หน้าแรก การเมือง อนุทินบินเยือ...

อนุทินบินเยือนจีน หารือสีจิ้นผิง ดีลลงทุนเอไอ จ่อลงนามข้อตกลง 6 ฉบับ เชื่อมสัมพันธ์ 2 ปท. 51ปี

17.07.26 | 06:11 น.

อนุทิน บินเยือนจีน หารือสีจิ้นผิง ดีลลงทุนเอไอ จ่อลงนามข้อตกลง 6 ฉบับ เชื่อมสัมพันธ์ 2 ปท. 51ปี

 

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงเป้าหมายการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคมนี้ ว่าการเดินทางเยือนจีนครั้งนี้ เพื่อร่วมการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก (AI) ค.ศ.2026 ที่นครเซี่ยงไฮ้ และไปเปิดสำนักงาน คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) ที่นครเฉิงตู โอกาสนี้รัฐบาลจีนได้ขอให้ตนเยือนนครปักกิ่งอย่างเป็นทางการ

โดยจะได้หารือทวิภาคีกับ นายหลี่เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ก่อนจะได้พบกันอีกในหลายเวทีทั้ง การประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) และเอเปค (APEC) เรื่องเอไอเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลให้การสนับสนุนและดูว่าจะให้ความร่วมมือกับประชาคมโลกอย่างไรบ้าง งานที่จะไปครั้งนี้เป็นงานใหญ่มีการกล่าวสุนทรพจน์ และพบปะผู้ประกอบการด้านเอไอรายใหญ่ และทำสินค้าประเภทเทคโนโลยีดูว่าเขาจะใช้ประเทศไทยเป็นฐานอะไรสำหรับเขาได้บ้าง เป็นดาต้าเซ็นเตอร์ เป็นฐานการผลิตได้หรือไม่

นายอนุทิน กล่าวว่า โอกาสนี้นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน จะให้ตน และคณะเข้าไปหารือที่นครเซี่ยงไฮ้ด้วยในวันที่ 17 กรฎาคมนี้ เป็นโอกาสที่ดีที่จะไปสรุปสิ่งที่ได้หารือตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ทั้งตอนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปเยือน เขาก็ซื้อข้าวเรา เราก็จะไปขอให้เขาสนับสนุนเราทั้งมิติการค้า การลงทุน มิติความมั่นคง การปราบปรามผู้กระทำผิดทางกฎหมาย

เมื่อถามว่า ขอให้ยกตัวอย่างความร่วมมือด้านความมั่นคง เรื่องการกระทำผิดกฎหมายที่จะแก้ไข นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องความมั่นคงต้องไม่ยกตัวอย่าง ต้องพูดกันเป็นระดับทวิภาคี

Advertisement

เมื่อถามย้ำว่า จะเห็นความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมบ้างหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างคืบหน้ามาโดยตลอด ประเทศจีนเป็นมหามิตรที่ให้การสนับสนุนประเทศไทยทุกครั้ง ไม่ว่าจะร้องขอหรือไม่ร้องขอ เราก็ต้องพูดหลายเรื่องที่เป็นทั้งความอ่อนไหว ความมั่นคง เรื่องการปราบปรามทุจริตอาชญากรรมผิดกฎหมาย และเรื่องการค้าด้วย

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมคณะ มีกำหนดการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคม เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคี ขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยี ดึงดูดการลงทุน และส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างกันใน 3 เมืองสำคัญ ได้แก่ นครเซี่ยงไฮ้ นครเฉิงตู และกรุงปักกิ่ง
โดยการเยือนครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการเจรจากับผู้ประกอบการรายใหญ่ของจีน เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และฐานผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ

สำหรับภารกิจแรกในวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม นายกฯ และคณะจะเดินทางออกจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน จากนั้น วันที่ 17 กรกฎาคม นายกฯ มีกำหนดการเข้าร่วม และกล่าวถ้อยแถลงในพิธีเปิดการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก ค.ศ. 2026 (2026 World Artificial Intelligence Conference) รวมถึงพบหารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถาน

ในวันเดียวกัน คณะของนายกฯจะเดินทางไปเยี่ยมชมนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่สำนักงานใหญ่บริษัท AgiBot ก่อนเข้าเยี่ยมคารวะประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีนายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติ ถัดมาในวันที่ 18 กรกฎาคม คณะของนายกฯจะเดินทางต่อไปยังนครเฉิงตู มณฑลเสฉวน เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ และการลงทุน โดยจะเข้าร่วมกิจกรรมพบปะหารือกับภาคเอกชนไทย และเป็นประธานเปิดงานสัมมนาการลงทุน “Thailand – China (Sichuan) Investment and Economic Forum 2026” พร้อมเปิดสำนักงานฝ่ายการลงทุนประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู ไฮไลต์สำคัญในวันเดียวกันนี้คือการเปิดโต๊ะหารือแบบตัวต่อตัว (One-on-one) กับผู้บริหารระดับสูงจาก 6 บริษัทยักษ์ใหญ่ชั้นนำของจีน ได้แก่ Xiaomi, ChangAn Automobile, InnoLight Technology, Eoptolink Technology, สายการบิน China Sichuan Airlines และ Meituan ก่อนเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรอง จัดโดยเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลเสฉวน

สำหรับวันที่ 19 กรกฎาคม คณะของนายกฯ จะเดินทางต่อไปยังกรุงปักกิ่ง โดยจะเข้าเยี่ยมชมศูนย์นวัตกรรม และหารือกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี จำกัด และร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติซึ่งมีเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง เป็นเจ้าภาพ ก่อนเข้าสู่กำหนดการระดับรัฐพิธีในวันที่ 20 กรกฎาคม ซึ่งเริ่มต้นภารกิจสำคัญตั้งแต่ช่วงเช้าด้วยการวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชน จัตุรัสเทียนอันเหมิน จากนั้นจะเข้าพบหารือกับประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน และเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการพร้อมตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ก่อนจะเปิดการหารือทวิภาคีเต็มคณะ (Plenary) กับนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ มหาศาลาประชาชน

โอกาสนี้ นายกฯของทั้งสองประเทศจะร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามและรับรองเอกสารสำคัญรวม 6 ฉบับ ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ได้มีมติเห็นชอบไว้แล้ว เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย บันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านห่วงโซ่อุตสาหกรรมและอุปทาน มุ่งเน้นเศรษฐกิจดิจิทัล ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และอุตสาหกรรมสีเขียว, MOU ด้านการบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งในตลาดปกติ และแพลตฟอร์มออนไลน์, MOU ด้านความร่วมมือชั่งตวงวัด เพื่อยกระดับมาตรฐานภาคเกษตรและเศรษฐกิจดิจิทัล, MOU ด้านการศึกษาปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนอย่างมั่นคงปลอดภัย, พิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดการกักกัน และสุขลักษณะสำหรับสัตว์น้ำมีชีวิตเพื่อการบริโภค เพื่ออำนวยความสะดวกการส่งออกของไทย และร่างถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) เพื่อกระชับหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน

หลังจากนั้น นายกฯจีนจะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีไทยและภริยา
ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นภารกิจทางการระดับประเทศในวันเดียวกัน คณะของนายกฯยังมีกำหนดการไปเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่พร้อมหารือกับผู้บริหารของ Alibaba Group รวมถึงเยี่ยมชมสำนักงาน CP Center ในกรุงปักกิ่ง ก่อนที่จะเดินทางออกจากกรุงปักกิ่งและกลับถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพในช่วงดึกของวันนั้น