นายกฯ หารือ ปธน. คาซัคสถาน ย้ำไทยพร้อมเป็นประตูสู่อาเซียน เดินหน้าความร่วมมือด้านการค้า การลงทุนเทคโนโลยี และการท่องเที่ยว ขยายโอกาสทางเศรษฐกิจไทย–เอเชียกลาง
เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 17 กรกฎาคม (ตามเวลาท้องถิ่นนครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเร็วกว่าเวลาประเทศไทย 1 ชม.) ณ ศูนย์การประชุม Shanghai World Reception Hall นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พบปะหารือทวิภาคีกับนายคาซีม-โยมาร์ต โตคาเยฟ (H.E. Mr. Kassym-Jomart Tokayev) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถาน นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
นายกฯ กล่าวขอบคุณประธานาธิบดีคาซัคสถานสำหรับคำเชิญเยือนคาซัคสถานอย่างเป็นทางการในปี 2570 ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 35 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-คาซัคสถาน พร้อมเชิญประธานาธิบดีคาซัคสถานเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ทั้งสองฝ่ายชื่นชมการเยือนและการติดต่อระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันให้ก้าวหน้าขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นายกฯ กล่าวว่า คาซัคสถานเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไทยในเอเชียกลาง และไทยพร้อมเป็นประตูสู่ตลาดอาเซียน โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะขยายความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพร่วมกัน อาทิ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การแพทย์ ความมั่นคงทางอาหาร การบริการการโรงแรม ปัญญาประดิษฐ์ (AI) พลังงาน และแร่หายากสำคัญ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเสนอให้มีการหารือกันอย่างใกล้ชิดต่อไป
นายกฯ กล่าวขอบคุณคาซัคสถานที่สนับสนุนข้อริเริ่มของไทยในการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (EAEU) ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสทางการค้า การลงทุน และการเติบโตทางเศรษฐกิจ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ
นายกฯ ชื่นชมการพัฒนาเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศข้ามทะเลแคสเปียนของคาซัคสถาน(Trans-Caspian International Transport Route: TITR) ซึ่งช่วยเสริมสร้างการเชื่อมโยงและอำนวยความสะดวกการค้าระหว่างภูมิภาค พร้อมย้ำศักยภาพของคาซัคสถานในการเป็นประตูสู่เอเชียกลางและยุโรป
ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องสนับสนุนการขยายเส้นทางบินใหม่เพิ่มมากขึ้น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและการเชื่อมโยงในระดับประชาชนระหว่างสองประเทศ โดยไทยยังคงเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวคาซัคสถาน ขณะที่ประชาชนไทยให้ความสนใจเดินทางไปคาซัคสถานมากขึ้น
ในตอนท้าย ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความสำคัญของกรอบพหุภาคีที่เปิดกว้างและยึดมั่นกติกาสากล โดยไทยพร้อมทำงานอย่างใกล้ชิดกับคาซัคสถานในกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศที่สำคัญ และสนับสนุนการมีบทบาทที่เพิ่มขึ้นของคาซัคสถานในอาเซียน ตลอดจนความร่วมมือในประเด็นสำคัญของประชาคมโลก อาทิ การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

