดียวกัน ก็เลยเป็นช่องทางการทำโพย จริงๆ ถ้ากกต.เปิดหีบบัตรก็จบเลย เหมือนตรวจดีเอ็นเอ แต่เป็นดีเอ็นเอทางคณิตศาสตร์ สูงสุดก็จะได้ไม่ถึง 60-70 คะแนน เพราะการหาเลขบัตรที่เหมือนกัน 5 เบอร์ เหมือนหาเม็ดทรายในจักรวาล แต่ถ้าเรียงกันด้วยนี่ไม่รู้หาอีกกี่จักรวาล ซึ่งบัตรนี่ก็ยังเก็บอยู่ ก็เปิดมาเลย ให้ความเป็นธรรมทุกคน เมื่อความจริงปรากฎความชั่วร้ายจะได้หายไป แถมคนลงคะแนนไม่ถึง 3 พันคน เปิดแป๊บเดียวรู้หมด
“นี่เป็นเรื่องที่ไม่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถอะไรเลย เปิดหีบตรวจดูก็จะได้รู้ว่าไม่ได้เกิดจากการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม ส่วนใครจ้างอะไรกันมาก็อีกข้อหาหนึ่ง เพราะเรื่องนี้สำคัญ ส.ว.เป็นคนเลือกองค์กรอิสระ เป็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ยิ่งไปกว่านั้นระเบียบกกต.ปี2567 ผมก็ว่าไม่ชอบด้่วยกฎหมายนะ เพราะไม่ได้เลือกโดยลับ แต่เลือกโดยล็อก”พ.ต.อ.ทวี กล่าว
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ความผิดที่เขาแจ้งกันมานี่ติดคุกทั้งนั้น แต่ก็ต้องส่งศาลฎีกา แล้วกกต.ก็ต้องไปแจ้งความกับผู้ที่ศาลฎีกาสั่ง ทั้ง 7 ข้อหามีโทษจำคุกหมด แต่ก็ต้องให้ศาลชี้ก่อนว่ามาโดยมิชอบแล้วถึงไปเรื่องคดีอาญา ซึ่งกกต.ก็รับปากไว้ว่าจะทำเรื่องนี้ให้เสร็จภายในสิ้นเดือนแล้วสังคมก็ตื่นรู้ ไม่ว่าที่มาของกกต.จะมายังไงแต่ก็ต้องมีจุดตื่นรู้ของความละอาย
“กกต.บางท่านยอมรับว่ามีโพยจริง แล้วไปอ้างศาลว่าไม่ผิด ทั้งที่ศาลวินิจฉัยคนละเรื่อง เขาวินิจฉัยเรื่องการจดไป ไม่ใช่การมีโพยแบบนี้ เราก็ถือว่าเราทำหน้าที่แล้ว ก็ต้องเคารพคนทำหน้าที่ เป็นเรื่องที่สังคมมองกันอยู่ เราต้องกล้าหาญ แต่อย่าไม่แทรกแซง ให้กำลังใจคนที่ทำงานตรงไปตรงมา ทำตามพยานหลักฐาน ไม่มีพยานหลักฐาน ก็อย่าไปแกล้งใคร มันเป็นวิทยาศาสตร์ ดีเอสไอเขารู้ว่าไปเก็บตัวที่ไหน สัญญาณโทรศัพท์ ก็รู้ถึงขั้นว่าอยู่ห้องเดียวกัน พอได้เป็นส.ว.ก็ไปที่โรงแรมรางน้ำ มันอยู่ในสำนวนหมด”พ.ต.อ.ทวี กล่าว



