หน้าแรก การเมือง ภาวุธ รีวิว เ...

ภาวุธ รีวิว เทสต์ AI Pass มองตอบโจทย์ผู้เริ่มต้นใช้ ชี้ เดินหน้าแล้ว ต้องทำให้ได้ประโยชน์สูงสุด

17.07.26 | 15:21 น.

ภาวุธ รีวิว เทสต์ AI Pass มองตอบโจทย์ผู้เริ่มต้นใช้ ชี้ เดินหน้าแล้ว ต้องทำให้ได้ประโยชน์สูงสุด

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่าได้ทดลองใช้แอพพลิเคชั่น AI Pass โดยระบุว่า

“เมื่อวานนี้ผมมีโอกาสได้เข้าร่วมรีวิวแอพพลิเคชัน AI Pass (หรือชื่อเดิม TH-AI Passport) ที่ร้าน Open Craft ที่เปิดให้คนภายนอกมาทดลองเล่น โดยผมไปกับ อ.อ้อ (ดร.การดี เลียวไพโรจน์) เพื่อติดตามความคืบหน้าของโครงการนี้อย่างใกล้ชิดครับ

ผลลัพธ์จากการตรวจสอบและการปรับโมเดลธุรกิจ
จากที่ผมเคยตั้งข้อสังเกตและอภิปรายในรัฐสภาเกี่ยวกับที่มาที่ไปและงบประมาณก้อนโตของโครงการนี้ วันนี้พลังจากกระแสสังคมและการตรวจสอบร่วมกันได้ส่งผลให้โครงการมีการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจครั้งสำคัญ

จุดที่เปลี่ยนไปและสมเหตุสมผลมากขึ้นคือ จากเดิมที่ “เป็นการตั้งงบจ่ายเงินระดับ 1,600 ล้านบาท” ถูกปรับมาเป็นโมเดล “การจ่ายตามจำนวนผู้ใช้งานจริง” หรือ Pay-per-Active User ในราคาประมาณ 25 บาท/คน/เดือน พูดง่ายๆ คือ “ใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น” ถ้าคนใช้น้อย เงินที่เหลือก็ต้องคืนคลังรัฐ วิธีนี้ช่วยอุดรอยรั่วและเซฟงบประมาณแผ่นดินไปได้มาก ถือเป็นทิศทางที่ดีขึ้นจากการการันตีจ่ายเงินทั้งก้อนในอดีต

รีวิวจากการใช้งานเหมาะกับใคร?
จากการที่ผมได้ทดลองใช้ระบบ AI Pass ปัจจุบันทำหน้าที่เหมือนศูนย์รวมโมเดล AI หลายค่ายไว้ในที่เดียว ทั้ง AI ข้อความ, วาดภาพ, สร้างวิดีโอ, ทำเพลง และวิเคราะห์ข้อมูล

Advertisement

– สำหรับสาย Tech หรือคนใช้ AI ประจำ: แพลตฟอร์มนี้อาจยังไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่ครับ เพราะฟีเจอร์ฟรีของค่ายใหญ่ๆ ข้างนอกยังมีความสามารถและยืดหยุ่นสูงกว่า
– สำหรับผู้เริ่มต้น: ถือว่าตอบโจทย์กลุ่มนี้ เพราะมีกลไกแบบ “Learn to Earn” คือต้องเข้ามาเรียนรู้ทำภารกิจก่อน ถึงจะได้แต้ม (Credit) ไปใช้ AI ถือเป็นการบังคับให้เกิดการเรียนรู้และกระจายโอกาสให้คนที่ยังไม่เคยเข้าถึง

ข้อสังเกตเพิ่มเติม: ปัจจุบันยังมีโมเดลที่เป็นของคนไทยน้อยเกินไป ข้อเสนอของผมคือควรผลักดันให้มีโมเดลภาษาไทยมากกว่านี้ และเปิดให้ใช้ฟรีแบบไม่จำกัด โดยติดตั้งระบบในประเทศเพื่อควบคุมต้นทุน ซึ่งจะช่วยพัฒนา Ecosystem ของเทคโนโลยีไทยไปพร้อมกัน

**ส่วนการใช้เชิงเทคนิคลึกๆ แนะนำให้ติดตามจาก อ.ธนชาติ, อ.การดี, 9arm หรือ พี่โดมครับ

ถ้างบเดินหน้าแล้วต้องใช้ให้คุ้มที่สุด
ในเมื่อโครงการนี้ถูกอนุมัติและเดินหน้าไปแล้ว หน้าที่ของพวกเราคือการช่วยคิดว่าจะ “ทำอย่างไรให้ประเทศได้ประโยชน์สูงสุด” เพราะลำพังแค่การเดินสาย Roadshow หรือจัดแข่งขันทักษะทั่วไป ผมประเมินว่ายอดผู้ใช้อาจไม่ถึง 5 ล้านคนด้วยซ้ำ

เราจึงต้องมอง AI Pass ให้เป็น “โครงสร้างพื้นฐาน AI (AI Infrastructure) ของประเทศ” โดยแบ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้ และโดยดึงหน่วยงานหลักเข้ามาขับเคลื่อนร่วมกัน

– กลุ่มนักเรียน-นักศึกษา: ร่วมมือกับกระทรวง อว. และกระทรวงศึกษาธิการ บรรจุแพลตฟอร์มนี้เป็นเครื่องมือเรียนรู้และฝึกทักษะ AI ขั้นพื้นฐานในสถานศึกษา
– กลุ่มผู้ประกอบการ SME: จับมือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD), สสว. และสภา/สมาพันธ์ SME เพื่อออกแบบหลักสูตร AI สำหรับธุรกิจโดยเฉพาะ ช่วยยกระดับการแข่งขันของเอสเอ็มอีไทย
– กลุ่มข้าราชการ: ร่วมมือกับสำนักงาน ก.พ.ร. พัฒนาหลักสูตรสำหรับงานราชการที่ทำซ้ำๆ เช่น AI สำหรับงานบริการประชาชน หรือการจัดการเอกสารในชีวิตประจำวันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ

จากประสบการณ์ตอนที่บริหารธุรกิจส่วนตัว ผมเคยผลักดันให้พนักงานทุกคนเรียนรู้และนำ AI มาใช้ พร้อมจัดทำ Dashboard เพื่อติดตามการใช้งานจริงของแต่ละทีม ผมยินดีนำแนวทางและบทเรียนเหล่านี้มาแบ่งปันกับรัฐบาล เพื่อนำไปต่อยอดในระดับประเทศ เพราะการผลักดัน AI ไม่ควรจบแค่การแจกสิทธิหรือเปิดให้ลงทะเบียน แต่ต้องวัดการใช้งานจริง เห็นผลลัพธ์ และปรับปรุงโครงการได้อย่างต่อเนื่องครับ

ข้อเสนอแนะมาตรการตรวจสอบทางเทคนิค
สิ่งสำคัญที่สุดที่ขาดไม่ได้คือเรื่อง ความโปร่งใส เนื่องจากคณะกรรมการตรวจรับของรัฐส่วนใหญ่อาจไม่ได้มีความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้านสถาปัตยกรรมไอทีขั้นสูง

ผมจึงเสนอให้เปิดช่องทางเชิญ สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AI Association) หรือผู้เชี่ยวชาญอิสระภายนอกเข้ามาเป็น ผู้ตรวจสอบร่วม (Co-auditor) ทางเทคนิคควบคู่ไปกับการตรวจรับงาน เพื่อคอย Re-check ปริมาณ Token ที่วิ่งจริง, สเปกของโมเดล รวมถึงตรวจสอบระบบความปลอดภัยของข้อมูลประชาชน

บทสรุปของผมในตอนนี้

เป้าหมายหลัก ณ ตอนนี้คือการผลักดันให้เงินภาษีที่ลงทุนไปแล้ว ถูกกระจายไปสร้างประโยชน์ให้ครอบคลุมกลุ่มคนมากที่สุด และเกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริงครับ

สำหรับผม นี่คือตัวอย่างของการเมืองที่ควรจะเป็นครับ ไม่ใช่การโต้เถียงกันไปมาเพื่อเอาชนะทางการเมือง แต่คือรัฐบาลริเริ่ม ฝ่ายค้านตรวจสอบและเสนอแนะ ก่อนนำข้อทักท้วงไปปรับปรุง เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์มากที่สุดครับ ส่วนที่ปรับปรุงดีขึ้น เราก็พูดตามข้อเท็จจริง ส่วนที่ยังมีความเสี่ยงก็ต้องติดตามและตรวจสอบกันต่อไป

เพราะสุดท้ายแล้วต้องดูว่าประเทศและพี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์อะไร เงินภาษีทุกบาททุกสตางค์ต้องถูกใช้อย่างคุ้มค่า และความร่วมมือของทุกฝ่ายจะช่วยพาประเทศไทยเดินไปข้างหน้าครับ

ทุกท่านมีความเห็นอย่างไรกับการปรับโมเดลและการผลักดันโครงการนี้? มาแลกเปลี่ยนมุมมองกันได้นะครับ.! หรืออยากไปลองทดสอบ AI Pass ก็ไปลองเล่นที่ร้าน Open Craft ได้ครับ