หน้าแรก การเมือง รัฐบาลปลื้ม ส...

รัฐบาลปลื้ม สื่อเสฉวน ชม อนุทิน พูด เจียโหยว ในเวทีสัมมนาลงทุนและเศรษฐกิจจีน สะท้อนจริงใจ

19.07.26 | 08:54 น.

‘รองโฆษกรัฐบาล’ เผย สื่อเสฉวน ชม ‘อนุทิน’ ยกคำ ‘เจียโหยว’ ในเวทีสัมมนาลงทุนและเศรษฐกิจจีน สะท้อนจริงใจ-กระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการนำเสนอข่าวของสื่อสาธารณรัฐประชาชนจีน ต่อการเยือนจีนอย่างเป็นทางการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ว่า สื่อท้องถิ่นจีน รายงานความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการลงทุน และให้ความสำคัญกับการสื่อสารที่เข้าถึงประชาชน โดยเฉพาะการใช้ภาษาจีนของนายกฯสะท้อนความเป็นมิตรและความใกล้ชิดระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ โดย Sichuan Online (四川在线) สื่อหลักในเครือเสฉวนเดลี่ ซึ่งเป็นสื่อสำคัญของมณฑลเสฉวน รายงานภารกิจของนายกฯในเวทีสัมมนาการลงทุนและเศรษฐกิจจีน (เสฉวน)-ไทย ประจำปี 2569 โดยเลือกนำประโยคภาษาจีน ที่นายกฯกล่าวขึ้นเป็นพาดหัวข่าวว่า “นายกรัฐมนตรีไทย กล่าวคำว่า ‘加油’ (เจียโหยว) ติดต่อกัน 4 ครั้ง” แทนการเน้นประเด็นเศรษฐกิจหรือการลงทุน และรายงานระบุว่า ในช่วงท้ายของปาฐกถาพิเศษ นายกฯกล่าวคำว่า เจียโหยว ซึ่งเป็นคำให้กำลังใจที่ชาวจีนนิยมใช้มีความหมายว่า “สู้ต่อไป” หรือ “เดินหน้าไปด้วยกัน” รวม 4 ประโยค ได้แก่ “加油泰国、加油四川、加油中国、加油好朋友” หรือ “เดินหน้าประเทศไทย เดินหน้าเสฉวน เดินหน้าประเทศจีน และเดินหน้าเพื่อนที่ดี” โดยสื่อเสฉวนระบุว่า ถ้อยคำดังกล่าวสะท้อนความจริงใจในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีน รวมถึงความร่วมมือระหว่างไทยกับมณฑลเสฉวน และได้รับเสียงปรบมือจากผู้เข้าร่วมงานอย่างอบอุ่น

น.ส.ลลิดากล่าวว่า การที่สื่อท้องถิ่นของจีนหยิบถ้อยคำภาษาจีนสั้นๆ ของนายกฯขึ้นเป็นพาดหัวข่าว ทั้งที่ภายในงานมีประเด็นด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นว่าสื่อจีนให้ความสำคัญกับ การสื่อสารที่เข้าถึงประชาชนและการสร้างความสัมพันธ์ระดับประชาชน ควบคู่ไปกับความร่วมมือในระดับรัฐบาลและภาคธุรกิจ ซึ่ง

รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับประเทศคู่ค้าในทุกมิติ ทั้งความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การลงทุน เทคโนโลยี และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน การที่สื่อจีนเลือกนำเสนอถ้อยคำที่สะท้อนมิตรภาพและความจริงใจของนายกฯแสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ไทย-จีน ไม่ได้เติบโตเฉพาะในระดับนโยบาย แต่ยังได้รับการรับรู้และตอบรับจากประชาชน เป็นรากฐานสำคัญของความร่วมมือที่ยั่งยืนระหว่างสองประเทศ