เท้ง อยากเห็นกระบวนการพูดคุยสันติสุขเดินหน้า ย้ำ การดูแลความสงบสุข-ความปกติสุขของ ปชช.เป็นเรื่องสำคัญ มอง ยุบ กอ.รมน. คือภาพปลายทาง แต่ต้องมีช่วงเปลี่ยนผ่าน ชี้ กองทัพควรทำหน้าที่ป้องกันประเทศ-ไม่ยุ่งการเมือง
เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 18 กรกฎาคม ที่ จ.นราธิวาส นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีจะมีการพูดคุยกันของคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ในเร็วๆ นี้ หลังชะงักไป 2 ปี คาดหวังอะไรจากการพูดคุยครั้งนี้บ้างว่า ตนติดตามความคืบหน้าของเรื่องดังกล่าว และต้องเน้นย้ำว่าสถานการณ์เฉพาะหน้าเรื่องการดูแลความสงบสุขเรียบร้อย การดูแลความปกติสุขของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญที่สุด แต่สุดท้ายกระบวนการจะเดินไปสู่ปลายทาง ความขัดแย้งทุกอย่างต้องมาจบที่โต๊ะ
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ฉะนั้น กระบวนการเดินหน้าในการพูดคุย เรื่องการพูดคุยเฉพาะหน้าถึงการหยุดยิง ทดลองนำร่อง 40 วัน ตนก็อยากเห็นกระบวนการเช่นนี้เดินหน้าเช่นเดียวกัน ไม่อยากให้ฝั่งของรัฐไทยเราเองเลือกที่จะใช้กำลังอย่างเดียว อยากให้เดินหน้าทั้งสองส่วนไปด้วยกัน
เมื่อถามถึง ข้อเสนอให้มีการยุบกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน) นั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนมองว่าโจทย์ที่ทางพรรคประชาชนหรือว่าอนาคตใหม่ หรือพรรคก้าวไกลในอดีตเราเสนอมาโดยตลอดคือเราเสนอภาพปลายทางของสังคมที่เราอยากเห็น เช่น ในเรื่องของการปฏิรูปกองทัพทลายทุนผูกขาดต่างๆ หรือแม้แต่การกระจายอำนาจ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาในสามจังหวัดชายแดนใต้

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ตนยืนยันว่า เรื่องเหล่านี้มองว่าการแก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้ที่ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กรอบมาตรฐาน ซึ่งกรณีข้อเสนอของการยุบ กอ.รมน. จริงๆ แล้วเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เราเคยพูดมาอยู่แล้วในอดีตว่า กองทัพต้องทำหน้าที่ป้องกันประเทศ แต่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเราเข้าใจดีว่าแต่ละหน่วยงานก็มีความจำเป็น บางอย่างอาจจะยังต้องคงอยู่ แต่มันต้องมีช่วงเปลี่ยนผ่าน ปลายทางที่เราอยากเห็นเป็นอย่างไร เราต้องตั้งธงให้กันก่อน และปลายทางที่เราอยากเห็นคือเราไม่อยากเห็นหน่วยงานความมั่นคง มายุ่งเกี่ยวกับการเมือง หน่วยงานความมั่นคงทำหน้าที่ป้องกันประเทศ ไม่ได้ไปทำหน้าที่ วิธีที่ทับซ้อนกับหน่วยงานที่ดูแลความมั่นคงภายในประเทศกองทัพควรจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ถูกต้อง อันนั้นคือภาพปลายทาง
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนภาพระหว่างทางตอนนี้ เราเองก็ได้พูดคุยกับหน่วยงาน เช่น กอ.รมน.หรือ หน่วยงานอื่นๆ ตนคิดว่าเราได้แสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนแล้ว ให้เขาเข้าใจอย่างถูกต้องว่าเราเอาเรื่องของความมั่นคงปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก และได้มีการพูดเน้นย้ำในที่ประชุมว่าถ้าหน่วยงานความมั่นคงขาดแคลนอุปกรณ์ หรือกลไกอะไร เราพร้อมที่จะสนับสนุนการทำงาน ซึ่งเราก็จะเห็นว่าหน่วยงานแต่ละหน่วยก็จะพยายามเน้นย้ำถึงเรื่องกฎหมายอำนาจพิเศษ ซึ่งเราไม่ได้ติดขัด ถ้าใช้อย่างถูกต้องเป็นธรรม
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีการนำเสนอว่ามันมีกฎหมายอำนาจพิเศษบางอย่างที่ใช้แล้วอาจจะทำให้ประชาชนมีความเคลือบแคงสงสัย ตนคิดว่าสิ่งนี้เป็นสิ่ง ที่เราต้องการมากกว่าคือกฎหมายอำนาจพิเศษบางอย่างสถานการณ์บางช่วงมันอาจจะจำเป็นต้องมี แต่มันก็ต้องรับผิดชอบแล้วก็หน่วยเจ้าหน้าที่รัฐไม่ควรจะอาศัยช่องพิเศษต่างๆ เหล่านั้นไปใช้ในสิ่งที่มันไม่ถูกต้อง
เมื่อถามว่า หวั่นว่าจะเกิดปัญหาความขัดแย้งกันระหว่างฝ่ายการเมืองกับหน่วยงานความมั่นคงหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนมองว่าเราเห็นและตั้งธงตรงกันว่าเราอยากให้เกิดความสงบในพื้นที่ ประชาชนใช้ชีวิตปกติสุขได้ ตนคิดว่าไม่ได้เป็นความขัดแย้งแต่อย่างใด และคิดว่าวิธีการช่วงนี้ต่างหากที่ควรจะต้องมีเวทีในการพูดคุยกันเยอะๆ เพื่อที่จะมีความเข้าใจที่ตรงกัน



