หน้าแรก การเมือง ณัฐพงษ์ จี้รบ...

ณัฐพงษ์ จี้รบ.เร่งแก้ต้นตอปลาหมอคางดำ เอาผิดผู้นำเข้าสายพันธุ์ ณัฐชาขู่ตั้งกระทู้ถามนายกฯ ถ้ายังนิ่ง

19.07.26 | 15:10 น.

‘ณัฐพงษ์’ จี้รัฐบาลเร่งแก้ปลาหมอคางดำ-เอาผิดเอกชนต้นเหตุ ถามไม่เอาจริงเรื่องนี้เพราะเกรงใจใครหรือไม่ ด้าน ‘ณัฐชา’ ขู่ตั้งกระทู้ถาม ‘นายกฯ’ หากยังเพิกเฉย

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ที่ห้องประชุมตลาดทะเลไทย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงเวทีเสวนาผนึกกำลังแก้ปมปลาหมอคางดำจากเสียงชาวบ้าน สู่มาตรการแก้ปัญหา มองว่ารัฐปิดหูปิดตาหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหานี้หรือไม่ว่า ประเด็นเฉพาะหน้าที่สุดในตอนนี้คือเราต้องการความชัดเจนจากรัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหาร ซึ่งบนเวทีนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก็พูดแล้วว่า สิ่งที่จำเป็นคือการแบ่งพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเป็นโซนสีแดง สีเหลือง และสีขาว เพราะแต่ละพื้นที่มีวิธีการบริหารจัดการที่แตกต่างกัน นอกจากแผนที่ชัดแล้ว เรื่องของงบประมาณและการจัดสรรกำลังคนก็เป็นสิ่งสำคัญ หากเจาะลึกลงไปไปดูในงบประมาณปี 2570 ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 มีหน่วยงาน เช่น กรมประมง ซึ่งก็ออกมายืนยันและยอมรับว่าจริงๆ ไม่ได้เตรียมแผนในการจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้ไว้

นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า ถามว่ายังแก้ปัญหาทันอยู่หรือไม่ หากรัฐบาลให้ความสำคัญและแก้ปัญหานี้อย่างจริงจังในงบประมาณปี 2570 ก็ยังสามารถที่จะทำอยู่ เนื่องจากยังมีแหล่งงบประมาณ เช่น งบกลาง ซึ่งตนได้เจอกับตัวแทนจากภาคประชาสังคม หรือองค์กรระหว่างประเทศที่ดูแลด้านสิ่งแวดล้อม เงินทุนที่มาจากภาคประชาสังคม หรือเงินทุนภาคเอกชนที่เขาพร้อมจะแก้ปัญหานี้ก็ยังมีอยู่ แต่สำคัญที่ว่าสุดท้ายแล้วรัฐบาลจะเอาจริงกับเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน

เมื่อถามว่า รัฐบาลปล่อยเกียร์ว่างต่อปัญหาดังกล่าวใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า มองว่าปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่กระทบกับพี่น้องประชาชนและเกษตรกรเป็นวงกว้าง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราต้องช่วยกันจับตามอง และวันนี้ก็มีสภาทนายความมาให้ความเห็นและความคืบหน้าคดี อย่าลืมว่าต้นเหตุของปัญหาที่แท้จริงคือการนำเข้าสายพันธุ์เข้ามา ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน

นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า ดังนั้น เรื่องนี้หากรัฐบาลอยากพิสูจน์กับสังคมว่ารัฐบาลดำเนินการทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา ไม่ต้องพยายามไประวังว่าจะกระทบกับบริษัทเอกชนใดในประเทศหรือไม่ ก็อยากให้มีการดำเนินการในการเดินหน้าคดีคนที่ทำให้เกิดผลกระทบในประเทศ บริษัทเอกชนเหล่านั้นเป็นใคร จะต้องมีการดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด เนื่องจากผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ควรนำภาษีของประชาชนไปแก้ไขเพราะคนที่เป็นต้นเหตุอาจจะไม่ใช่ประชาชน เป็นบริษัทเอกชนที่นำเข้าสายพันธุ์เข้ามา ดังนั้น ย้ำว่าอยากให้รัฐบาลเดินหน้าเรื่องนี้อย่างจริงจังนอกเหนือจากการแก้ไขเฉพาะหน้า

เมื่อถามว่า มองว่าจะต้องมีการเสนอแก้ไขกฎหมายอย่างไรบ้างหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า น่าจะเป็นภาพระยะยาว แต่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าคือต้องมีการจัดโซนต่างๆ ตามที่กล่าวไปข้างต้น ระยะกลางคือเรื่องของการทำคดีความ คือคนที่กระทำความผิดและทำให้เกิดมลพิษจะต้องได้รับการลงโทษ ส่วนปลายทางจริงๆ ต้องบอกว่าในเรื่องของสายพันธุ์ต่างถิ่น

Advertisement

นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า ตอนนี้เรื่องของหน่วยงานที่รับผิดชอบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องมีการกระจัดกระจายกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายสัตว์ป่าและพันธุ์พืชต่างๆ ซึ่งเราพยายามที่จะศึกษาและร่างกฎหมายขึ้นมาฉบับหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องของการทำ BIO Security คือการดูแลไม่ให้มีสายพันธุ์ต่างถิ่นเข้ามารุกรานในประเทศไทย โดยเรื่องดังกล่าวพรรคประชาชนกำลังศึกษาเพื่อที่จะยกร่างอยู่

เมื่อถามว่า มองว่าเหตุใดรัฐบาลจึงไม่จัดสรรงบประมาณแก้ปัญหาโดยตรง นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เชื่อว่าอาจเป็นเพราะรัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากเพียงพอ และอาจเป็นเพราะเรื่องของรูปคดีที่มีการพิสูจน์ทราบแล้วจากการที่นายณัฐชาได้ขับเคลื่อนเรื่องนี้มาโดยตลอด รวมถึงนายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม ส.ส.สมุทรสาคร พรรคประชาชน ซึ่งเป็น ส.ส.ในพื้นที่ก็ขับเคลื่อนเรื่องนี้มาโดยตลอดเช่นกัน เชื่อว่าเราได้เห็นข้อมูลที่ชัดเจนแล้วว่าต้นเหตุคือใคร ฉะนั้น หากรัฐบาลไม่ออกมาเดินเรื่องนี้อย่างจริงจังและชัดเจน ก็อาจจะเป็นเพราะรัฐบาลอาจจะต้องมีความเกรงอกเกรงใจคนที่เป็นคนก่อเหตุเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นหรือไม่

ด้านนายณัฐชากล่าวเสริมว่า นี่คือหนังสือเตือนฉบับสุดท้าย เพราะได้เสนอแนวทางแก้ไขไว้ครบแล้ว ทั้งการประกาศเขตภัยพิบัติ การจ่ายเงินช่วยเหลือฉุกเฉิน และการกำหนดระดับพื้นที่เฝ้าระวังเพื่อให้หน่วยงานรัฐเร่งนำไปดำเนินการ

นายณัฐชากล่าวว่า ย้ำว่าหากรัฐบาลยังเพิกเฉยและไม่ดำเนินการใดๆ พวกตนจะยกระดับการตรวจสอบในการเปิดสมัยประชุมหน้าด้วยการตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีโดยตรง ไม่ใช่เพียงรัฐมนตรี 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น

“ขอฝากสื่อมวลชนให้ช่วยสอบถามนายกรัฐมนตรีว่าได้ติดตามสถานการณ์ปลาหมอคางดำหรือไม่ เพราะขณะนี้สถานการณ์รุนแรงกว่าช่วง 2 ปีที่ผ่านมาถึง 2-3 เท่า ประชาชนจำนวนมากต้องเปลี่ยนอาชีพ แต่จนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับความชัดเจนจากรัฐบาลเลย” นายณัฐชากล่าว