อนุทิน นำเปิดบีโอไอเฉิงตู บูมศก.3 มิติ ชูฟาสต์พาส ดึงจีนลงทุนไทย อ.เชนเปิด 5 แผนแก้ยากจน ปชน. จี้นายกฯสางคดียิง ส.ส.
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ที่ Tianfu International Convention นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) นำคณะเข้าร่วมกิจกรรม Prime Minister -Thai Private Sector Luncheon ร่วมกับ 140 ผู้บริหารระดับสูงไทย (CEO) ซึ่งเป็นภาคเอกชนไทยที่ไปลงทุนในจีน ต่อมา เป็นประธานเปิดงาน Thailand–China (Sichuan) Investment and Economic Forum 2026 และร่วมพิธีเปิดฝ่ายการลงทุนประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู
นายอนุทิน กล่าวปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่งว่า รัฐบาลกำลังผลักดันการปฏิรูประบบราชการ และปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เพื่อให้สามารถรองรับการเจริญเติบโต และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve) ในปีที่ผ่านมา คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI มีมูลค่าสูงเป็นประวัติการณ์ 3.8 หมื่นล้านหยวน หรือราว 1 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ การค้าระหว่างเสฉวนและไทย ยังมีโอกาสอีกมาก ด้วยการพัฒนาเส้นทาง New International Land-Sea Trade Corridor และนโยบาย Chengdu – Chongqing Economic Circle พื้นที่แห่งนี้กำลังกลายเป็นจุดเชื่อมสำคัญของเส้นทางสายไหมทางบกที่เชื่อมจีนตะวันตกเข้ากับเอเชียใต้ เอเชียกลาง และอาเซียน โดยมีไทยเป็นศูนย์กลาง
“รัฐบาลมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นระบบใน 3 มิติ ได้แก่ 1.ความเร็วและการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ผ่านโครงการ Thailand FastPass ซึ่งเป็นกลไกที่จะช่วยลดระยะเวลาอนุมัติโครงการลงทุนขนาดใหญ่ลงทุนแล้วกว่า 7 แสนล้านบาท 2.การยกระดับผู้ประกอบการและบุคลากรไทย ผ่านกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันภายใต้ BOI และ skill bridge 3.การสร้างความแข็งแรงจากภายใน ผ่านการมีมาตรการเศรษฐกิจระยะสั้นเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ ควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในด้านพลังงานและการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ทั้งนี้ ขอเชิญชวนนักลงทุนจีนใช้โอกาสในช่วงเวลานี้ขยายการลงทุนมายังประเทศไทย ยืนยันว่าไทยพร้อมเป็นฐานการลงทุนที่มั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืน พร้อมเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจและการค้าที่เชื่อถือได้” นายอนุทิน กล่าว
วันเดียวกัน พรรคประชาชน (ปชน.) นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค ปชน. ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ปชน. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาฯ นำคณะลงพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้
นายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังไปเยี่ยมนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ (ปช.) ที่บ้านใน จ.นราธิวาส ว่า คดีนายกมลศักดิ์ สังคมได้รับรู้แล้วถึงบุคคลที่เกี่ยวข้อง แต่ขณะเดียวกัน ยังขาดความชัดเจนว่า ใครเป็นผู้สั่งการและมีแรงจูงใจอย่างไร ความคืบหน้าของคดีหลายอย่างพุ่งเป้าไปที่นายกฯ โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นตำรวจที่ทำสำนวนคดีอ่อน ซึ่งผู้ที่กำกับสํานักงานตํารวจแห่งชาติ (ตร.) ก็คือนายกฯ รวมถึงประเด็นรถก่อเหตุ ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับผู้ว่าราชการจังหวัด นายกฯ ก็คุม มท. ดังนั้น คนที่จะออกมาให้ความชัดเจนและและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ ก็หนีไม่พ้นคนที่ชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการ มท.
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า จะเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ไปให้ข้อมูลในการประชุม กมธ.กฎหมายฯ และในวันที่ 11-12 สิงหาคมนี้ จะลงพื้นที่ จ.นราธิวาส อีกครั้ง เพื่อพูดคุยรายละเอียดเรื่องนี้
ส่วนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) ร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดปฏิบัติการ “แผนขจัดความยากจนและยกระดับฐานะทางสังคม 5 ด้าน ด้วย อววน.” (แผนแก้จน 5 ด้าน) ในรูปแบบ Sandbox นำร่องพื้นที่จริง
นายยศชนัน กล่าวว่า ที่ผ่านมา ระบบข้อมูล PPPConnext อว. สามารถค้นหาและสอบทานครัวเรือนยากจนได้ 1,243,449 คน จาก 303,444 ครัวเรือน ใน 20 จังหวัด ทำให้พบคนจนที่เคยตกหล่นจากระบบ และวิเคราะห์ปัญหาตามฐานทุน 5 ด้าน คือ ทุนมนุษย์ ทุนกายภาพ ทุนการเงิน ทุนธรรมชาติ และทุนสังคม ก่อนออกแบบความช่วยเหลือรายครัวเรือน ที่ผ่านมา แผนงานวิจัยนี้พัฒนาโมเดลแก้จนด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแล้วกว่า 458 โมเดล สร้างรายได้ให้คนยากจน 179,370 คน คิดเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้นรวม 979 ล้านบาท โดยมีเทคโนโลยีที่เหมาะสมพร้อมขยายผลรวม 3,638 เทคโนโลยี ครอบคลุมด้านอาหารและการแปรรูป ประมง เกษตรกรรม และการเพิ่มมูลค่าเศษวัสดุ ผ่านเครือข่ายมหาวิทยาลัยพัฒนาพื้นที่กว่า 70 แห่งทั่วประเทศ
“สำหรับ จ.ร้อยเอ็ด มรภ.ร้อยเอ็ด ได้ค้นหาและสอบทานครัวเรือนยากจนแล้ว 53,795 คน และดำเนินโครงการเด่นอย่างโมเดลการผลิตผักปลอดภัยด้วยเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) ใน อ.เกษตรวิสัย และ อ.เมืองร้อยเอ็ด ที่นำระบบ IoT เซนเซอร์ ระบบน้ำหยดอัตโนมัติ และการตลาดดิจิทัลมาช่วยเกษตรกร มีครัวเรือนได้รับประโยชน์ 514 ครัวเรือน รายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3,414 บาท/เดือน/ครัวเรือน เกษตรกรร้อยละ 27.4 เริ่มมีเงินออมเป็นครั้งแรก และร้อยละ 44.5 มีภาระหนี้สินลดลง” นายยศชนัน กล่าว
และว่า แผนแก้จน 5 ด้าน ครอบคลุม 1.เศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ ลดต้นทุน เชื่อมตลาด 2.มาตรฐานความเป็นอยู่ ยกระดับที่อยู่อาศัยและการรับมือภัยพิบัติ 3.สุขภาพ ส่งต่อผู้เปราะบางเข้าสู่บริการและระบบดูแลต่อเนื่องในชุมชน 4.การศึกษา ลดความยากจนข้ามรุ่น ติดตามเด็กเสี่ยงหลุดระบบ และ 5.การคุ้มครองทางสังคม เชื่อมสิทธิ สวัสดิการ กองทุน และบริการภาครัฐ

